กลิ่นคาวเลือดและสนิมเหล็กคละคลุ้งจนแสบจมูก ท่ามกลางซากปรักหักพังของมหาวิหารใต้สมุทรที่กาลเวลาและแรงดันน้ำได้บดขยี้จนแทบไม่เหลือเค้าโครงเดิม
"นายกำลังใช้ตรรกะเด็กอมมือในการเคลียร์ดันเจี้ยนระดับ S, คริส"
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่แฝงด้วยกระแสความบ้าคลั่งดังขึ้น ท่ามกลางความมืดมิดที่ถูกฉีกกระชากด้วยแสงสีครามจากตรีศูลในมือของ เซน ราชาเงือกผู้มีดวงตาสองสีประกายอำพัน ร่างกายของเขากำยำเต็มไปด้วยมัดกล้ามที่พร้อมระเบิดพลังทำลายล้างได้ทุกเมื่อ หยดน้ำทะเลที่เกาะอยู่ตามผิวหนังสะท้อนแสงสลัวราวกับอัญมณีต้องสาป
คริส นักดาบไร้พ่ายยืนนิ่งอยู่บนแท่นหินผุพังคมดาบในมือยังคงมีหยดเลือดสีดำของบอสประจำชั้นไหลหยดลงกระทบพื้นเป็นจังหวะ สายตาสคมกริบของเขาจ้องมองสหายร่วมทางที่เพิ่งประกาศกร้าวด้วยความเย็นชา
"ความตายและความเสียหายศูนย์เปอร์เซ็นต์คือเป้าหมายของผม, เซน" คริสเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความหวาดหวั่นต่อออร่ากดดันระดับมหาศาลที่แผ่ออกมาจากตัวราชาเงือก "การพุ่งเข้าใส่โดยไม่คำนึงถึงรูปแบบการโจมตีของ 'อเวจีสีเลือด' จะทำให้พวกเราติดดีบัฟจนตายยกตี้ในห้องถัดไป เอเลนาส่งข้อมูลโครงสร้างมาแล้วว่ากลไกห้องนี้ต้องใช้การคำนวณจังหวะ—"
"ช่างหัวโครงสร้างและคำนวณของแฮกเกอร์สาวน้อยนั่นสิ!" เซนหัวרויดลั่น รอยยิ้มกระหายเลือดปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย "ความบันเทิงของการต่อคอมโบมันอยู่ที่การฉีกกระชากพวกมันออกเป็นชิ้นๆ ด้วยกำลังต่างหาก นายมันใจเสาะเกินไปแล้ว คริส... หรือว่าแผลเป็นจากกิลด์พวกนั้นยังฝังหัวจนทำให้นายกลัวความตาย?"
บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนแทบกลายเป็นจุดเยือกแข็ง แรงดันมหาศาลจากก้นบึ้งดันเจี้ยนกดทับจนบานกระจกเวทมนตร์รอบด้านส่งเสียงลั่นเปรี๊ยะ คริสไม่ได้หลบสายตา ความเงียบงันระหว่างพวกเขาสองคนเต็มไปด้วยแรงกระเพื่อมของความขัดแย้งที่พร้อมปะทุทุกเมื่อ เคมีระหว่างนักดาบผู้ใช้เหตุผลกับราชาเงือกผู้ใช้สัญชาตญาณดิบ ช่างแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว ทว่าพวกเขากลับต้องมาผูกติดอยู่บนเรือลำเดียวกันในแดนสนธยาแห่งนี้
"ถ้า นาย มั่นใจ นัก..." คริสค่อยๆ ยกดาบขึ้นชี้ตรงไปที่ลำคอของอีกฝ่าย นัยน์ตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อย "ก็แสดงให้ผมดูสิ ว่าไอ้ความบ้าคลั่งของนายมันจะทะลวงผ่านประตูชั้นที่สี่ไปได้โดยไม่ต้องพึ่งแผนของผมจริงไหม"
เซนหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ แววตาของราชาเงือกสว่างวาบด้วยความตื่นเต้น "นี่สิ คริสที่ฉันรู้จัก! งั้นก็ตามมาดูฝีมือของราชาผู้ที่จะพา นาย ไปเหยียบจุดสูงสุดของเกมนี้ด้วยกัน!"
ทันใดนั้น เซนก็ซัดตรีศูลพุ่งทะยานเข้าใส่ประตูหินยักษ์หนาตันนับสิบเมตรที่ปิดตายอยู่ แรงระเบิดจากการปะทะครั้งนั้นทำให้มิติรอบตัวสั่นสะเทือน คลื่นกระแทกมหาศาลซัดสาดจนร่างของคริสต้องถอยหลังไปครึ่งก้าวเพื่อตั้งหลัก ทว่า ในวินาทีที่กลุ่มควันและละอองน้ำจางลง เสียงแจ้งเตือนจากระบบสีแดงฉานก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าของทั้งคู่ พร้อมกับข้อความปริศนาที่ถูกส่งตรงมาจากเซิร์ฟเวอร์หลักที่เอเลนาไม่มีวันเข้าถึงได้
*[แจ้งเตือนฉุกเฉิน: ตรวจพบผู้บุกรุกภายนอกรหัส '0' กำลังเข้ายึดครองระบบดันเจี้ยน... สัญญาณชีพของทีมสำรองทั้งหมดถูกตัดขาด]*
คริสขมวดคิ้วแน่นทันที ความรู้สึกเย็นวาบแล่นพล่านตั้งแต่สันหลังลามไปถึงปลายนิ้ว เซนเองก็หุบยิ้มฉับพลัน ดวงตาสองสีหันขวับกลับมามองหน้าเพื่อนร่วมทางด้วยสัญชาตญาณนักล่าที่ถูกกระตุ้น
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง พื้นดินใต้เท้าของพวกเขาก็ยุบตัวลง เสียงเครื่องยนต์เจ็ตเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวเกราะเหล็กสีดำสนิทแหวกม่านหมอกลงมาจอดสนิทบนลานกว้างหน้ามหาวิหาร พร้อมกับประตูห้องโดยสารที่เปิดผางออกเผยให้เห็นร่างของใครบางคนก้าวลงมาพร้อมรอยยิ้มเยาะ
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในโลกแฟนตาซีอันมืดมนนี้ด้วยกันนะครับ [ลอร์ดออฟดาร์กเนส]
ราชาเงือกบ้าเลือดกับนักดาบไร้พ่ายในแดนสนธยา•ตอนที่ 3
ข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้
ผลงานโดย ลอร์ดออฟดาร์กเนส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลอร์ดออฟดาร์กเนส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ราชาเงือกบ้าเลือดกับนักดาบไร้พ่ายในแดนสนธยา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!