“เซิร์ฟเวอร์หลักล่มสลายในอัตราส่วนร้อยเปอร์เซ็นต์... รหัสผ่านโครงสร้างถูกฉีกกระชากจนไม่เหลือชิ้นดีแล้วครับ นายท่าน!”
เสียงกรีดร้องผ่านช่องสื่อสารฉุกเฉินของเอเลนาขาดหุบเป็นช่วงๆ ราวกับสัญญาณชีพของคนที่กำลังจมน้ำ ตัวอักษรสีแดงฉานนับล้านบรรทัดไหลทะลักลงมาบนหน้าจอโฮโลแกรมที่แตกละเอียดจนเกิดรอยร้าวโยงใยเหมือนใยแมงมุม ท่ามกลางความมืดมิดของห้องใต้ดินที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของโอโซนและแผงระบายความร้อนที่กำลังส่งเสียงคำรามต่ำๆ ด้วยความร้อนสูง
คริสไม่แม้แต่จะชายตามองหน้าจอเหล่านั้น ดวงตาคมกริบภายใต้เงาของฮู้ดสีดำสนิทจับจ้องไปยังรอยแยกสีนิลขนาดมหึมาที่ฉีกขาดกลางอากาศราวกับผืนผ้าใบถูกกรีดด้วยคมดาบ กลิ่นอายของความตายและกลิ่นอายคาวเลือดของโลกเกมออนไลน์ 'Aethelgard' ที่เขาเคยใช้ชีวิตและถูกหักหลังจนต้องสูญเสียทุกอย่าง กำลังรั่วไหลทะลักเข้าสู่โลกความเป็นจริงอย่างบ้าคลั่ง
นี่ไม่ใช่บั๊กของเกม... แต่มันคือการพิพากษาครับ
“ปล่อยให้มันหลอมรวม” เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบของคริสดังขึ้น ทว่าทรงพลังจนกดทับทุกสรรพเสียงรอบตัวให้เงียบงัน เขากำด้ามดาบคาตานะในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขึ้นสีขาวโพลน คราบเลือดสีดำแห้งกรังจากมอนสเตอร์ระดับบอสที่ติดอยู่บนคมดาบยังคงส่งประกายแสงสีฟ้าจางๆ สะท้อนกับความมืดมิดรอบกาย
ในอดีต กิลด์ 'เทวดาเพลิงผลาญ' เคยเหยียบย่ำเขาและเพื่อนพ้องจนจมดิน พวกมันหัวเราะเยาะในขณะที่ถอดถอนสิทธิ์ทุกอย่างของเขาในเกม จนทำให้เขาต้องสูญเสียทุกสิ่งในโลกจริงไปพร้อมกัน แต่พวกมันคงไม่คาดคิดเลยว่า... เมื่อเกมกับโลกจริงกลายเป็นสิ่งเดียวกัน สิ่งที่พวกมันเคยพรากไป จะถูกทวงคืนด้วยดอกเบี้ยที่แพงมหาศาล
ตู้ม!
พื้นคอนกรีตเสริมเหล็กใต้ฝ่าเท้าสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจนเกิดรอยร้าวลึก อาคารสูงระฟ้าเบื้องหน้าซึ่งเคยเป็นสัญลักษณ์แห่งความเจริญรุ่งเรืองของมหานครใหญ่ ค่อยๆ บิดเบี้ยวและหลอมละลายกลายเป็นหอคอยหินโบราณที่ปกคลุมด้วยเถาวัลย์สีเลือด ท้องฟ้าสีครามถูกฉีกกระชากออกเป็นริ้วๆ เผยให้เห็นดวงจันทร์สีม่วงเข้มสามดวงที่กำลังจับจ้องลงมายังพื้นโลก
ระบบเกมล่มสลายลงอย่างสมบูรณ์แบบ และสิ่งที่แทนที่มันคือ... กฎแห่งแดนสนธยาครับ
“คริส ระวัง!”
เสียงตะโกนของเอเลนาเตือนสติได้เสี้ยววินาที เงาดำทะมึนสายหนึ่งพุ่งแหวกอากาศด้วยความเร็วเหนือเสียง ตรงเข้าใส่ศีรษะของชายหนุ่มจากด้านหลังอย่างอำมหิต แรงกดดันมหาศาลทำให้ฝุ่นละอองรอบตัวระเบิดออกเป็นวงกว้าง
ครืน!
คริสไม่หันกลับไปมอง เขาดึงดาบออกจากฝักด้วยความเร็วจนเกิดประกายไฟสีฟ้าสว่างวาบ ร่างกายเคลื่อนไหวตามสัญชาตญาณการต่อสู้ที่ผ่านสนามรบมานับครั้งไม่ถ้วน คมดาบวาดผ่านความมืดเป็นรูปจันทร์เสี้ยวอย่างไร้ที่ติ
ฉับ!
