"ถ้าพวกท่านคิดว่าเศษทองคำแท่งพวกนั้นจะซื้อศักดิ์ศรีของอาณาจักรลูเมนได้ล่ะก็... ผมเกรงว่าพวกท่านคงต้องกลับไปเรียนวิชาคณิตศาสตร์อนุบาลใหม่เสียแล้วกระมังครับ ท่านทูตแวน"
เสียงหัวเราะเยาะหยันดังสะท้อนก้องห้องโถงเจรจาโอ่อ่า ภายในพระราชวังแกรนด์เดเลีย ประตูบานใหญ่แกะสลักด้วยไม้มาฮอกกานีโบราณปิดสนิท แยกโลกภายนอกที่วุ่นวายออกจากห้องประชุมลับที่ชี้ชะตากรรมเศรษฐกิจของสามทวีป
บนโต๊ะประชุมไม้ยูคาลิปตัสรมดำ บันทึกข้อตกลงการค้าระดับสูงถูกกางออก แต่อากาศรอบตัวกลับเย็นเยียบราวน้ำแข็ง ท่านทูตแวน ตัวแทนผู้ทรงอิทธิพลจากสภาการค้าหลวง หน้าถอดสีจนกลายเป็นสีซีดเผือด เหงื่อกาฬไหลซกหยดลงบนปกเสื้อสูทสั่งตัดราคาแพง เขากำลังเผชิญหน้ากับชายหนุ่มผู้ปฏิวัติโครงสร้างอำนาจทั้งหมดด้วยตัวคนเดียว
คีย์ นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้พนักสูงบุด้วยกำมะหยี่สีเลือดหมู ใบหน้าคมคายเรียบเฉยไร้ระลอกคลื่น ดวงตาสนเท่ห์คมกริบราวกับมองทะลุปรโปร่งถึงก้นบึ้งจิตใจของคู่สนทนา ในมือของเขาคือน้ำชาอุ่นๆ ที่ส่งควันกรุ่นจางๆ เขาไม่ได้สนใจกระดาษสัญญามูลค่าสิบล้านเหรียญทองตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย ราวกับมันเป็นเพียงกระดาษชำระไร้ค่า
ข้างกายเขา ลินน์ ในชุดคลุมนักบวชสีขาวบริสุทธิ์ปักดิ้นทองประณีต นั่งสงบนิ่งเป็นดั่งภาพวาด เธอยกมือเรียวขึ้นจัดปอยผมสีเงินยวงที่คลอเคลียข้างแก้มอย่างใจเย็น สายตาที่เธอมองไปยังเหล่าขุนนางหน้าเงินเหล่านั้นเต็มไปด้วยความเวทนา—สายตาแบบเดียวกับที่เธอเคยใช้มองขอทานข้างถนนในวันที่เธอกับคีย์ถูกขับไล่ออกจากวิหารอย่างไร้เยื่อใย
"ท่านคีย์... เรื่องนี้... มันขัดต่อกฎของสภาการค้าโบราณนะขอรับ การผูกขาดเส้นทางการค้าเกลือและแร่มานาทั้งหมดไว้ที่บริษัทการค้าโนבהของท่านเพียงผู้เดียว มันคือการเหยียบย่ามอำนาจขององค์จักรพรรดิ!" ทูตแวนพยายามเค้นเสียงขู่ ถึงแม้ขาของเขาจะสั่นระริกจนควบคุมไม่อยู่
คีย์วางถ้วยแบล็กทีลงกระทบจานรองเบาๆ เสียงกังวานใสนั้นกลับดังราวกับอสุนิบาตฟาดกลางหัวใจของทุกคนในห้อง
"กฎเหรอครับ?" คีย์ทวนคำ มุมปากหยักยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา "ในวันที่ผมกับลินน์เกือบอดตายที่ชายแดนเขต 4 เพราะภาษีขูดรีดของพวกท่าน กฎพวกนั้นเคยปกป้องพวกเราไหมครับ? ในวันที่พวกท่านปิดประตูใส่หน้าเราเพราะเราไม่มีเงินติดตัวสักแดงเดียว... กฎแห่งความเมตตาของพวกท่านมันไปมุดอยู่รูไหนเสียล่ะครับ ท่านทูต?"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องโถงชั่วขณะ ขุนนางชั้นสูงหลายคนกลืนน้ำลายลงคอด้วยความยากลำบาก พวกเขาเพิ่งตระหนักในวินาทีนี้เองว่า ชายหนุ่มตรงหน้าไม่ใช่พ่อค้าหน้าใหม่ที่หลงระเริงในอำนาจเงิน แต่คือปีศาจสวมรอยมนุษย์ที่จดจำทุกความเจ็บปวดและรอวันทบต้นทบดอกอย่างสาสม
"แต่... แต่ทรัพยากรของอาณาจักรเรามีจำกัด..." ทูตแวนพยายามหาข้ออ้างเป็นครั้งสุดท้าย
"ทรัพยากรมีจำกัด... แต่ 'เงินในบัญชี' ของผมไม่มีวันหมดครับ"
คีย์พูดแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เด็ดขาดราวกับประกาศิต เขายื่นมือไปหยิบการ์ดสีดำสนิทขอบทองคำแท้—บัตรเครดิตพรีเมียมอินฟินิตี้จากระบบโอนเงินข้ามมิติ ที่แม้แต่กษัตริย์ทั้งเจ็ดก็ไม่มีสิทธิ์ครอบครอง ออกมาวางไว้กลางโต๊ะ
ชั่วพริบตาที่การ์ดโลหะหนักหน่วงนั้นสัมผัสพื้นโต๊ะ อักษรเวทมนตร์สีฟ้าเรืองแสงก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศ แสดงตัวเลขยอดเงินคงเหลือที่มีศูนย์ต่อท้ายยาวเหยียดจนสมองของมนุษย์ปกติแทบคำนวณไม่ไหว แสงสีฟ้าสะท้อนลงบนนัยน์ตาของเหล่าขุนนางที่เบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึง บางคนถึงกับทรุดฮวบลงไปนั่งกองกับพื้นเนื่องจากเข่าอ่อนแรง
