"ถ้าพวกแกกล้าทำลายเส้นพาสต้าเส้นนี้แม้แต่เส้นเดียว ฉันจะทำให้ตระกูลวรภัทรของพวกแกไม่มีแผ่นดินจะซุกหัวนอน... เชื่อมือฉันไหมล่ะ อาคม"
เสียงทุ้มต่ำแต่เย็นเยียบจนอุณหภูมิรอบแผงลอยรถเข็นลดฮวบลงทันตาเห็น รินรดาไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาจากกระทะทองเหลืองที่เธอกำลังผัดเส้นเฟטוชินีโฮมเมด ควันสีขาวกรุ่นกลิ่นเนยแท้และกระเทียมคั่วเคล้ากลิ่นสมุนไพรพุ่งขึ้นปะทะจมูก ทว่าบรรยากาศรอบตัวกลับไร้ซึ่งความอบอุ่น มีเพียงรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากชายหนุ่มร่างสูงในชุดสูทสั่งตัดพิเศษที่ยืนกอดอกพิงเสาไฟฟ้าริมถนน
พฤกษ์ไม่ได้มองหน้าอาคม พี่เขยจอมกะล่อนที่ถือวิสาสะเดินนำลูกน้องหน้าเลือดอีกสองคนเข้ามาในเขตพื้นที่ร้านของรินรดา สายตาคมกริบของนักธุรกิจหมื่นล้านจดจ้องเพียงแค่ปลายมีดพับในมือของอาคม ที่กำลังเอื้อมไปหมายจะกรีดผ้าใบกันสาดของร้านรถเข็นโบราณชิ้นมรดก
อาคมสะดุ้งสุดตัว เหงื่อกาฬผุดซึมตามไรผม แม้พฤกษ์จะอายุน้อยกว่าเขาหลายปี แต่บารมีและความเหี้ยมเกรียมในโลกธุรกิจที่พร้อมบดขยี้คู่แข่งให้กลายเป็นจุลทำให้ขาของอาคมสั่นระริกโดยไม่ต้องมีใครออกแรงผลัก
"คุณ... คุณพฤกษ์ นี่มันเรื่องในครอบครัวเรานะครับ เรื่องที่ดินและตึกแถวตรงนี้..." อาคมพยายามฝืนยิ้มกลบเกลื่อนความกลัว ละล่ำละลักอ้างสิทธิ์ตามกฎหมายปลอมๆ ที่พวกมันร่วมมือกับทนายขี้ฉ้อก섬ขึ้นมา
"ครอบครัว?" รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ เธอตวัดตะหลิวไม้ไผ่ผัดเส้นพาสต้าเข้ากับซอสไข่เค็มลาวาโฮมเมดอย่างคล่องแคล่ว เสียงเส้นพาสต้ากระทบกระทะดังฉ่าสะท้อนความดุดันในใจ "วันที่อาม่านอนป่วยติดเตียง พวกแกเคยเรียกคำว่าครอบครัวบ้างไหมอาคม? วันที่พวกแกเอาสัญญาจำนองปลอมมาแปะประกาศขับไล่ฉันออกจากบ้านหลังเก่า แกเคยจำคำนี้ได้หรือเปล่า?"
"รินรดา! อย่ามาปากดีนะ แกมันก็แค่เด็กก้นครัวที่บังเอิญทำอาหารอร่อยขึ้นมาหน่อย อย่าคิดว่ามีผู้ชายรวยๆ มาเปย์แล้วจะกร่างค้ำฟ้าได้นะเว้ย!" น้าสาวของเธอที่แอบซุ่มอยู่หลังรถกระบะขนของโผล่พรวดออกมา ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความริษยา ในมือถือถังน้ำยาเคมีฤทธิ์กรดที่เตรียมสาดทำลายวัตถุดิบและโครงสร้างไม้ของรถเข็น
แผนการสกปรกในคืนนี้ถูกวางไว้ดิบดี อาคมจะเข้ามาข่มขู่ยื้อแย่งเอกสารสิทธิ์ ส่วนน้าสาวจะฉวยโอกาสสาดน้ำยาทำลายล้างความเหนื่อยยากของรินรดาให้พังพินาศในพริบตา เพื่อบีบให้เธอต้องยอมจำนนเซ็นยกที่ดินให้อย่างไร้ทางสู้
ทว่าพวกมันลืมคิดไปข้อหนึ่ง... บนถนนสายเก่าแห่งนี้ นอกจากรินรดาจะไม่ใช่เด็กสาวอ่อนต่อโลกที่ยอมให้ใครรังแกแล้ว เธอยังมี "แบ็ค" ที่น่ากลัวที่สุดในย่านนี้ยืนคุมเชิงอยู่
พฤกษ์ก้าวเท้าช้าๆ เข้าไปขวางหน้าน้าสาวของรินรดา ร่างสูงใหญ่บังรัศมีถังน้ำยาเคมีนั้นจนมิด เขามองผู้หญิงวัยกลางคนด้วยสายตาที่ไร้ซึ่งความปรานี ราวกับกำลังมองแมลงสาบสกปรกที่น่ารังเกียจ
"คุณอาคมครับ คุณน้าครับ..." พฤกษ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพนุ่มนวล แต่ทุกคำที่หลุดจากปากกลับทรงพลังราวกับค้อนเหล็กทุบลงกลางอก "ก่อนที่พวกคุณจะก้าวเท้าเข้ามาเหยียบพื้นที่ตรงนี้ ผมได้ให้ทีมทนายจัดการยื่นฟ้องดำเนินคดีอาญาข้อหาปลอมแปลงเอกสารสิทธิ์และการกรรโชกทรัพย์เรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่เมื่อสิบนาทีที่แล้ว"
ใบพักตร์ของอาคมและน้าสาวเผือดสีลงทันที เลือดในกายเย็นเฉียบ
