คดีซ่อนปม ทนายเงาปริศนา•ตอนที่ 24

เบาะแสจากตึกระฟ้า

ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
กลิ่นกาแฟดำคั่วเข้มผสมกับความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศระดับศูนย์องศา คือสิ่งเดียวที่ช่วยยื้อสติของปารมีให้คงอยู่ท่ามกลางความกดอากาศต่ำที่แผ่ซ่านในห้องประชุมกระจกใสลอยฟ้า เบื้องล่างคือมหานครที่กำลังหลับใหล แสงไฟจากตึกระฟ้าทอดยาวเป็นเส้นริ้วราวกับแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์สีนิล แต่ไม่มีสิ่งใดดึงดูดสายตาของเธอได้เท่ากับร่างสูงโปรดยืนอยู่ริมกระจกบานใหญ่ เงาสะท้อนจากกระจกใสเผยให้เห็นใบหน้าด้านข้างของกันต์—คมคาย นิ่งงัน และเต็มไปด้วยความลับที่เธอไม่อาจหยั่งถึง "คุณกำลังเล่นเกมอะไรอยู่กันแน่, คุณกันตพัฒน์" เสียงของทนายความสาวเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงันที่กดทับบรรยากาศระหว่างกัน เสื้อสูทสีเทาเข้มเข้ารูปขับเน้นบุคลิกอันเฉียบคมและน่าเกรงขาม ดวงตาสีดำสนิทจ้องมองแผ่นหลังของสถาปนิกหนุ่มราวกับจะเจาะทะลวงผ่านผิวหนังไปถึงกระดูก กันต์ค่อยๆ หันกลับมา ช้าๆ มุมปากหยักลึกยกขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ ที่ไม่ไปถึงดวงตา คู่นศาสีเทาเข้มของเขาคู่นั้นสะท้อนภาพของเธอ—หญิงสาวผู้ยืนหยัดอยู่คนเดียวท่ามกลางซากปรักหักพังของความทรงจำ "เกมเหรอครับ... หรือบางที ผมอาจจะแค่กำลังพยายามช่วยคุณรื้อฟื้นความทรงจำที่ถูกฝังกลบไว้ใต้กองเอกสารทางกฎหมายที่ไม่มีวันชนะ" น้ำเสียงนุ่มทุมที่เจือความเย้าหยอกเล็กน้อยบาดลึกลงในความรู้สึกของปารมี เธอเกลียดชังความรู้สึกที่หัวใจของเธอดันเต้นผิดจังหวะทุกครั้งที่เขาก้าวเข้ามาใกล้ในระยะประชิดแบบนี้ "คดีฆาตกรรมหน้ากากหินไม่ใช่เรื่องล้อเล่น และคุณก็คือผู้ต้องสงสัยอันดับหนึ่งในแฟ้มคดีของสารวัตรธนา การที่คุณพาฉันกลับมาที่ 'เอธเทอร์ สตูดิโอ' ออฟฟิศส่วนตัวของคุณในยามวิกาลแบบนี้ คิดว่ามันปลอดภัยกับตัวคุณเองนักหรือคะ" ปารมีก้าวเข้าไปประชิดทีละน้อย ส้นสูงกระทบพื้นกระจกเกิดเสียงก้องกังวานในความเงียบ "ความปลอดภัย..." กันต์ทวนคำ เสียงหัวเราะแผ่วเบาในลำคอดังขึ้น เขาก้าวถอยหลังเพียงเล็กน้อยเพื่อให้แผ่นหลังชนกับกระจกบานยักษ์ เปิดทางให้ปารมีเป็นฝ่ายรุกคืบ "คุณก็รู้ดีว่า ทนายปารมี... สิ่งที่อันตรายที่สุดในห้องนี้ไม่ใช่ผม แต่เป็นความจริงที่คุณกำลังวิ่งไล่ตามต่างหากล่ะ" ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงคืบเดียว กลิ่นอายเฉพาะตัวของกันต์—กลิ่นไม้จันทน์และกระดาษร่างแบบสถาปัตยกรรม—ผสมผสานกับความตึงเครียดทางอารมณ์จนแทบหายใจไม่ออก ปารมีแหงนหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาของเธอแข็งกร้าวแต่สั่นไหวลึกๆ "ความจริงงั้นเหรอ? ความจริงก็คือ ทุกร่องรอยการออกแบบตึกระฟ้าเหล่านี้ มีรอยนิ้วมือของเหยื่อในคดีเมื่อสิบปีก่อนซ่อนอยู่ และคุณ... ก็เป็นคนเดียวที่มีกุญแจไขเข้าไปในห้องเก็บแบบร่างชุดนั้น" ปารมีพูดพลางใช้ปลายนิ้วเรียวยาวแตะลงบนปกเสื้อสูทของเขาอย่างจงใจ สัมผัสถึงมัดกล้ามเนื้อที่เกร็งตัวใต้เนื้อผ้า เคมีอันตรายระหว่างทั้งสองพวยพุ่งขึ้นราวกับปฏิกิริยาเคมีที่ควบคุมไม่ได้ ความเกลียดชังและความปรารถนาที่จะเอาชนะพันธนาการพวกเขากลืนกินซึ่งกันและกันในความมืดมิดของตึกสูง กันต์ไม่ถอยหนี เขากลับเอื้อมมือใหญ่มาควاطข้อมือของเธอไว้เบาๆ ไม่ได้บีบรัดแต่หนักแน่นพอที่จะตรึงเธอไว้ ปลายนิ้วอุ่นจัดสัมผัสโดนผิวเนื้อเย็นเฉียบของเธอ ส่งกระแสความสั่นสะท้านวิ่งพล่านไปตามกระดูกสันหลัง "ถ้าคุณอยากได้กุญแจนัก... ทำไมไม่ลองค้นดูด้วยตัวเองล่ะครับ" เขากระซิบชิดริมหู ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับใบหูขาวสะอาดของเธอ ทำให้สมองที่เคยประมวลผลคดีความอย่างเฉียบคมแทบจะหยุดชะงัก ปารมีกัดริมฝีปากแน่น ดึงสติที่หลุดลอยกลับมาด้วยความเย่อหยิ่งอันเป็นเกราะคุ้มกัน เธอสะบัดข้อมือออกจากการจับกุมอย่างนุ่มนวลแต่เด็ดขาด ก่อนจะหันหลังให้กับเขาแล้วก้าวตรงไปยังโต๊ะทำงานตัวใหญ่กลางห้อง ซึ่งเต็มไปด้วยโมเดลตึกสถาปัตยกรรมจำลองอันซับซ้อน "ฉันไม่ได้มาเพื่อเล่นเกมจิตวิทยาของคุณ กันตพัฒน์" น้ำเสียงของเธอกลับมาเยือกเย็นอีกครั้ง "แต่ฉันมาเพื่อหาคำตอบว่า ทำไมสัญลักษณ์รูปกางเขนหัวกลับบนหน้ากากหิน ถึงปรากฏอยู่บนแบบโครงสร้างของตึกนี้เมื่อสัปดาห์ก่อน ทั้งๆ ที่คุณบอกว่าห้องเก็บแบบร่างนี้ถูกปิดตายมาเป็นปี" บรรยากาศในห้องเปลี่ยนจากความเร่าร้อนเป็นความตึงเครียดทางความคิดในเสี้ยววินาที กันต์เดินตามมาทิ้งสะโพกพิงขอบโต๊ะทำงาน แววตาที่เคยพราวระยับเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความจริงจังที่น่ากลัว "เพราะมีใครบางคนกำลังพยายามส่งสาร" กันต์พูดเสียงต่ำ ทอดสายตามองโมเดลตึกระฟ้าจำลองตรงหน้า "และคนๆ นั้น... ไม่ใช่ผม แต่เป็นคนที่เคยยืนอยู่ตรงจุดที่คุณยืนอยู่เมื่อสิบปีก่อน คนที่กำลังชักใยอยู่เบื้องหลังคดีทั้งหมดนี้" ปารมีหันขวับมามองเขา ดวงเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย "หมายความว่ายังไง?" ก่อนที่กันต์จะได้เอ่ยปากตอบ เสียงสัญญาณเตือนภัยไซเรนความถี่ต่ำก็ดังสนั่นขึ้นทั่วทั้งชั้น 120 แสงไฟฉุกเฉินสีแดงฉานสลับขาวสาดส่องไปทั่วห้องประชุมกระจกใส บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนเป็นความโกลาหลในพริบตา ระบบรักษาความปลอดภัยอัตโนมัติของตึกถูกตัดขาด หน้าจอคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องบนโต๊ะดับวูบลงพร้อมกัน กันต์พุ่งตัวเข้าไปคว้าแขนของปารมีไว้ทันที แรงดึงกระชากเธอให้เข้ามาแนบชิดอกแกร่ง "ระบบไฟไม่ได้ขัดข้อง... มีคนกำลังปิดระบบล็อกเป้าหมายจากข้างนอก" "ใคร?" ปารมีถาม ลมหายใจเริ่มติดขัดเมื่อเสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบกำลังมุ่งตรงมายังลิฟต์ส่วนตัวที่เชื่อมต่อกับชั้นนี้โดยตรง "ต้อนรับแขกไม่ได้รับเชิญไงล่ะครับ" กันต์กระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบไร้ความกลัว แต่แววตากลับคมกริบราวกับใบมีด "และดูเหมือนว่า... พวกมันไม่ได้มาเพื่อเจรจา" เสียงฝีเท้าหยุดลงตรงหน้าประตูกระจกนิรภัยหนาเตอะ ก่อนที่รหัสผ่านอิเล็กทรอนิกส์ด้านนอกจะถูกกดด้วยความเร็วสูง และภาพที่ปรากฏบนจอมอนิเตอร์วงจรปิดสำรองที่ยังใช้งานได้ ก็ทำให้เลือดในกายของปารมีเย็นเฉียบลงจนแทบแข็งค้าง ร่างของชายในชุดสูทสีดำสนิทสามคนก้าวออกมาจากลิฟต์ ในมือถืออาวุธปืนเก็บเสียง และสิ่งที่อยู่บนใบหน้าของพวกมัน... คือหน้ากากหินสลักลวดลายกางเขนหัวกลับแบบเดียวกันไม่มีผิดเพี้ยน! ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ เงาจันทราลี้ลับ
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คดีซ่อนปม ทนายเงาปริศนา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%