เสียงเนื้อและกระดูกถูกตัดขาดดังสนั่น ร่างของสัตว์อสูรเงายักษ์ที่หลุดรอดมาจากรอยแยกมิติถูกฟันผ่าครึ่งตกลงกระแทกพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง เลือดสีดำพุ่งกระฉูดเปรอะเปื้อนเศษซากปูนซีเมนต์ แต่สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ... บาดแผลนั้นไม่ได้จางหายไปเหมือนในเกม แต่มันส่งกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งและสมจริงยิ่งกว่าสิ่งใด
นี่คือความจริงอันโหดร้ายที่ไร้ซึ่งปุ่มกดรีเซ็ตครับ
คริสสะบัดเลือดออกจากคมดาบ ดวงตาคมกวาดมองไปรอบมหานครที่บิดเบี้ยว ผู้คนนับล้านกำลังวิ่งหนีตายอลหม่าน เสียงกรีดร้องระคนความหวาดกลัวดังระเบ็งเซ็งแซ่ ท่ามกลางความโกลาหลนั้น ร่างของชายคนหนึ่งในชุดเกราะทองคำอร่ามของกิลด์เทวดาเพลิงผลาญกำลังยืนตระหง่านอยู่บนซากรถยนต์หรู ใบหน้าของมันบิดเบี้ยวด้วยความตื่นตระหนกแต่ก็ยังคงแฝงความเย่อหยิ่ง ขณะที่มันพยายามเรียกใช้ไอเท็มระดับสูงที่ตอนนี้กลายเป็นเพียงเศษขยะไร้ค่า
“เป็นไปได้ยังไงวะ! ทำไมระบบถึงล่ม! แล้วทำไมกูถึงยังใช้สกิลไม่ได้!” เสียงตะโกนอย่างหัวเสียของมันดังก้องไปทั่วบริเวณ
คริสยกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มนั้นเย็นเยียบและไร้ซึ่งความปรานี ร่างกายของเขาก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคง ทุกย่างก้าวที่เหยียบลงไปบนพื้นดินที่กำลังสั่นสะเทือน ราวกับเป็นการนับถอยหลังสู่วันพิพากษาของพวกมัน
ทันใดนั้นเอง ผิวน้ำที่เอ่อล้นขึ้นมาจากท่อระบายน้ำรอบตัวก็เริ่มปั่นป่วนกลายเป็นเกลียวคลื่นสีเลือด มวลอากาศบิดเบี้ยวอย่างรุนแรงจนเกิดเสียงคำรามต่ำๆ ราวกับเสียงคำรามของสัตว์ร้ายจากขุมนรก
ซ่า!
ร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำสนิทเปียกชุ่มไปด้วยละอองน้ำ ผิวขาวซีดราศีกษัตริย์และดวงตาสองสีที่เปล่งประกายความบ้าคลั่งอย่างไร้ขีดจำกัดก้าวเดินออกมาจากม่านน้ำและเงาดำ รอยยิ้มกว้างเผยให้เห็นเขี้ยวแหลมคม เซน ราชาเงือกบ้าเลือด ผู้เล่นสายต่อสู้ระยะประชิดอันดับหนึ่งที่หายสาบสูญไปก่อนที่เซิร์ฟเวอร์จะล่ม ปลดปล่อยจิตสังหารระดับมหาศาลจนอากาศรอบตัวหนาทึบจนแทบหายใจไม่ออก
“ฮ่าๆๆๆ! นี่แหละที่ฉันรอคอย! กลิ่นอายของเลือดเนื้อและความตายที่แท้จริง ไม่ใช่แค่ข้อมูลโค้ดงี่เง่าในหน้าจออีกต่อไปแล้ว!” เซนหัวเราะลั่นอย่างคลุ้มคลั่ง ดวงตาสคมกวาดมองไปรอบตัวก่อนจะหยุดนิ่งที่ร่างของคริส มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นด้วยความถูกใจ “ไงล่ะ คู่หู... ดูท่าทางพวกมดปลวกมันจะยังไม่รู้ตัวสินะว่า ใครคือเจ้าของสนามประดิษฐ์แห่งนี้ตัวจริง”
คริสปราบดาบลงข้างกาย ชายหนุ่มปรายตามองเพื่อนร่วมรบผู้บ้าคลั่งแวบหนึ่ง ก่อนจะมองตรงไปยังกลุ่มคนในชุดเกราะทองคำที่กำลังวิ่งเข้ามาหาพวกเขาด้วยความตื่นตระหนก
“พวกมันกำลังจะรู้... ในไม่ช้า”
ครืนนน—!
ในวินาทีที่พื้นดินใต้เท้าของพวกมันยุบตัวลงกลายเป็นหลุมอِّมตะขนาดมหึมา และเสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับพันดังขึ้นจากความมืดมิดรอบทิศทาง พร้อมกับการปรากฏตัวของกองทัพอสูรเงาและเงาดำปริศนาที่ล้อมรอบพวกมันไว้ทุกด้าน—
หน้าจอโฮโลแกรมสุดท้ายที่หลงเหลืออยู่ของเอเลนาก็กะพริบแจ้งเตือนด้วยข้อความสีแดงฉานตัวหนา ที่สั่นคลอนหัวใจของทุกคนให้ดิ่งลงสู่เหวลึก:
[ ตรวจพบการเชื่อมต่อภายนอก... ]
[ เข้าสู่ระบบโดยผู้ใช้นามแฝงระดับสูงสุด: "ลอร์ดออฟดาร์กเนส" ]
[ ยินดีต้อนรับสู่จุดจบของโลกเก่า... และการเริ่มต้นการสังหารหมู่ครั้งใหม่ ]
—โปรดติดตามตอนต่อไปครับ—
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางดาร์กแฟนตาซีนี้ไปด้วยกันนะครับ!
ราชาเงือกบ้าเลือดกับนักดาบไร้พ่ายในแดนสนธยา•ตอนที่ 1
จุดบรรจบของสองโลกมืด
ผลงานโดย ลอร์ดออฟดาร์กเนส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลอร์ดออฟดาร์กเนส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ราชาเงือกบ้าเลือดกับนักดาบไร้พ่ายในแดนสนธยา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!