กลิ่นอายคาวเลือดจาง ๆ ผสมผสานกับกลิ่นธูปโบราณที่มอดไหม้จนเกือบหมดดอก อบอวลอยู่ภายในห้องชุดขนาดกะทัดรัดชั้นสี่ของอพาร์ตเมนต์เก่าแก่ย่านฝั่งธนบุรี รวินทร์ยืนนิ่งอยู่หน้าประตูห้องที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานตีวงกตด้วยเทปสีเหลืองสะท้อนแสง ดวงตาคมกริบกวาดมองคราบของเหลวสีคล้ำที่ไหลรินออกมาตามร่องกระเบื้องยาง มันไม่ใช่รอยเลือดธรรมดา หากแต่มีประกายระยิบระยับคล้ายเกล็ดผงตะกั่วสะท้อนกับแสงไฟฉาย ราวกับถูกอาบด้วยน้ำยาประหลาดที่กฎฟิสิกส์ไม่อาจหาคำอธิบาย
"สภาพห้องถูกล็อกกลอนตายสนิทจากด้านในค่ะคุณรวินทร์ หน้าต่างทุกบานลงกลอนเหล็กดัดแน่นหนา ไม่มีร่องรอยการงัดแงะ ทีมพิสูจน์หลักฐานยืนยันว่านี่คือ 'ห้องปิดตาย' สมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์"
เสียงรายงานจากร้อยตำรวจเอกสาวผู้คุ้นเคยดังขึ้นเบา ๆ แต่มันแทบจะไม่ได้เข้าûมาในโสตประสาทของรวินทร์เลย ชายหนุ่มกำลังใช้สมาธิขั้นสูง ดวงตาข้างซ้ายที่มักจะซ่อนความลับบางอย่างไว้ภายใต้กรอบแว่นสายตา เริ่มเปลี่ยนเป็นสีเทาหม่น—วิสัยทัศน์พิเศษที่เขาสืบทอดมาและต้องแลกมาด้วยอาการปวดหัวเรื้อรังกำลังทำงาน มันช่วยให้เขามองเห็น 'ร่องรอยพลังงานตกค้าง' จากโลกอีกใบ
ภาพหลอนทางสายตาปรากฏขึ้น ร่างของเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายไม่ได้นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงอย่างที่ตาเนื้อเห็น แต่ภาพสะท้อนในมิติซ้อนทับกลับแสดงให้เห็นรอยเท้าสีดำสนิทนับสิบคู่ ที่ย่ำเดินวนเวียนอยู่รอบเตียง รอยเท้าเหล่านั้นไม่มีรูปร่างของส้นเท้าหรือนิ้วเท้าที่ชัดเจน แต่มันคือรอยไหม้เกรียมที่กัดกินเนื้อไม้ของพื้นห้องจนเป็นรอยเว้าลึก และที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดคือ... รอยเท้าเหล่านั้นพุ่งทะลุผ่านผนังปูนทึบออกไปด้านนอก ราวกับตัวตนที่สร้างมันขึ้นมาไม่ต้องพึ่งพาประตูหรือหน้าต่างในการเข้าออก
*ไสยเวทสายดำ... การดึงวิญญาณออกจากร่างโดยใช้ ‘ยันต์ตรึงเงา’ เป็นสื่อกลาง*
รวินทร์ขบกรามแน่นจนสันนูน ปมในใจเรื่องการตายของครอบครัวเมื่อหลายปีก่อนตื่นตัวขึ้นมาทันที กลิ่นอายความแค้นและอาคมรูปแบบนี้ช่างคุ้นเคยเสียเหลือเกิน มันคือร่องรอยเดียวกันกับคืนวันฝนพรำวันนั้น คืนที่พรากทุกอย่างไปจากชีวิตของเขา
"คุณกำลังมองหาอะไรอยู่หรือคะ รอยเลือดตรงนั้น หรือว่า... บางสิ่งที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า"
น้ำเสียงราบเรียบ นุ่มนวล แต่แฝงไปด้วยความเยือกเย็นประหลาดดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง โสตร/สาทของรวินทร์ตื่นตัวทันที มือขวาเผลอเอื้อมไปแตะด้ามโลหะของเครื่องรางในกระเป๋าเสื้อโดยอัตโนมัติ เขาหันขวับกลับไปมองต้นเสียงด้วยความระแวงเต็มพิกัด
ณ บริเวณมุมห้องที่ไร้ซึ่งเงาตกกระทบจากหลอดไฟนีออน ร่างระหงของหญิงสาวในชุดเสื้อคลุมยาวสีเทาเข้มกำลังยืนกอดอกพิงผนัง เส้นผมสีดำสนิทปล่อยสยายยาวเคลียไหล่ ใบหน้ารูปไข่นั้นงดงามราวกับภาพวาดโบราณ ทว่ากลับเรียบเฉยไร้ระลอกคลื่นอารมณ์ ดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นลึกล้ำราวกับห้วงมหาสมุทรที่ไม่มีวันหยั่งถึง
สิ่งที่ทำให้ลมหายใจของรวินทร์สะดุดไม่ใช่ความงามอันเยือกเย็นนั้น แต่เป็น 'ความว่างเปล่า' ที่พื้นดินเบื้องล่างของเธอ
ไม่มีเงา...
