กระบี่คมโศก บทเพลงสะท้านฟ้า•ตอนที่ 1

กลบทแรกแห่งคิมหันต์

ผลงานโดย บทกวีใต้ร่มเงา
ความตายมักมาเยือนในรูปของความเงียบเสมอ... ทว่า ณ ยอดเขาเมฆาในยามนี้ ความเงียบงันกลับถูกฉีกกระชากด้วยเสียงหวีดหวิวของคมกระบี่นับหมื่นเล่มที่กรีดกรายผ่านสายฝนโปรยปราย หยาดน้ำฟ้าสะท้อนประกายสีเงินยวงราวกับหมู่ดาวที่ร่วงหล่นจากสรวงสวรรค์ แต่ไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยปากว่ามันคือความงดงาม เพราะทุกหยดน้ำที่กระทบลงบนพื้นศิลาล้วนอาบไล้ด้วยไอสังหารอันเย็นเยียบจนกระดูกสันหลังของผู้ฝึกตนเกิดอาการชาหนึบ หลี่มู่ไป๋ยืนหยัดอยู่บนชะง่อนผาสูงชัน อาภรณ์สีขาวสะอาดสะอ้านยามนี้เปียกชุ่ม แนบไปกับเรือนร่างสมส่วนราวกับรูปสลักหยกหินโบราณ มือขวาของเขากุมด้ามกระบี่ "อัสนีร่ำไห้" ไว้มั่น ไม่สั่นไหวแม้แต่น้อย แม้รอบกายจะถูกรายล้อมด้วยพายุศาสตราวุธที่พร้อมจะฉีกร่างเขาเป็นหมื่นชิ้น เบื้องหน้าของเขา ห่างออกไปเพียงส,าวก้าว ร่างระหงในชุดอาภรณ์สีดำสนิทราวกาลี ยืนสงบนิ่งอยู่บนยอดเจดีย์ร้าง ดวงตาคู่คมดุจหงส์กวาดมองบุรุษผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นเซียนกระบี่อันดับหนึ่งแห่งยุคด้วยประกายตาที่อ่านไม่ออก นางมิได้ถือกระบี่ ทว่าปลายนิ้วเรียวยาวดุจลำเทียนกลับดีดลงบนสายพิณโลหิตที่พาดผ่านตัก เสียงดีดพิณสะท้อนก้องกังวาน ทะลวงผ่านม่านฝนจนแก้วหูของเหล่าผู้บำเพ็ญเพียรในรัศมีร้อยลี้สั่นสะเทือนเป็นเลือด "หลี่มู่ไป๋... ท่านยังคงยึดมั่นในวิถีอันไร้สาระของสำนักเซียนศักดิ์สิทธิ์อยู่อีกหรือ?" น้ำเสียงของนางเย่ว์ชิงหลันราบเรียบ เย็นชา และบาดลึกถึงขั้วหัวใจ ราวกับเสียงกระซิบจากยมทูตแห่งขุมนรกโลกันตร์ นางเอ่ยขึ้นท่ามกลางเสียงคำรามของสายฟ้าที่ผ่าลงมาเบื้องหลัง ทรวดทรงและใบหน้างดงามล่มเมืองนั้นถูกความมืดมิดและแสงวาบของสายฟ้าขับเน้นให้ดูราวกับปีศาจจำแลงจากแดนอธรรม "ความไร้สาระที่เจ้าว่า... คือสิ่งที่ข้าใช้ปกป้องแผ่นดินนี้มาตลอดสามร้อยปี" หลี่มู่ไป๋ตอบกลับด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม แต่มันกลับก้องกังวานกดทับบรรยากาศโดยรอบให้ดิ่งลงจนแทบหายใจไม่ออก นัยน์ตาคมกริบของเขาไม่ได้มองที่ตัวนาง แต่มองทะลุผ่านความว่างเปล่าไปเบื้องหลัง ราวกับกำลังมองหาคำตอบจากสรวงสวรรค์ที่พรากทุกสิ่งทุกอย่างไปจากเขาในอดีต "เย่ว์ชิงหลัน เจ้าหันหลังให้คุณธรรม ละทิ้งสำนัก บ่มเพาะวิชามารโลหิต... เพื่อสิ่งใด? เพื่อล้างแค้นให้คนตระกูลเย่ว์ที่ตายตกไปอย่างไม่เป็นธรรมนั่นน่ะหรือ?" คำพูดนั้นทำให้นิ้วที่กำลังจะดีดสายพิณของหญิงสาวชะงักกึก