เชฟร้านรถเข็นกับคุณชายที่กินยากที่สุดในย่านเก่า•ตอนที่ 11

ปกป้องร้านด้วยสองมือ

ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
"ทำได้ไม่เลวเลยนี่แม่หนู... แต่ฝีมือแค่นี้ คิดว่าจะพอชนะการแข่งขันประลองอาหารประจำปีของตระกูลเราได้จริงๆ งั้นรึ?" เสียงหัวเราะเยาะหยันของ ‘คุณลุงประจักษ์’ ดังสะท้อนก้องขึ้นท่ามกลางความเงียบของตรอกโบราณ กลิ่นอายของเครื่องเทศและควันไฟจากเตาถ่านในร้านรถเข็นยังคงกรุ่นกำจาย แต่บรรยากาศรอบตัวกลับเย็นเยียบลงถนัดตา ใบหน้ายับย่นตามวัยของญาติผู้พี่ที่จ้องจะฮุบมรดกแสดงความเหยียดหยามอย่างไม่คิดปิดบัง เอกสารสิทธิ์ที่ดินผืนงามของอาม่าถูกวางกระแทกบนโต๊ะไม้เก่าๆ เสียงนั้นดังบาดใจรินรดาจนมือเรียวที่ถือตะหลิวเผลอกำแน่นจนข้อต่องอขาว รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความโกรธ เธอมองหน้าชายสูงวัยผู้ซึ่งไม่เคยแม้แต่จะลงมือทำอาหารด้วยซ้ำ แต่กลับใช้เล่ห์เหลี่ยมทางกฎหมายและอำนาจเงินบีบคั้นคนทำมาหากิน "ถ้าฝีมือแค่นี้มันไร้ค่าในสายตาคุณลุงนัก ทำไมท่านถึงต้องส่งคนมาป่วนร้านหนูทุกวี่ทุกวันด้วยล่ะครับ... อ๊ะ ขออภัยครับ หมายถึงส่งคนมาหาเรื่องกันไม่เว้นแต่ละวัน" เสียงนุ่มทุ้มแต่ทรงพลังดังแทรกขึ้นจากความมืดบริเวณมุมตึก ร่างสูงโปรดของพฤกษ์ก้าวออกมาจากเงาไม้ แสงไฟสีส้มจากหลอดไฟนีออนดวงเก่าสาดกระทบใบหน้าคมคายที่เรียบเฉย ทว่าดวงตากลับคมกริบราวกับใบมีดที่ซ่อนอยู่ในฝัก ชุดสูทสีเข้มไร้รอยยับตัดกับบรรยากาศสตรีทฟู้ดริมทางอย่างสิ้นเชิง แต่กลับสร้างแรงกดดันมหาศาลให้กับผู้มาเยือนอย่างประจักษ์โดยไม่ต้องเอ่ยคำขู่ ประจักษ์ชะงัก สีหน้าเปลี่ยนสีครู่หนึ่งก่อนจะฝืนหัวเราะกลบเกลื่อน "อ้าว... คุณพฤกษ์ นักธุรกิจใหญ่โต ทำไมถึงมาคลุกคลีอยู่กับเศษสวะข้างถนนแบบนี้ล่ะครับ หรือว่าติดใจรสชาติอาหารจนแยกไม่ออกว่าอะไรคือความเหนือชั้นของตระกูลใหญ่" พฤกษ์ไม่ตอบทันที เขาย่างสามขุมเข้ามาใกล้ ชายหนุ่มหยุดยืนเคียงข้างรินรดา ระยะห่างเพียงไม่กี่คืบนั้นให้ความรู้สึกปกป้องอย่างชัดเจน กลิ่นน้ำหอมราคาแพงเจือจางปะปนกับกลิ่นหอมของซีיוรี่ว์และกระเทียมเจียว ลมหายใจของรินรดาสะดุดไปชั่วขณะเมื่อฝ่ามืออุ่นจัดของพฤกษ์เอื้อมมาแตะหลังมือเธอเบาๆ เป็นเชิงบอกให้ใจเย็นลง "รสชาติความเหนือชั้นที่ว่า... คือการใช้สัญญาเงินกู้ปลอมแปลงลายมืออาม่าเพื่อฮุบที่ดินทำกินอย่างนั้นหรือครับ ประจักษ์กุล" พฤกษ์เอ่ยเสียงเรียบ ทว่าทุกคำหนักแน่นราวกับค้อนเหล็กที่ตอกลงบนหัวใจของคู่สนทนา ประจักษ์หน้าถอดสีทันที ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ "คุณ... คุณพูดเรื่องอะไร! อย่ามาปรักปรำนะ!" "ผมไม่เคยพูดคำไหนที่ไม่มีหลักฐาน" พฤกษ์หยิบซองเอกสารสีน้ำตาลออกจากกระเป๋าเสื้อสูทด้านในอย่างใจเย็น โยนมันลงบนโต๊ะไม้ตัวเดิม เสียงกระทบเบาๆ แต่กลับหนักอึ้งในความรู้สึกของทุกคน "นี่คือสำเนาการตรวจสอบเส้นทางการเงินและลายมือชื่อจากกองพิสูจน์หลักฐาน เอกสารฉบับที่คุณใช้ข่มขู่คุณรินรดา เป็นโมฆะมาตั้งแต่สามวันก่อนแล้วครับ และทนายความของผมกำลังยื่นฟ้องข้อหาปลอมแปลงเอกสารและพยายามกรรโชกทรัพย์" รินรดาหันขวับไปมองหน้าพฤกษ์ด้วยความตกตะลึง ดวงตากลมโตฉายแววไม่เชื่อ พฤกษ์จัดการเรื่องนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่? ทั้งๆ ที่เธอยังไม่ได้ร้องขอด้วยซ้ำ ชายหนุ่มหันมาสบตาเธอ แววตาที่มักจะเย่อหยิ่งและกินยากในสายตาคนอื่น กลับทอประกายความอ่อนโยนและมั่นคงอย่างประหลาด ราวกับจะบอกว่า *'วางใจเถอะ ผมอยู่ตรงนี้แล้ว'* ประจักษ์หน้าซีดเผือด เหงื่อกาฬแตกพลั่ก มือที่เคยถือเอกสารสิทธิ์สั่นเทาจนต้องรีบปล่อย "แก... แกเป็นใครกันแน่ ทำไมต้องมายุ่งเรื่องของตระกูลเรา!" "ผมไม่ได้ยุ่งเรื่องของตระกูลคุณ" พฤกษ์ปัดเสื้อสูทเบาๆ อย่างรังเกียจฝุ่นละออง "แต่ผมเป็นลูกค้าประจำ... และเป็นคนเดียวที่มีสิทธิ์วิจารณ์อาหารของเชฟรินรดาแต่เพียงผู้เดียว ส่วนคุณ... ถ้าไม่อยากให้ตำรวจลากตัวไปตอนนี้ กรุณาเก็บเอกสารขยะพวกนี้แล้วไสหัวออกไปจากร้านของเธอซะ" บรรยากาศรอบตัวตึงเครียดจนแทบหยุดหายใจ ประจักษ์กัดฟันกรวดด้วยความแค้นเคือง สายตาอาฆาตมาดร้ายมองสลับระหว่างพฤกษ์และรินรดา ก่อนจะคว้ากระเป๋าเอกสารแล้วเดินจ้ำอ้าวหนีหายไปในความมืดของตรอกอย่างไม่กล้าสู้หน้าต่อ เสียงถอนหายใจยาวนานด้วยความโล่งอกดังขึ้นจากรินรดา เธอทรุดตัวลงพิงขอบโต๊ะเล็กน้อย แรงกดดันที่แบกรับมาหลายเดือนคลี่คลายลงในพริบตา ทว่ายังไม่ทันที่เธอจะได้เอ่ยคำขอบคุณ พฤกษ์ก็ก้าวเข้ามาประคองไหล่เธอไว้ด้วยความรวดเร็ว "คุณไหวไหม?" เสียงทุ้มต่ำเอמהถามอย่างกังวล "ฉัน... ฉันไม่เป็นไรค่ะ เอ๊ย ไม่เป็นไรครับ..." รินรดาเกือบเผลอหลุดคำพูดคุ้นชิน แต่ก็รีบเปลี่ยนสรรพนามตามสัญชาตญาณเมื่อเห็นมุมปากของพฤกษ์กระตุกยิ้มเล็กน้อย "ขอบคุณนะคะ... เอ่อ ขอบคุณมากครับคุณพฤกษ์ ที่ช่วยฉันไว้" "ผมไม่ได้ช่วยคุณฟรีๆ หรอกนะ" พฤกษ์โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนรินรดาต้องเอนตัวหนีโดยอัตโนมัติ กลิ่นอายความอบอุ่นและบุคลิกของสุภาพบุรุษสายเปย์แผ่ซ่านจนหัวใจเธอเต้นไม่เป็นจังหวะ "จำได้ไหม ว่าคุณติดผมอยู่หนึ่งมื้อ... และคืนนี้ ผมอยากกิน 'ข้าวผัดกากหมูสูตรพิเศษ' ที่ไร้ความกังวลใจใดๆ มารบกวน" รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เมื่อเงยหน้าขึ้นสบตา เขากลับยืนยันคำเดิมด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่น่าหมั่นไส้ที่สุดในสามโลก ในขณะที่เธอกำลังจะเปิดเตาเพื่อทำตามคำขอ ร่างเงาของคนอีกกลุ่มหนึ่งก็ก้าวเข้ามาหยุดที่หน้าร้าน พร้อมกับเสียงตบมือช้าๆ ดังขึ้น... "ฝีมือปกป้องสาวนี่ไม่เลวเลยนี่ครับ คุณพฤกษ์... แต่ก็น่าเสียดาย ที่ต่อให้เคลียร์เรื่องที่ดินได้ แต่ 'ตราสัญลักษณ์ประจำตระกูล' ที่ใช้ตัดสินการแข่งขันรอบสุดท้าย พวกคุณไม่มีวันหามาได้หรอก" รินรดาและพฤกษ์หันขวับไปมองพร้อมกัน ร่างของชายแปลกหน้าในชุดสูทสากลสีขาวสะอาดตา ยืนยันรอยยิ้มเย็นเยียบ พร้อมกับชูวัตถุบางอย่างขึ้นสะท้อนกับแสงไฟ... มันคือตราสัญลักษณ์ทองคำแท้ที่สูญหายไปของตระกูล ที่ตอนนี้กลายเป็นกุญแจดอกสุดท้ายในการฮุบกิจการร้านอาหารทั้งหมด! --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "เชฟร้านรถเข็นกับคุณชายที่กินยากที่สุดในย่านเก่า" มาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟร้านรถเข็นกับคุณชายที่กินยากที่สุดในย่านเก่า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%