"พูดใหม่อีกรอบสิคะเจตน์ เมื่อกี้หูฉันคงฝากไว้กับถังขยะหน้าออฟฟิศ ถึงได้ยินอะไรเพี้ยนๆ แบบนั้น"
พิมพ์ตะวันกระแทกแฟ้มเอกสารสีดำลงบนโต๊ะทำงานเสียงดังจนกาแฟในแก้วกระเซ็นออกมาเล็กน้อย ดวงตากลมโตที่มักจะสว่างไสวด้วยประกายความมั่นใจยามรันโปรเจกต์อีเวนต์ยักษ์ใหญ่ ตอนนี้กลับหรี่แคบลงจนแทบจะเป็นเส้นตรง จ้องเขม็งไปยังเพื่อนสนิทที่นั่งไขว่ห้างทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้อยู่บนโซฟา
"ก็... ตามนั้นแหละคุณเพื่อนรัก" เจตน์ยักไหล่ ยกมือขึ้นเกาติ่งหูแก้เก้อ "ทางผู้ใหญ่เขาเพิ่งโทรมาคอนเฟิร์มเมื่อกี้สดๆ ร้อนๆ ว่าอีเวนต์เปิดตัวตึกคอมเพล็กซ์ 'The Urban Sphere' ปลายเดือนนี้ เราต้องทำงานร่วมกับทีมสถาปนิกจากบริษัท... เอえ... องศาสตูดิโอ"
"แล้วมันทำไมล่ะคะ ก็แค่จ้างสถาปนิกมาร่วมอีเวนต์ มันเป็นเรื่องปกติไม่ใช่หรือไง ทำไมแกต้องทำหน้าเหมือนคนกินยาพิษสำลักน้ำต้มกระดูกแบบนั้นด้วย" พิมพ์ตะวันกอดอก สีหน้าฉายแววหงุดหงิดขึ้นมาอย่างปิดไม่มิด เมื่อสังเกตเห็นรอยยิ้มแห้งๆ ที่เพื่อนสนิทส่งมาให้
"ปกติมันก็ปกติค่ะคุณหญิง... ถ้าสถาปนิกคนนั้นไม่ใช่ 'นายกรณ์' คนที่แกเพิ่งไปเหวี่ยงใส่หน้าลิฟต์เมื่อปีมะโว้ แล้วก็เป็นคนที่แกเคยประกาศกร้าวในกรุ๊ปไลน์บริษัทไว้ว่า *'ชาตินี้ถ้าต้องร่วมงานกัน ขอให้โปรเจกต์ล่มจมไม่เป็นท่าดีกว่า'* อะแฮ่ม... จำประโยคทองของตัวเองได้ไหมคะคนสวย"
เพล้ง!
ราวกับมีเสียงกระจกแตกดังขึ้นในโสตประสาท พิมพ์ตะวันอ้าปากค้าง สมองประมวลผลย้อนกลับไปยังเหตุการณ์เมื่อสองปีก่อนในงานสัมมนาสถาปนิกแห่งชาติ วันนั้นเธอกำลังหัวเสียกับเครื่องเสียงที่บลูทูธหลุด แถมรองเท้าส้นสูงยังมาหักคาสนามหญ้า แล้วผู้ชายหน้าตายคนหนึ่งก็เดินผ่านมาพร้อมกับมองเธอด้วยสายตาเรียบนิ่งราวกับเธอกำลังเล่นละครลิงอยู่กลางสี่แยก แถมพอเธอเผลอทำแฟ้มเอกสารหล่นใส่รองเท้าเขา เจ้าตัวยังก้มลงเก็บแล้วยื่นคืนด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ พร้อมกับประโยคฆาตกรรมความรู้สึกที่ว่า
*'เดินระวังหน่อยนะครับ สมองกับสายตาจะได้พัฒนาไปพร้อมๆ กัน'*
ให้ตายเถอะ! ผู้ชายปากปีจอคนนั้นน่ะเหรอคือหัวหน้าทีมสถาปนิกที่เธอต้องทำงานด้วยตลอดสามเดือนเต็ม!
