ภัณฑารักษ์ไร้เงากับภาพวาดที่กรีดร้อง•ตอนที่ 1

หอศิลป์ในคืนฝนตก

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
กลิ่นอายของหยาดฝนที่โปรยปรายลงมากระทบกับหลังคากระจกสกายไลท์ของคฤหาสน์ตระกูลวรากุล ส่งเสียงก้องกังวานคล้ายเสียงกระซิบจากโลกหลังความตาย หยดน้ำสีเทาหม่นไหลวนตามแรงโน้มถ่วง ราวกับน้ำตาที่ถูกขับไล่ออกจากดวงตาของคนที่ถูกลืมเลือน ในห้องโถงจัดแสดงงานประมูลศิลปะอันโอ่อ่า แสงไฟคริสตัลระยิบระยับสาดส่องลงบนพื้นหินอ่อนขัดมันสะท้อนภาพความเย่อหยิ่งของผู้คนในสังคมชั้นสูง ผู้คนนับร้อยกำลังจดจ่ออยู่กับการประมูลสมบัติชิ้นสุดท้ายของคฤหาสน์หลังนี้—ทรัพย์สินอันทรงคุณค่าที่เคยเป็นพยานรัก และในขณะเดียวกัน ก็เคยเป็นกรงขังวิญญาณของใครบางคนมาแล้ว "ภาพวาดชิ้นสุดท้ายของค่ำคืนนี้... 'รอยบาปสีชาด' ผลงานระดับปรมาจารย์ที่สูญหายไปนานกว่าห้าปี ผู้ครอบครองท่านปัจจุบันประสงค์จะเปิดประมูลเริ่มที่สิบล้านบาทค่ะ" เสียงของโฆษกชายดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันที่เข้าปกคลุมพื้นที่ แต่ไม่มีใครสนใจภาพวาดนั้นเท่ากับการปรากฏตัวของสตรีปริศนาในชุดเดรสยาวสีดำสนิทเข้ารูป ปิดบังใบหน้าครึ่งหนึ่งด้วยหมวกปีกกว้างและตาข่ายโปร่งบาง เธอเดินเข้ามาทางประตูด้านข้างอย่างไร้ซุ่มเสียง ราวกับเงาที่แยกตัวออกจากความมืดมิด ท่วงท่าการก้าวเดินของเธองดงาม เย็นชา และเปี่ยมไปด้วยอำนาจบางอย่างที่ดึงดูดสายตาทุกคู่ในห้องให้หันไปมองโดยมิได้นัดหมาย รินรดากวาดสายตาคมกริบมองสำรวจรอบห้องโถง หัวใจของเธอไม่ได้เต้นผิดจังหวะด้วยความตื่นเต้นแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันกลับสงบเยือกเย็นราวน้ำแข็งขั้วโลก *ห้าปีเต็ม...* ห้าปีที่เธอต้องใช้ชีวิตอยู่กับรอยแผลเป็นและความว่างเปล่า ห้าปีที่ชื่อของเธอถูกลบเลือนออกจากทะเบียนราษฎร์ราวกับไม่เคยมีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้ และห้าปีที่อดีตสามีผู้เย็นชาของเธอใช้ชีวิตอยู่บนกองเงินกองทองบนความพินาศทางจิตใจของเธอ "ยินดีต้อนรับครับ คุณ...?" เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยจนน่าสะอิดสะเอียนดังขึ้นจากด้านหลัง ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดพิเศษก้าวเข้ามาหยุดอยู่ใกล้ๆ ธันวา... อดีตสามีผู้ทรงอิทธิพล สุขุม และบิดเบี้ยวด้วยความหมกมุ่น แววตาของเขาในยามนี้ไม่ได้มีความเย่อหยิ่งหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความสั่นไหวระคนระแวงยามที่จ้องมองผู้หญิงในชุดดำ รินรดาลดพัดในมือลงช้าๆ เธอหันกลับไปเผชิญหน้ากับเขา รอยยิ้มที่มุมปากของเธอบางเบาราวกับใบมีดที่เคลือบด้วยยาพิษ "ดิฉัน ‘รดา’ ค่ะ... ภัณฑารักษ์อิสระที่ทางผู้จัดงานเชิญมาตรวจสอบความแท้จริงของภาพวาดก่อนส่งมอบให้ผู้ชนะการประมูล หวังว่าคุณธันวาคงไม่รังเกียจที่จะให้ดิฉันตรวจสอบผลงานชิ้นเอกของคุณ... ใกล้ๆ" น้ำเสียงของเธอนุ่มนวล ทว่ากลับแฝงความเสียดสีที่เชือดเฉือนจนคนฟังต้องกำมือแน่น ธันวากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ลมหายใจของเขาติดขัดทันทีที่ได้ยินน้ำเสียงนั้น น้ำเสียงที่หลอกหลอนเขาในยามค่ำคืนมานานนับพันวัน ดวงตาคมกริบของอดีตสามีจ้องมองลึกลงไปใต้ตาข่ายโปร่งพยายามค้นหาเงาของอดีตภรรยาที่เขาเคยเหยียบย่ำให้จมดิน