ดวงตาของประมุขมารสาวไหววับชั่วพริบตา ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเกรี้ยวกราดดุดัน นางแค่นHหัว Lอย่างเย้ยหยัน หยาดน้ำตาที่ผสมปนเปไปกับสายฝนบนแก้มเนียนถูกความโกรธแผดเผาจนระเหยกลายเป็นไอจางๆ "คุณธรรม? เจ้ากล้าเอ่ยคำว่าคุณธรรมกับข้าได้อย่างไร หลี่มู่ไป๋!" เย่ว์ชิงหลันแผดเสียงก้อง กลิ่นอายพลังมารระเบิดออกรอบตัวจนพื้นศิลาใต้ฝ่าเท้าร้าวรานเป็นใยแมงมุม "วันที่ตระกูลเย่ว์ของข้าถูกกล่าวหาว่าเป็นกบฏและถูกฆ่าล้างบาง สำนักธรรมะที่ท่านเทิดทูนนักหนาอยู่ที่ไหน? เหล่าเซียนผู้ทรงศีลที่ท่านกราบไหว้ส่งเสียงอันใดบ้าง? พวกมันก็แค่ฝูงสุนัขรับใช้ที่คอยเลียรอยเท้าของราชสำนักและผู้มีอำนาจ! ความยุติธรรมของพวกท่าน มันก็เป็นเพียงเครื่องมือไว้ใช้ฆ่าคนบริสุทธิ์เพื่อรักษาอำนาจของตนเองเท่านั้น!" ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงสายฝนที่ยังคงโปรยปรายลงมาไม่ขาดสาย หลี่มู่ไป๋หลับตาลงชั่วพริบตา ภาพเหตุการณ์ในอดีตเมื่อหลายร้อยปีก่อนผุดขึ้นมาในห้วงคำนึง—วันที่สำนักของเขาถูกเผาทำลาย วันที่อาจารย์และสหายร่วมสำนักต้องจบชีวิตลงด้วยน้ำมือของผู้มีอำนาจที่ซ่อนตัวอยู่เบื้องหลังความยุติธรรม ปมในใจที่เขาพยายามกดมันไว้ด้วยบทกวีและวิถีกระบี่กำลังถูกมือคู่นี้กระชากให้เปิดออกอีกครั้ง เขารู้ดีว่านางพูดความจริง... และนั่นคือสิ่งที่เจ็บปวดที่สุด "ข้ารู้..." หลี่มู่ไป๋ลืมตาขึ้นอีกครั้ง แววตานิ่งสงบดั่งผืนน้ำในบึงลึก ไร้ซึ่งคลื่นอารมณ์ใดๆ ทว่ากลับแฝงไว้ด้วยความเด็ดเดี่ยวที่แม้แต่ฟ้าดินก็ไม่อาจสั่นคลอนได้ "ข้ารู้ดีว่าความอยุติธรรมมีอยู่จริงบนโลกใบนี้... แต่วิถีมารที่เจ้าเลือกเดิน เย่ว์ชิงหลัน มันไม่ได้นำพาความจริงมาสู่แสงสว่าง มันมีแต่จะพาเจ้าดิ่งจมลงสู่ความมืดมิดที่ไม่มีวันหวนกลับ และในท้ายที่สุด... มือคู่นั้นของเจ้าก็จะเปื้อนเลือดไม่ต่างจากพวกมัน" "ถ้าเช่นนั้น ท่านก็จงมาหยุดข้าด้วยกระบี่ในมือของท่านเสียสิ!" เย่ว์ชิงหลันคำรามลั่น นิ้วทั้งห้าที่ดีดลงบนสายพิณโลหิตส่งพลังปราณมารพวยพุ่งออกเป็นคลื่นกระแทกสีแดงฉาน กวาดเอาสายฝนรอบกายให้ระเหยกลายเป็นหมอกควันสีเลือด พายุศาสตราวุธนับหมื่นเล่มที่ลอยอยู่กลางอากาศพุ่งทะยานเข้าหาหลี่มู่ไป๋พร้อมกันในเสี้ยวลมหายใจ เสียงกรีดร้องของอากาศธาตุยามถูกฉีกขาดดังสนั่นหวั่นไหวราวกับโลกกำลังจะแตกสลาย หลี่มู่ไป๋ไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียว เขายกมือซ้ายขึ้นจรดนิ้วชี้และนิ้วกลางเข้าหากัน ท่องบทกวีโบราณแผ่วเบา ทว่าทุกคำที่หลุดจากริมฝีปากกลับเปล่งประกายอักขระสีทองอร่ามกลางสายฝน *"บุปผาร่วงโรยยามอรุณรุ่ง...