"ไม่! เป็นไปไม่ได้! แกโทรไปบอกผู้ใหญ่เดี๋ยวนี้เลยนะเจตน์ว่าฉันไม่ทำ! เปลี่ยนคน! เอาคนอื่น! เอาป้าแม่บ้านมาคุมโปรเจกต์แทนฉันยังจะดูมีมนุษยสัมพันธ์ดีกว่าอีตาสถาปนิกหุ่นยนต์นั่นร้อยเท่า!" พิมพ์ตะวันโวยวายเสียงดังลั่นห้องทำงาน จนเจตน์ต้องรีบยกมือขึ้นทำท่าจุ๊ปากแล้วชี้ไปที่กระจกใสด้านนอก
"เบาๆ หน่อยค่ะคุณแม่ประคุณ พนักงานข้างนอกมองกันหมดแล้ว อีกอย่าง... เปลี่ยนไม่ได้หค่ะคุณน้อง เพราะท่านประธานเซ็นสัญญาอนุมัติร่วมทุนข้ามบริษัทไปเรียบร้อยตั้งแต่เมื่อวานแล้วจ้า และที่สำคัญ..." เจตน์เว้นจังหวะ ยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนจะยื่นแท็บเล็ตหน้าจอแชตไลน์สีเขียวมาตรงหน้า "เขาเดินทางมาถึงออฟฟิศเราตั้งแต่สิบนาทีที่แล้ว และตอนนี้... กำลังนั่งรอประชุมบรีฟงานแรกอยู่ที่ห้องประชุมใหญ่ชั้นสามค่ะ"
พิมพ์ตะวันเบิกตากว้าง หัวใจกระหน่ำเต้นรัวด้วยความโมโหปนตื่นตระหนก มือเรียวคว้าแฟ้มเอกสารบนโต๊ะมากอดแนบอกราวกับมันเป็นโล่กำบัง
"ฉันเกลียดแกอีเจตน์!"
"รักหรอกจึงหยอกเล่นค่ะซิสเตอร์ ไปเถอะ เดี๋ยวสายแล้วอีตากรณ์หน้าตายเขาจะหาว่าทีมเราทำงานไร้ระเบียบอีก แค่ก้าวแรกก็อย่าเพิ่งไปตบกับเขานะคะ เก็บแรงไว้ฟาดตอนดีไซน์บลูปรินต์นู่น!"
ระหว่างทางเดินไปยังห้องประชุมชั้นสาม พิมพ์ตะวันสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ ฝ่ามือชื้นเหงื่อเล็กน้อยไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความหงุดหงิดพลุ่งพล่านที่สุมอยู่ในอก เธอเกลียดความสมบูรณ์แบบที่น่าหมั่นไส้ เกลียดสายตานิ่งสนิทที่ชอบมองคนอื่นเหมือนมองตัวประหลาด และที่สำคัญที่สุด... เธอเกลียดความรู้สึกพ่ายแพ้ที่มักจะเกิดขึ้นทุกครั้งเวลาที่ต้องปะทะคารมกับผู้ชายประเภทนี้
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เจตน์เป็นคนเคาะประตูก่อนจะผลักมันให้เปิดออก บรรยากาศภายในห้องประชุมแอร์เย็นฉ่ำเงียบเชียบจนได้ยินเสียงลมหายใจ บนโต๊ะประชุมยาวตัวใหญ่มีร่างสูงโปรดิวเซอร์และดีไซเนอร์ฝั่งนั้นนั่งอยู่ก่อนแล้ว แต่สายตาของพิมพ์ตะวันกลับพุ่งตรงไปยังผู้ชายที่นั่งอยู่หัวโต๊ะฝั่งตรงข้ามทันทีอย่างไร้การควบคุม
กรณ์ ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นมาถึงข้อศอกเผยให้เห็นท่อนแขนแข็งแรงและนาฬิกาเรือนหรู เขากำลังก้มหน้าดูแบบแปลนในแท็บเล็ต แสงไฟจากโคมระย้าสะท้อนลงบนสันจมูกโด่งเป็นคมและริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันเล็กน้อยอย่างใช้ความคิด เส้นผมสีดำสนิทถูกจัดทรงไว้อย่างเป็นระเบียบโดยไร้ที่ติ และต่อให้เขาจะไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามอง เธอก็จำแผ่นหลังกว้างและบรรยากาศเย็นชาชวนหงุดหงิดนั่นได้แม่นยำยิ่งกว่าพิมพ์เขียวตึกสิบชั้น
"สวัสดีครับ ทางเราทีมสถาปนิกจากองศาสตูดิโอ ผมกรณ์ เป็นหัวหน้าโปรเจกต์ในส่วนของการออกแบบโครงสร้างและพื้นที่ทั้งหมดสำหรับงานอีเวนต์นี้ครับ"
เสียงทุ้มต่ำเรียบสนิทเอ่ยขึ้นโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองคู่กรณีที่เพิ่งเดินเข้ามา จนกระทั่งพิมพ์ตะวันทิ้งตัวลงนั่งกระแทกเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามเสียงดังสนั่น เก้าอี้เลื่อนถอยหลังไปครูดกับพื้นห้องจนเกิดเสียงแหลมบาดหู