ต่อให้แสงไฟจากเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสาดส่องลงมาตรงตัวเธอมากแค่ไหน ร่างของหญิงสาวผู้นี้ก็ไม่เคยทอดเงาดำลงบนพื้นห้องเลยแม้แต่น้อย ราวกับเธอไม่ได้มีตัวตนอยู่จริงในมิติทางกายภาพนี้
"คุณเป็นใคร และเข้ามาในพื้นที่เกิดเหตุนี้ได้อย่างไร เจ้าหน้าที่กันเขตกั้นไว้หมดแล้ว" รวินทร์ถามเสียงต่ำ พยายามรักษาระยะห่างและประเมินคู่สนทนาอย่างรวดเร็ว สมองอันรวดเร็วของนักสืบประมวลผลข้อมูลทุกอย่าง เธอไม่ใช่ตำรวจ และไม่ใช่คนของกองพิสูจน์หลักฐานแน่ ๆ
หญิงสาวมุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตาเลยสักนิด เธอก้าวเท้าเดินเข้ามาใกล้รวินทร์ช้า ๆ ไร้ซึ่งเสียงฝนตกกระทบหรือแม้แต่เสียงเสียดสีของพื้นรองเท้า
"ฉันชื่อ 'ลดา' ค่ะ ส่วนเหตุผลที่ฉันมาอยู่ที่นี่..." เธอหยุดยืนห่างจากรวินทร์เพียงแค่เอื้อมมือถึง กลิ่นหอมจาง ๆ ของดอกจันทน์กะพ้อโชยแตะจมูก กลบกลิ่นคาวเลือดในห้องนั้นไปจนหมดสิ้น "ก็เพราะวิญญาณในห้องนี้กำลังร้องขอความช่วยเหลือจากฉัน... และในขณะเดียวกัน พลังงานแปลกปลอมที่คุณกำลังพยายามแกะรอยอยู่ ก็กำลังนำพาภัยพิบัติมาสู่ตัวคุณเองด้วยเช่นกันค่ะ คุณรวินทร์"
รวินทร์ชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ "คุณรู้จักชื่อผมได้อย่างไร?"
อาจารย์ลดาก้มหน้าลงมองรอยเท้าสีดำที่ยังคงจดจำพลังงานอยู่บนพื้น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเขานิ่ง แววตาคู่นั้นสะท้อนภาพใบหน้าของรวินทร์ที่เต็มไปด้วยความดื้อรั้นและบาดแผลในจิตใจ
"คนที่กำลังเดินตามหาเงาของความตาย ย่อมดึงดูดความมืดให้เข้าหาตัวเสมอค่ะ... และดูเหมือนว่า เงาที่คุณกำลังไล่ล่าอยู่ในตอนนี้ มันไม่ได้แค่ทิ้งร่องรอยไว้ให้ดูต่างหน้าเสียแล้ว"
สิ้นคำพูดของอาจารย์ลดา ทันใดนั้น ไฟนีออนทุกดวงภายในห้องพักและโถงทางเดินด้านนอกก็ดับวูบลงพร้อมกันอย่างไร้สาเหตุ ความมืดมิดสนิทกลืนกินทุกสรรพสิ่งในเสี้ยววินาที มีเพียงเสียงหอบหายใจของรวินทร์และเสียงกระซิบแผ่วเบาที่ดังมาจากความว่างเปล่าเหนือเพดาน
*[ระบบบันทึกสะกดรอยวิญญาณ: ตรวจพบพลังงานไสยเวทระดับ SSS กำลังปลุกอาคมบทที่สอง]*
*[คำเตือนจากระบบ: เป้าหมายในห้องปิดตายไม่ได้มีแค่หนึ่ง... และเงาของคุณกำลังถูกยึดครอง]*
รวินทร์สัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกที่ไต่ขึ้นมาจากข้อเท้า ลากยาวผ่านแผ่นหลังจนขนลุกชัน ทว่าก่อนที่เขาจะทันได้ชักอาวุธขึ้นมาป้องกันตัว มือเรียวเย็นเฉียบราวกับน้ำแข็งของอาจารย์ลดา ก็เอื้อมมาคว้าข้อมือของเขาไว้แน่น พร้อมกับเสียงกระซิบข้างหูที่เฉียบขาดและเต็มไปด้วยอำนาจ
"อย่าขยับค่ะ... ถ้าไม่อยากให้เงาของคุณหลุดหายไปตลอดกาล"
โปรดติดตามตอนต่อไปด้วยใจระทึกนะคะ...
---
*ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปไขปริศนาความมืดด้วยกันนะคะ - นภากระซิบผี*
บันทึกสะกดรอยวิญญาณ กับอาจารย์สาวผู้ไร้เงา•ตอนที่ 1
รอยเท้าที่ไร้เงา
ผลงานโดย นภากระซิบผี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกสะกดรอยวิญญาณ กับอาจารย์สาวผู้ไร้เงา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!