"ส่วนเรื่องความเสียหายที่พวกคุณพยายามจะทำลายร้าน..." พฤกษ์หันไปสบตารินรดาแวบหนึ่ง แววตาแข็งกร้าวเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนลุ่มลึกอย่างน่าประหลาด ก่อนจะหันกลับมาพูดต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ผมได้ให้บริษัทประกันและทีมกฎหมายตีมูลค่าความเสียหายล่วงหน้าไว้แล้ว ทุกตารางนิ้วที่พวกคุณเหยียบเข้ามาและคิดจะทำลาย จะถูกตีราคาเป็นมูลค่าการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายสิบเท่า... หวังว่าตระกูลวรภัทรของพวกคุณ จะมีปัญญาหาเงินมาใช้หนี้หลักสิบล้านนี้นะครับ"
"แก... แกมันคนสารเลว!" น้าสาวกรีดร้องสติหลุด เงื้อมมือจะสาดน้ำยาเคมีใส่พฤกษ์ด้วยความโกรธแค้นถึงขีดสุด
รินรดาเคลื่อนไหวเร็วกว่า เธอตักซอสพาสต้าไข่เค็มลาวาร้อนๆ ที่เพิ่งปรุงเสร็จราดลงบนจานกระเบื้องเคลือบวินเทจ กลิ่นหอมฟุ้งของไข่เค็มเคี่ยวกับเนยแท้และชีสพาร์เมซานเตะจมูกขึ้นไปในอากาศทันที เธอยกจานนั้นขึ้นด้วยมือเดียว เดินนิ่งผ่านพฤกษ์ไปหยุดอยู่ตรงหน้าอาคมและน้าสาว
"อยากกินของร้อนๆ ไหมล่ะครับ... อ้อ ฉันหมายถึงคดีความในศาลนะที่จะทำให้พวกแกร้อนจนอยู่ไม่สุข" รินรดาแย้มยิ้มละมุน แต่แววตาวาวโรจน์ "จำไว้นะอาคม ร้านรถเข็นคันนี้สร้างด้วยหยาดเหงื่อของอาม่า และฉันจะปกป้องมันด้วยทุกอย่างที่มี... ไสหัวไปซะ ก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนใจไม่ราดซอสใส่จาน แต่จะราดใส่หัวพวกแกแทน"
ความกดดันมหาศาลและกลิ่นอายอันตรายจากทั้งคู่ทำให้ลูกน้องมือปืนรับจ้างของอาคมค่อยๆ ถอยกรูด อาคมหน้าซีดตัวสั่น ลากน้าสาวที่กำลังคลุ้มคลั่งถอยหลังกลับขึ้นรถกระบะแล้วขับหนีหายไปในความมืดของถนนย่านเก่าอย่างทุรลี
บรรยากาศรอบร้านกลับคืนสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง เหลือเพียงเสียงกุ้งแม่น้ำสดๆ ในตู้แช่ที่ขยับตัวเบาๆ และกลิ่นหอมกรุ่นของพาสต้าไข่เค็มลาวาที่อบอวลชวนน้ำลายสอ
รินรดาระบายลมหายใจยาวเหยียด ความตึงเครียดที่สะสมมานานนับเดือนคลี่คลายลง เธอวางจานพาสต้าลงบนเคาน์เตอร์ไม้ หันมามองชายหนุ่มผู้เป็นทั้งคู่คิดและเกราะกำบังในย่านนี้ด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย
"คุณนี่นะ... ชอบทำตัวเป็นเจ้าพ่อมาเฟียอยู่เรื่อย" รินรดาเอ่ยเสียงเบา พลางยื่นทิชชูให้พฤกษ์ที่ยืนจัดเสื้อสูทให้เข้าที่
"ผมก็แค่ปกป้องสิทธิ์ของภรรยาในอนาคต... ไม่ได้เหรอครับ เชฟริน" พฤกษ์ยิ้มมุมปาก นัยน์ตาสีเข้มพราวระยับด้วยประกายความอบอุ่น
รินรดาหน้าแดงซ่าน รีบหันไปตักเส้นพาสต้าอีกจานใส่จานยื่นให้เขา "กินซะ ก่อนที่เส้นจะอืด... นี่คือค่าจ้างที่คุณมาช่วยเคลียร์พวกตัวน่ารำคาญ"
พฤกษ์รับจานพาสต้ามา กลิ่นหอมเย้ายวนใจลอยเข้าจมูก แต่ก่อนที่เขาจะได้ตักเส้นเข้าปาก เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากตรอกมืดด้านข้างร้าน พร้อมกับเสียงเคาะไม้เท้าที่ก้องกังวานในความเงียบ
ร่างของชายชราในชุดสูทผ้าไหมโบราณผู้มีใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับพฤกษ์ราวกับพิมพ์เดียวกัน ก้าวออกมาจากเงาไม้ สายตาคมปลาบกวาดมองไปรอบร้านรถเข็น ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่รินรดา
"ทำได้ไม่เลวเลยนี่แม่หนู... แต่ฝีมือแค่นี้ คิดว่าจะพอชนะการแข่งขันประลองอาหารประจำปีของตระกูลเราได้จริงๆ งั้นรึ?"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้อย่างเสมอมานะครับ
เชฟร้านรถเข็นกับคุณชายที่กินยากที่สุดในย่านเก่า•ตอนที่ 10
การปะทะของเหล่านักล่า
ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟร้านรถเข็นกับคุณชายที่กินยากที่สุดในย่านเก่า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!