แต่สิ่งที่เขากลับพบมีเพียงความว่างเปล่าอันหนתหนาและแววตาสีดำสนิทที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างให้เป็นจุล "คุณ... หน้าตาคุ้นมาก เราเคย..." ธันวาเอ่ยเสียงพร่า มือหนายื่นออกไปหมายจะปัดตาข่ายบังตาออกเพื่อพิสูจน์ความจริงบางอย่างที่สั่นคลอนหัวใจ รินรดาเบี่ยงตัวหลบอย่างนิ่มนวล เธอยกมุมปากยิ้มเยาะให้กับความสิ้นหวังที่ฉายชัดในแววตาของเขา มือเรียวภายใต้ถุงมือลูกไม้สีดำแตะลงบนกรอบรูปภาพวาด 'รอยบาปสีชาด' ที่ตั้งอยู่บนขาตั้ง "คนหน้าเหมือนบนโลกนี้มีตั้งมากมายค่ะคุณธันวา... หรือว่าภาพวาดชิ้นนี้ มันกำลังสะท้อนภาพความผิดบาปในอดีตของคุณ จนทำให้คุณตาฝาดเห็นผีสางกันแน่คะ?" คำพูดนั้นพุ่งตรงเข้าขยี้หัวใจของธันวาอย่างจัง เขารู้สึกได้ถึงความหนาวยะเยือกที่แล่นริ้วขึ้นมาจากกระดูกสันหลัง ภาพวาดในกรอบตรงหน้าไม่ใช่แค่ผลงานศิลปะ แต่มันคือภาพที่เธอเคยลงมือวาดด้วยหยาดน้ำตาและเลือดเนื้อในวันที่เธอสูญเสียทุกสิ่ง—รวมถึงลูกในท้องที่เขาไม่มีวันได้รู้ว่ามีตัวตนอยู่จริง "ถ้าคุณพร้อมแล้ว เชิญเปิดซองประมูลราคาเสนอสูงสุดได้เลยค่ะ... เพราะดิฉันเอง ก็อยากรู้เหมือนกันว่า 'ความสำนึกผิด' ของมหาเศรษฐีผู้ยิ่งใหญ่อย่างคุณ มันจะมีราคาค่างวดสักเท่าไหร่" รินรดาเอ่ยกระซิบด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาจนบาดลึกถึงขั้วหัวใจ ก่อนจะผายมือเชิญด้วยท่าทีราวกับราชสำนัก ธันวากัดฟันกรอด หัวใจเต้นรัวระรัวด้วยความกลัวและโหยหาผสมปนเปกัน เขารู้สึกราวกับตัวเองกำลังยืนอยู่บนปากเหวที่ไร้ก้นบึ้ง และผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าไม่ใช่ภัณฑารักษ์ธรรมดา แต่คือยมทูตที่กลับมาทวงคืนทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาเคยแย่งชิงไป ทว่า... ในวินาทีที่ธันวากำลังจะเอ่ยปากปฏิเสธการประมูลและดึงตัวเธอไว้ ประตูกระจกบานใหญ่ด้านหลังห้องโถงก็เปิดผางออกพร้อมกับสายฝนที่สาดซัดเข้ามา ร่างเล็กป้อมของเด็กชายวัยประมาณสี่ขวบในชุดกันฝนสีเหลืองสดใส วิ่งเตาะแตะเข้ามาท่ามกลางความตกใจของผู้คน ดวงตากลมโตสุกใสคู่นั้นถอดแบบมาจากธันวาอย่างไร้ที่ติ และริมฝีปากหยักลึกที่กำลังเบะออกน้อยๆ ยามเรียกหาผู้เป็นแม่ ก็เป็นเอกลักษณ์เดียวกับผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาไม่มีผิดเพี้ยน "คุณแม่ฮะ... คุณป้าบอกว่าฝนตกหนัก กลับบ้านกันเถอะครับ" รินรดานิ่งงันไปชั่วขณะ รอยยิ้มเยือกเย็นบนใบหน้าแข็งค้างลงในเสี้ยววินาที ขณะที่ธันวาหันขวับไปมองเด็กน้อยคนนั้น ดวงตาเบิกกว้างด้วยความช็อกระคนไม่อยากเชื่อ เมื่อสายตาของเขาประสานเข้ากับใบหน้าจิ้มลิ้มที่เหมือนส่องกระจกเงาของตนเองในวัยเด็ก... และหลักฐานชิ้นสำคัญทางพันธุศาสตร์ที่ตอกหน้าเขาจนชาไปทั้งแถบ ก็ร่วงหล่นจากกระเป๋าเสื้อกันฝนของเด็กน้อยลงแทบเท้าของเขา—ใบรับรองผลตรวจ DNA ฉบับจริงที่ระบุชื่อผู้เกี่ยวข้องไว้อย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง! ขอบคุณสำหรับการติดตามและสนับสนุนผลงานของ "กระจกเงาต้องสาป" เสมอมานะคะ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ภัณฑารักษ์ไร้เงากับภาพวาดที่กรีดร้อง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%