กลิ่นอายของกำยานหมื่นลี้ระคนกลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยอลวนอยู่ปลายนาสิก ประหนึ่งเตือนสติว่าความตายเพิ่งผ่านพ้นไปเมื่อชั่วลมหายใจก่อนนี่เอง
หลินซูเหยาค่อยๆ ปรือเปลือกตาขึ้น ช้าๆ ทว่ามั่นคง ความเจ็บปวดราวนับพันเล่มไฟแผดเผาตามผิวเนื้อเมื่อครู่ถูกสะกดกลั้นไว้ด้วยสัญชาตญาณแห่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ นางไม่ได้สะดุ้งตื่นด้วยความตื่นตระหนกไร้สติ ดั่งเช่นคุณหนูในห้องหอทั่วไปยามเผชิญภัยภิบัติ หากแต่ทอดสายตากวาดมองรอบกายด้วยความเยือกเย็น ดุจดั่งเซียนหมากผู้กำลังคำนวณกระดานแรกแห่งการล้างตา
เบื้องหน้าของนางคือเรือนหอที่ประดับประดาด้วยผ้าแพรสีแดงชาดละลานตา โคมมงคลคู่ใหญ่ส่องแสงวับแววขับเน้นบรรยากาศแห่งการอภิเษกสมรสให้ยิ่งกดดันจนแทบหายใจไม่ออก ทว่า บนร่างของนางกลับสวมชุดเจ้าสาวปักลายหงส์คู่ดิ้นทองหนักอึ้ง ซึ่งเวลานี้เปรอะเปื้อนคราบเขม่าควันและรอยเลือดสีคล้ำ บริเวณชายผ้าถกขึ้นเผยให้เห็นรอยแผลไหม้เกรียมจากเปลวเพลิงที่เพิ่งมอดดับลง
"คุณหนูรอง! สวรรค์โปรด... ท่านฟื้นแล้วจริงๆ หรือเจ้าคะ!"
เสียงร้องระคนสะอื้นไห้ของ 'เสี่ยวหลัน' สาวใช้คนสนิทดังขึ้นข้างเตียง ร่างเล็กๆ นั้นสั่นเทาจนกำไลหยกกระทบกันดังกรุ๊งกริ๊ง นางโถมตัวเข้ามาใกล้หมายจะประคอง ทว่าต้องชะงักงันเมื่อปะทะเข้ากับสายตาคู่หนึ่ง—ดวงตาคู่นั้นมิได้มีความหวาดกลัว หวาดระแวง หรือความโศกเศร้าอาดูรอย่างที่เคยเป็นมานับแต่อยู่ในจวนสกุลหลิน มีเพียงความว่างเปล่าอันล้ำลึก ดุจก้นบึงมหาสมุทรที่ซ่อนคลื่นใต้น้ำอันเชี่ยวกรากไว้รอวันพิฆาต
ซูเหยายันกายลุกขึ้นช้าๆ ปล่อยให้ความเจ็บปวดจากพิษบาดแผลแล่นริ้วไปทั่วร่าง เพื่อตอกย้ำความจริงที่ว่า... นางได้ย้อนเวลากลับมาแล้วจริงๆ กลับมาในวันที่พี่สาวต่างมารดาและแม่เลี้ยงใจอำมหิต วางเพลิงเผาเรือนพักเพื่อฮุบสินเดิมและตำแหน่งชายาอ๋องเจิ้นเป่ยของนาง!
"ข้ายังไม่ตาย เสี่ยวหลัน" น้ำเสียงของนางราบเรียบ เย็นเยียบจนสาวใช้ถึงกับผงะ ถ้อยคำนั้นมิได้ดัง ทว่าทรงพลังอำนาจประหลาด จนคนฟังต้องยอมสยบโดยสัญชาตญาณ "แล้วคนที่ควรจะตาย... ได้รับข่าวดีนี้หรือยังล่ะ"
"คุณหนู... บ่าว... บ่าวเกรงว่า..." เสี่ยวหลันละล่ำละลักด้วยความตกใจกับท่าทีที่เปลี่ยนไปราวฟ้ากับเหวของผู้เป็นนาย "ฮูหยินใหญ่กับคุณหนูใหญ่กำลังรอรับแขกอยู่ที่โถงรับรอง พวกนาง... พวกนางประกาศแก่คนทั้งจวนแล้วว่า ท่าน... ท่านตรอมใจจนจุดไฟเผาตัวตายในคืนแต่งงาน เพื่อหลีกหนีการแต่งเข้าจวนอ๋องเจิ้นเป่ยที่ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมเจ้าค่ะ!"
มุมปากเรียวสวยยกยดขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบ รอยยิ้มที่ทำให้เสี่ยวหลันรู้สึกเสียวสันหลังวาบราวกับถูกคมมีดจ่ออยู่ที่ลำคอ
ช่างเป็นการเดินหมากที่รวดเร็วและอำมหิตยิ่งนัก... พวกนางคงคิดว่าการส่งศพไหม้เกรียมหรือหญิงวิกลจดสติฟั่นเฟือนเข้าจวนอ๋อง คือการโยนเผือกรร้อนให้พ้นตัว พร้อมกับป้ายความอับอายให้ตระกูลหลินมีมลทิน แต่น่าเสียดาย... ผู้ที่นอนอยู่บนเตียงนี้เวลานี้ มิใช่หลินซูเหยาผู้อ่อนแอคนเดิมอีกต่อไปแล้ว หากแต่เป็นแพทย์หญิงมือหนึ่งจากศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด ผู้เชี่ยวชาญทั้งการแพทย์แผนโบราณ พิษวิทยา และจิตวิทยาเชิงรุก
"ตรอมใจจุดไฟเผาตัวตายอย่างนั้นหรือ..." ซูเหยาทวนคำ แววตาทอประกายคมกริบดุจใบมีดโกนที่ซ่อนอยู่ในแพรไหม "ในเมื่อพวกนางอุตส่าห์เตรียมงานศพให้ข้าอลังการถึงเพียงนี้ มีหรือที่ข้าจะไม่ไปร่วม 'งานมงคล' ของพวกนางให้สมเกียรติ"
ในขณะที่ภายในห้องนอนกำลังตึงเครียดด้วยไอสังหารที่นางแผ่ออกมาโดยไม่รู้ตัว ด้านนอกเรือนกลับมีเสียงฝีเท้าหนักแน่นก้าวเข้ามาเป็นจังหวะ พร้อมกับกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวที่แผ่ขยายปกคลุมไปทั่วทั้งเรือน บ่าวไพร่ภายนอกต่างหมอบกราบลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัวจนตัวสั่นเทา
ประตูห้องหอถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ซึ่งความปรานี
ร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมสีดำสนิทปักลายมังกรห้ากรงเล็บด้วยดิ้นเงินสะท้อนแสงไฟวับวับ ใบหน้าหล่อเหลาดั่งเทพเซียนสลักเสลาอย่างประณีต ทว่าเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทอดมองสภาพความเสียหายภายในห้อง ก่อนจะมาหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างของสตรีที่นั่งอยู่บนเตียง—จ้าวเฟยหลง อ๋องเจิ้นเป่ยผู้กุมอำนาจกองทัพพยัคฆ์ทมิฬ ผู้ที่ฮ่องเต้ยังต้องเกรงกลัวสามส่วน!
เขาก้าวเข้ามาด้วยฝีเท้าที่เงียบเชียบ ทว่ากดดันจนอากาศรอบตัวคล้ายจะแข็งตัว พระเนตรคมกวาดมองคราบเขม่าและรอยเลือดบนชุดเจ้าสาวของนาง ก่อนจะเลื่อนขึ้นมาสบตากับนางตรงๆ
ไร้ซึ่งคำทักทาย ไร้ซึ่งความนุ่มนวลตามธรรมเนียมบ่าวสาวคู่แต่งงานใหม่
"ชายาของข้า... เป็นสตรีเสียสติที่จุดไฟเผาเรือนตัวเองในคืนแต่งงานจริงหรือ" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้น เย็นเยียบจนบาดลึกถึงขั้วหัวใจ แฝงไปด้วยรังสีอำมหิตที่พร้อมจะปลิดชีพคนได้ในพริบตาเดียว
ซูเหยาไม่หลบสายตา นางเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก ท่ามกลางบรรยากาศที่บีบคั้นถึงขีดสุด นางกลับยื่นมือที่ยังมีคราบเขม่าดินปืนเปื้อนอยู่เล็กน้อยออกไปแตะที่ข้อมือของท่านอ๋องผู้ดุร้ายอย่างอาจหาญ เป็นการกระทำที่ไม่มีใครในแผ่นดินนี้กล้าทำมาก่อน!
"ท่านอ๋องทรงเข้าใจผิดแล้วเพคะ..." ซูเหยาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าชัดเจนทุกถ้อยคำ ท่ามกลางความตกตะลึงของจ้าวเฟยหลงที่ชะงักไปชั่วขณะ "หม่อมฉันไม่ได้เผาเรือนตัวเอง... หม่อมฉันเพียงแต่ 'จุดไฟ' เพื่อเผากระดานหมากเน่าๆ ที่คนอื่นเป็นคนเริ่มเดินต่างหากเล่า"
จ้าวเฟยหลงหรี่ตาลงเล็กน้อย ความสนใจระคนแปลกใจฉายวาบขึ้นในดวงตาคมกริบ คลื่นลมใต้ผิวน้ำในจวนอ๋องเริ่มก่อตัวขึ้นตั้งแต่วินาทีแรกที่สตรีผู้นี้ฟื้นขึ้นมาจากกองเพลิง
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังระอุถึงขีดสุด ขันทีเฒ่าหน้าห้องก็ซอยเท้าวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาด้วยความลนลาน พร้อมกับราชโองการสีทองอร่ามในมือที่สั่นเทา
"ท่านอ๋อง... เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! ราชโองการลับจากในวังหลวง... ฮ่องเต้มีรับสั่งด่วนให้ปลดพระชายา และ... และส่งตัวท่านอ๋องนำทัพบุกชายแดนทันทีคืนนี้!"
เงียบแต่ฟาดเรียบขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านตอนแรกด้วยนะคะ
ชายาคนนี้... ข้าขอหย่าตั้งแต่เมื่อวาน•ตอนที่ 1
ฟื้นจากกองเพลิง
ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ชายาคนนี้... ข้าขอหย่าตั้งแต่เมื่อวาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!