กรณ์ชะงักเล็กน้อย เขากำลังจะเงยหน้าขึ้นอธิบายต่อ แต่เมื่อสายตาคมกริบหลังกรอบแว่นสายตาดันปะทะเข้ากับใบหน้าบึ้งตึงที่พยายามส่งกระแสจิตอาฆาตมาให้ เขาก็หยุดชะงักไปชั่ววินาที มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างแทบสังเกตไม่เห็น ก่อนที่ดวงตาสีเข้มคู่นั้นจะสบเข้ากับดวงตากลมโตที่กำลังลุกเป็นไฟของพิมพ์ตะวันตรงๆ
"อ้าว... นึกว่าใคร ที่แท้ก็คุณผู้จัดอีเวนต์คนเก่ง ที่เคยทำแฟ้มเอกสารร่วงใส่รองเท้าผมเมื่อสองปีก่อนนี่เองสินะครับ"
เสียงทุ้มเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ความตื่นเต้น แต่เต็มไปด้วยความกวนประสาทที่ทะลุปรอโปร่งจนพิมพ์ตะวันเกือบจะลุกขึ้นไปกระชากคอเสื้อเขาตรงนั้นให้รู้แล้วรู้รอด
"ยินดีที่ได้ร่วมงานกันอีกครั้งนะคะ... คุณสถาปนิก 'หน้าตาย'" เธอเน้นเสียงคำว่าหน้าตายจนแทบจะกลายเป็นกัดฟันกรวด
กรณ์ไม่โกรธ เขากลับหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างนึกสนุก ดวงตาคมพินิจพิเคราะห์ผู้หญิงตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาที่ทำเอาเลือดในกายของพิมพ์ตะวันพุ่งปรี๊ดขึ้นมาถึงสมอง ก่อนที่เขาจะโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย วางศอกลงกับโต๊ะประชุม ประสานมือเข้าหากัน แล้วเอ่ยประโยคที่ทำให้เธอยิ่งอยากจะกรี๊ดออกมาดังๆ
"หวังว่าสามเดือนนี้ คุณจะเก่งเรื่องทำงานให้ราบรื่น... มากกว่าเรื่องเก่งแต่ปากเถียงผมนะครับ"
พิมพ์ตะวันกำหมัดแน่นใต้โต๊ะ เล็บจิกเข้ากับฝ่ามือจนเจ็บ สงครามประสาทขนาดย่อมเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ และเำพราะความหัวรั้นในศักดิ์ศรี เธอไม่มีทางยอมแพ้ให้ผู้ชายคนนี้เหยียบหน้าเป็นครั้งที่สองแน่!
แต่ทว่า... ในจังหวะที่เธอกำลังจะอ้าปากสวนกลับด้วยถ้อยคำเจ็บแสบชนิดพริกสิบเม็ด เสียงแจ้งเตือนข้อความแชตในสมาร์ทโฟนส่วนตัวที่วางอยู่บนโต๊ะก็ดังขึ้นแทรกกลางความเงียบ
*(พิมพ์ตะวัน)*: 'แก... ทำไมหัวใจฉันมันเต้นแรงแปลกๆ ตอนที่อีตานั่นสบตาเมื่อกี้วะ หรือฉันโดนของ?'
*(พิมพ์ตะวัน)*: 'นี่ฉันไม่ได้หวั่นไหวกับความหน้ามึนของมันใช่ไหมไอ้เจตต์ ช่วยฉันด้วยยยยยย!'
พิมพ์ตะวันก้มมองหน้าจอแล้วเบิกตากว้างด้วยความตกใจขีดสุด!
ฉิบหายแล้ว... เธอกดส่งข้อความระบายความในใจยาวเหยียดนี้ ลงไปในกลุ่มแชตใหญ่รวมผู้บริหาร ทีมงาน และ... **มีรายชื่อของกรณ์อยู่ในนั้นด้วย!**
*(ระบบ: คุณได้ทำการส่งข้อความแล้ว และไม่สามารถยกเลิกได้ทัน)*
====================
*(หมายเหตุจากผู้เขียน: ขอบคุณนักอ่านทุกคนที่แวะมาร่วมเดินทางเปิดฉากความป่วนในตอนแรกนี้นะคะ ฝากติดตามความโบ๊ะบ๊ะในตอนถัดไป รับรองว่ามีเรื่องให้ลุ้นจนนั่งไม่ติดแน่นอนค่ะ! - พิมพ์ชี่เบอร์รี่)*
สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับยัยผู้จัดอีเวนต์ปากแจ๋ว•ตอนที่ 1
เปิดฉากสงครามขนาดย่อม
ผลงานโดย พีชชี่เบอร์รี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พีชชี่เบอร์รี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มหน้าตายกับยัยผู้จัดอีเวนต์ปากแจ๋ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!