ลินน์เหลือบมองตัวเลขนั้นเล็กน้อย ก่อนจะโน้มตัวกระซิบบางอย่างข้างหูคีย์ด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาที่เต็มไปด้วยความหยอกเย้า "ดูเหมือนว่าเงินจำนวนนี้ จะซื้อเก้าอี้จักรพรรดิของพวกเขาสlaps ได้สักสามรอบเลยนะคะที่รัก"
คีย์หันไปสบตากับคู่ชีวิต รอยยิ้มอบอุ่นปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขาเพียงเสี้ยววินาที—รอยยิ้มที่มีให้แค่เธอคนเดียวเท่านั้น ก่อนที่เขาจะหันกลับมาหาเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายในห้องประชุมด้วยแววตาเยียบเย็นดังเดิม
"ท่านทูตแวนครับ... ผมให้เวลาท่านตัดสินใจสามวินาที"
คีย์กดนิ้วลงบนการ์ดสีดำเบาๆ ระบบส่งเสียงแจ้งเตือนสถานะพร้อมหักล้างหนี้สินทั้งอาณาจักรดัง *'ติ๊ด!'* ก้องกังวาน
"หนึ่ง... เซ็นสัญญาโอนกรรมสิทธิ์ทั้งหมดมาให้บริษัทของผม หรือสอง... ผมจะกดปุ่มนี้เพื่อซื้อหนี้สาธารณะทั้งหมดของอาณาจักรลูเมน แล้วสั่งปลดพวกท่านทุกคนออกจากตำแหน่งภายในห้าวินาทีนี้"
เหงื่อเม็ดโตผุดพรายเต็มใบหน้าของทูตแวน มือที่ถือปากกาขนนกสั่นเทาราวกับแบกหินผาพันชั่ง สายตาดุกดันของขุนนางรอบข้างต่างส่งสัญญาณอ้อนวอนให้เขายอมจำนน เพราะพวกเขารู้ดีว่า 'ผู้กล้าตกอับ' ผู้นี้ไม่ได้ขู่... เขามีปัญญาทำมันได้จริงๆ และกำลังจะทำมันเดี๋ยวนี้ด้วย
ทูตแวนหลับตาลงอย่างจำนนต่อโชคชะตา กำลังจะจรดปลายปากกาลงบนกระดาษเพื่อเซ็นสัญญาขายวิญญาณให้กับระบบทุนนิยมข้ามมิติของคีย์
ทว่า... ก่อนที่หมึกหยดแรกจะสัมผัสแผ่นกระดาษ เสียงปรบมือช้าๆ และกวนประสาทก็ดังขึ้นจากมุมมืดหลังม่านกำมะหยี่หนา
*แปะ... แปะ... แปะ...*
"ช้าก่อนครับท่านผู้กล้า... ดูเหมือนว่าท่านจะสนุกกับการเล่นสนุกกับพวกปลาซิวปลาสร้อยเหล่านี้มากเกินไปหน่อยกระมังครับ"
ร่างสูงโปรดของชายปริศนาในชุดสูทสไตล์ตะวันตกยุคใหม่ก้าวออกมาจากเงาดึงดูดทุกสายตา ใบหน้าของเขาสวมหน้ากากเงินครึ่งซีก เผยให้เห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก และในมือข้างหนึ่งของเขากำลังหมุนเหรียญทองโบราณที่ไม่มีอยู่จริงในโลกนี้เล่นอย่างสบายใจเฉิบ
คีย์หรี่ตาลงเล็กน้อย รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกจากร่างทันทีเมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายมานาคุ้นเคยที่ไม่ได้พบกันมานานแรมปี
"แกเป็นใคร?" คีย์เอ่ยถามเสียงต่ำ ลินน์ขยับตัวเข้ามาใกล้ พร้อมรวบรวมแสงศักดิ์สิทธิ์ไว้ที่ปลายนิ้วอย่างเงียบเชียบ
ชายสวมหน้ากากหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะโยนเหรียญทองในมือมาตกกระทบโต๊ะตรงหน้าคีย์พอดีเป๊ะ พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้ลมหายใจของทั้งห้องสะดุดกุน
"ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้งนะเพื่อนเก่า... จาก 'ผู้บริหารระดับสูง' แห่งบริษัทที่คุณเคยคิดว่าทิ้งคุณไปแล้วยังไงล่ะครับ"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ผู้กล้าตกอับ" มาด้วยดีเสมอนะครับ!
ผู้กล้าถูกทิ้งกับระบบโอนเงินข้ามมิติ•ตอนที่ 21
ทูตแห่งความมั่งคั่ง
ผลงานโดย ผู้กล้าตกอับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ผู้กล้าตกอับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ผู้กล้าถูกทิ้งกับระบบโอนเงินข้ามมิติ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!