* *ชีวิตดั่งความฝันตื่นตระหนก...* *กระบี่หนึ่งเล่มตัดขาดความโศก...* *คืนนี้ยินดีรับทัณฑ์สวรรค์!"* สิ้นเสียงบทกวี กระบี่ "อัสนีร่ำไห้" ในฝักพลส่งเสียงคำรามก้องกังวานราวกับพญามังกรตื่นจากการหลับใหล... นิ้วมือขวาของเขาขยับสัมผัสที่โกร่งกระบี่ ปลายฝักกระบี่ขยับเลื่อนออกจากตัวล็อกเพียงหนึ่งนิ้ว ทว่าประกายแสงสีขาวบริสุทธิ์ที่ทะลักทะลายออกมาจากรอยแยกนั้น กลับเจิดจ้าเสียยิ่งกว่าสายฟ้าบนท้องฟ้า พลังปราณเซียนและบทกวีผสานหลอมรวมกันจนเกิดเป็นม่านพลังรูปดอกบัวหิมะเก้ากลีบ แผ่ขยายออกไปปะทะกับคลื่นพายุศาสตราวุธของเย่ว์ชิงหลันอย่างจัง! ตูมมมมม! แรงปะทะอันมหาศาลระเบิดออกกลางอากาศ คลื่นกระแทกแผ่ขยายเป็นวงกว้างจนยอดเขาเมฆาทั้งลูกสั่นสะเทือน หินผานับร้อยตันแตกละเอียดร่วงหล่นลงสู่เหวนรกเบื้องล่าง ฝุ่นควันและละอองน้ำผสมปนเปกันจนมองไม่เห็นร่างของคนทั้งสอง ทว่า ในวินาทีที่แสงจากการปะทะเริ่มจางลง หลี่มู่ไป๋ก็ต้องเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึง เมื่อเขาพบว่า ร่างของเย่ว์ชิงหลันไม่ได้ถอยหลังไปแม้แต่ก้าวเดียว นางกลับใช้พลังมารสะท้อนคลื่นบัวหิมะของเขากลับมาจนแตกสลาย และในจังหวะนั้นเอง... เงาร่างสีดำสนิทของนางก็หายวับไปจากยอดเจดีย์ร้าง ปรากฏขึ้นใหม่อีกครั้งที่เบื้องหลังของเขาอย่างรวดเร็วดั่งภูตผี ปลายเล็บเรียวยาวที่อาบไล้ด้วยพิษโลหิตสีดำสนิท จี้ตรงเข้าที่จุดชีพจรหัวใจของหลี่มู่ไป๋อย่างแม่นยำ โดยมีระยะห่างเพียงแค่กระดาษกั้น ขณะที่เสียงกระซิบอันแผ่วเบาแต่เยือกเย็นจนน่าสะพรึงกลัวดังขึ้นที่ข้างใบหูของเขา... "ท่านช้าไปก้าวหนึ่งแล้ว... หลี่มู่ไป๋" ...และก่อนที่ปลายนิ้วมือนั้นจะทะลวงผ่านเนื้อหนัง หัวใจของหลี่มู่ไป๋ก็ต้องกระตุกวูบ เมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายปริศนาสายที่สาม—กลิ่นอายอันคุ้นเคยที่แฝงไว้ด้วยจิตสังหารอันเก่าแก่และทรงพลังยิ่งกว่า ซึ่งพุ่งตรงมาจากเงาไม้เบื้องล่าง และเป้าหมายของมัน... ไม่ใช่เขา หรือนาง... แต่คือการปลิดชีพทั้งสองคนพร้อมกันในคราเดียว! --- ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องยุทธภพและบทกวีไปพร้อมกันนะครับ บทกวีใต้ร่มเงา
สารจากนักเขียน (บทกวีใต้ร่มเงา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่คมโศก บทเพลงสะท้านฟ้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%