เอกสารสัญญาสามฉบับบนโต๊ะทำงานไม้โอ๊กเนื้อดีถูกดันกลับมาหยุดตรงหน้าฉันด้วยปลายนิ้วแข็งแรงของวิศวกรหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความปากแข็ง
"ผมแก้ข้อ 4 ตามที่คุณรินต้องการแล้ว... และผมคิดว่ามันไม่มีเหตุผลอะไรอีกแล้วที่คุณจะปฏิเสธการเซ็นมัน"
เสียงทุ้มต่ำที่มักจะเจือความเย่อหยิ่งและคำพูดกวนประสาทในทุกครั้ง วันนี้กลับมีความสั่นพร่าเล็กน้อยเจืออยู่ใต้ความนิ่งขรึม ธันวากำลังนั่งไขว่ห้าง กอดอกแน่น สายตาคมกริบใต้กรอบแว่นสายตากวาดมองฉันด้วยอาการที่จิตวิทยาเรียกว่า *‘Defense Mechanism’* หรือกลไกการป้องกันตัวขั้นสูงสุด—เขากำลังกลัว กลัวว่าผู้หญิงปากเก่งคนนี้จะปฏิเสธเขาเป็นครั้งที่สอง
ฉันก้มมองกระดาษแผ่นนั้น มุมปากกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้า "ไหนคะ ไหนบอกว่านี่คือสัญญาว่าจ้างที่ปรึกษาโครงการส่วนตัว ทำไมข้อความในมาตราสุดท้ายมันถึงกลายเป็นการผูกขาดหัวใจไปได้ล่ะคะ คุณธันวา"
"ผมเป็นวิศวกร ผมถนัดเรื่องการคำนวณโครงสร้าง... และโครงสร้างความสัมพันธ์ที่เราสร้างร่วมกัน มันต้องมีความมั่นคงในระยะยาว ไม่ใช่สัญญาชั่วคราวแบบที่คุยกันไว้ตอนแรก" ธันวาเม้มริมฝีปากแน่น สันจมูกโด่งรั้นเชิดขึ้นนิดๆ ตามฟอร์มของคนซึนที่ยอมรับความรู้สึกตัวเองยาก แต่ยอมจำนนต่อหลักฐานรอบตัว—หลักฐานที่ฟ้องว่าเขาขาดฉันไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียว
ฉันหัวเราะในลำคอเบาๆ แกล้งเอื้อมมือไปหยิบปากกาหมึกซึมราคาแพงที่เขาตั้งใจซื้อมาวางไว้ให้เป็นพิเศษ ปลายนิ้วของเราเฉียดผ่านกันนิดหน่อย และฉันสัมผัสได้ถึงความร้อนผ่าวที่แผ่ออกมาจากปลายนิ้วของอีกฝ่าย ผู้ชายที่ชอบทำตัวเป็นน้ำแข็งบนยอดเขา ตอนนี้อุณหภูมิร่างกายคงพุ่งสูงจนปรอทแทบแตกแล้วกระมัง
"ถ้าฉันเซ็น... แปลว่าฉันต้องทนฟังคำพูดขวานผ่าซากของคุณไปตลอดชีวิตเลยน่ะสิคะ ไม่คุ้มเลยสักนิด" ฉันแกล้งทำเป็นลังเล วางปากกาลงที่เดิมแล้วเงยหน้าสบตาเขาตรงๆ
ธันวาขยับตัวทันที ความมาดมั่นที่เคยมีหายวับไปกับตา เขายันมือทั้งสองข้างลงบนขอบโต๊ะโน้มตัวเข้ามาหาฉัน ระยะห่างระหว่างเราลดลงจนเหลือเพียงลมหายใจอุ่นๆ ที่ปะทะกัน ดวงตาคมคู่นั้นไหวระริกอย่างเห็นได้ชัด ความเย่อหยิ่งถูกถอดออกจนหมดเปลือก เหลือเพียงความเว้าวอนที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความดื้อรั้น
"ผม... ผมจะพยายามพูดให้ดีขึ้น" เสียงของเขาเบาราวกับเสียงกระซิบ "จะเลิกปากเสีย จะเลิกทำเป็นเก๊กเวลาที่คุณเข้าใกล้... และจะยอมรับตรงๆ ว่าผมขาดคุณไม่ได้ ตั้งแต่วินาทีที่คุณก้าวเข้ามาในชีวิตผม ริน... ทุกทฤษฎีจิตวิทยาบ้าบออะไรนั่นมันใช้ไม่ได้ผลกับผมอีกต่อไปแล้ว เพราะหัวใจผมมันรันด้วยคำว่า *‘รักคุณ’* ไปหมดแล้ว"
*อื้อหือ... ยอมรับออกมาตรงๆ แบบนี้ เล่นเอาคนฟังใจเหลวเป็นน้ำเลยทีเดียว*
ฉันนิ่งอึ้งไปชั่ววินาที หัวใจเต้นแรงจนแทบจะกระโจนออกมานอกอก ความหวาดระแวงและปมเรื่องความเชื่อใจที่เคยฝังรากลึกในใจ ค่อยๆ ถูกละลายหายไปทีละน้อยด้วยแววตาที่จริงจังและสั่นไหวของวิศวกรหนุ่มตรงหน้า ผู้ชายที่ปากร้ายที่สุดในโลก แต่ก็คลั่งรักฉันที่สุดในเวลาเดียวกัน
ฉันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อควบคุมสติที่กระเจิดกระเจิง ก่อนจะหยิบปากกาขึ้นมาอีกครั้งอย่างมั่น and ปรารภเบาๆ
"ถ้างั้น... ฉันคงต้องเซ็นรับความเสี่ยงนี้ไว้เองสินะคะ"
ฉันจรดปลายปากกาลงบนบรรทัดสุดท้ายของสัญญา เซ็นชื่อของตัวเองลงไปอย่างชัดเจน ทันทีที่หมึกแห้งสนิท ธันวาก็ระบายยิ้มออกมา—รอยยิ้มที่กว้างที่สุดและจริงใจที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็นตั้งแต่รู้จักกันมา
แต่ก่อนที่ฉันจะได้พูดอะไรต่อ ธันวากลับดึงตัวฉันเข้าไปกุ웃ในอ้อมกอดอุ่นทันที แรงกอดนั้นแน่นหนาและอบอุ่นจนฉันสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวเป็นจังหวะเดียวกันของพวกเรา มือหนาลูบกลุ่มผมนุ่มของฉันแผ่วเบา ราวกับจะย้ำว่านี่ไม่ใช่ความฝัน
"ขอบคุณนะครับ... ที่ยอมเชื่อใจผู้ชายปากร้ายคนนี้" เสียงกระซิบพร่าดังอยู่ข้างใบหู พร้อมกับสัมผัสแผ่วเบาที่กดจูบลงบนขมับของฉันอย่างทะนุถนอม
เราสองคนผสานความรู้สึกที่เคยขัดแย้งให้กลายเป็นความเข้าใจได้อย่างลงตัว บรรยากาศรอบตัวอบอวลไปด้วยความหวานที่ชวนให้เคลิบเคลิ้มจนไม่อยากตื่นจากช่วงเวลานี้เลย
ทว่า...
*ก๊อกๆๆ!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างไม่มีมารยาท พร้อมกับบานประตูห้องทำงานที่ถูกผลักเปิดออกโดยไม่รอให้เจ้าของอนุญาต ร่างสูงโปรดของเพื่อนสนิทตัวดีอย่าง 'เมฆ' ก็ก้าวพรวดพราดเข้ามาพร้อมรอยยิ้มกวนประสาทที่เคลือบไว้ด้วยความอยากรู้อยากเห็นเต็มประดา
"อุ๊ย! ขอโทษทีว่ะเพื่อน นึกว่าเคลียร์สัญญาเสร็จแล้ว... เอ๊ะ หรือว่ากำลังเซ็นสัญญาภาคผนวกเรื่องเตรียมตัวแต่งงานกันอยู่พอดีวะ?" เมฆเอ่ยแซวพร้อมกับทำหน้าล้อเลยจนธันวาผละออกจากฉันด้วยใบหน้าบึ้งตึงทันที
"ไอ้เมฆ!" ธันวาตวาดเสียงเขียวด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะเวลาสวีท ขณะที่ฉันรีบซ่อนรอยยิ้มเขินอายแล้วหันไปสบตากับผู้มาใหม่
แต่ความหงุดหงิดของธันวาต้องชะงักกึก เมื่อเมฆไม่ได้สนใจท่าทีเกรี้ยวกราดของเพื่อนสนิทเลยแม้แต่น้อย ใบหน้าของเมฆเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นมาทันทีเมื่อเขายื่นโทรศัพท์มือถือหน้าจอแสดงข่าวร้อนฉ่ามาตรงหน้าเราทั้งคู่
"ฉันไม่ได้ตั้งใจจะมากวนเวลาสวีทหรอกนะ... แต่ดูเหมือนว่าปัญหาใหญ่กว่าสัญญาฉบับนี้กำลังพุ่งตรงมาที่พวกนายแล้วล่ะ"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่เดินทางร่วมฟินและลุ้นไปกับความซึนของพี่ธันวานะคะ
วิศวกรหัวใจ (ไม่) ให้ร้าย: เผลอใจให้คนซึน•ตอนที่ 29
สัญญาใหม่ที่ไม่ใช่สัญญาจ้าง
ผลงานโดย จิตวิทยาเพื่อทุกคน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จิตวิทยาเพื่อทุกคน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรหัวใจ (ไม่) ให้ร้าย: เผลอใจให้คนซึน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!