"ความสมบูรณ์แบบไม่ได้แปลว่าไร้รอยตำหนิค่ะ ผู้หมวดปิ่นปัก... แต่มันคือการซ่อนรอยแผลเป็นไว้ให้แนบเนียนต่างหาก"
ปลายนิ้วเรียวระบายสีแดงเข้มลงบนผ้าไหมซาตินเนื้อดี ท่าทางของรินรดานิ่งสนิท ราวกับว่าคราบเลือดสีน้ำตาลแดงแห้งกรังที่มุมโต๊ะทำงานตัวนั้นเป็นเพียงงานศิลปะร่วมสมัยชิ้นหนึ่ง ไม่ใช่หลักฐานชิ้นสำคัญจากรันเวย์มรณะที่เพิ่งพรากชีวิตนางแบบแถวหน้าไปเมื่อคืนก่อน
ห้องทำงานส่วนตัวของแบรนด์ *‘L’Étoile’* อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของชา Earl Grey ผสมผสานกับความเย็นยะเยือกจากเครื่องปรับอากาศที่ตั้งอุณหภูมิต่ำจนเกินพอดี รินรดาไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองแขกผู้ไม่invited เธอยังคงก้มหน้าตวัดปลายพู่กันลงบนร่างแบบชุดราตรี คมกริบ เย็นชา และไม่ยี่หระต่อบรรยากาศกดดันที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างโปร่งในชุดสูทเข้ารูปของร้อยตำรวจเอกสาวที่ยืนกอดอกพิงบานประตู
ปิ่นปักไม่ได้ขยับตัวเข้ามาใกล้กว่านั้น แต่สายตาคู่คมที่ซ่อนอยู่หลังกรอบแว่นสายตากลับกวาดมองทุกรายละเอียด—ตั้งแต่ปลายนิ้วที่สั่นน้อยมากอย่างผิดมนุษย์ของดีไซน์เนอร์สาว ไปจนถึงถังขยะใบเล็กใต้โต๊ะที่ถูกทับถมด้วยเศษกระดาษร่างแบบนับร้อยแผ่น
"รอยแผลเป็นเหรอคะ..." เสียงทุ้มต่ำของปิ่นปักดังขึ้น ทำลายความเงียบงันที่กดทับประสาทสัมผัส "น่าเสียดายนะคะคุณรินรดา ที่บางรอยแผล... มันไม่ได้ถูกซ่อนไว้ใต้ผ้าไหมราคาแพง แต่มันดันทะลุออกมาเปื้อนรันเวย์ศักดิ์สิทธิ์ของคุณจนหมดราคาต่างหาก"
รินรดาชะงักมือที่กำลังวาดเส้นโค้ง ปลายพู่กันหยุดนิ่งอยู่บนกระดาษปอนด์เนื้อหนา เธอค่อยๆ วางมันลงอย่างเชื่องช้า ราวกับกำลังใช้เวลาทุกวินาทีในการประเมินค่าคู่สนทนา ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้า รอยยิ้มบางเบาถูกจุดขึ้นที่มุมปาก—รอยยิ้มที่เคลือบไว้ด้วยความสุภาพ ทว่าไร้ซึ่งความอบอุ่นโดยสิ้นเชิง
"คุณตำรวจกำลังพูดถึงอะไรอยู่หรือคะ? โศกนาฏกรรมเมื่อคืนเป็นอุบัติเหตุจากความประมาทของตัวนางแบบเอง ระบบล็อกสลิงของชุดขัดข้อง... ฉันเสียใจและให้ความร่วมมือกับตำรวจทุกประการแล้วนี่คะ" รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ราวกับกำลังท่องจำบทละครที่ซ้อมมาเป็นอย่างดี "ในฐานะดีไซน์เนอร์ หน้าอก หน้าที่ และหัวใจของฉันอยู่กับผลงาน ไม่ใช่การมานั่งควบคุมแรงโน้มถ่วงหรือสภาพจิตใจของเด็กสาวพวกนั้นที่มีปัญหาเรื่องการควบคุมน้ำหนักและอารมณ์"
*คำพูดที่ดูไร้ที่ติ ตรรกะที่ถูกคัดกรองมาอย่างดีเพื่อปัดความรับผิดชอบ... แต่มันช่างสะอาดสะอ้านเกินไป*
ปิ่นปักแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าแต่นิ่งสนิท เธอผละตัวออกจากบานประตู ก้าวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานทีละก้าวอย่างจงใจสร้างแรงกดดันทางจิตวิทยา กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าผสมกลิ่นฝนจางๆ จากตัวร้อยตำรวจเอกสาวโชว์เข้ามาแตะจมูก รินรดาขยับตัวถอยหลังเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว—เป็นปฏิกิริยาป้องกันตัวเพียงเสี้ยววินาทีที่หลบไม่พ้นสายตาอันเฉียบคมของนักสืบ
"อุบัติเหตุอย่างนั้นหรือคะ?" ปิ่นปักโน้มตัวลงใช้มือทั้งสองข้างค้ำขอบโต๊ะ โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนแทบจะชิด ร่างทั้งสองห่างกันเพียงลมหายใจกั้น "คุณบอกว่าระบบล็อกสลิงขัดข้อง... แต่ช่างเทคนิคของเราเพิ่งตรวจสอบพบว่า สลิงเส้นนั้นไม่ได้ถูก *'ขัดข้อง'* จากการใช้งานค่ะคุณรินรดา แต่มันถูก *'เจาะจง'* ตัดด้วยคีมตัดลวดขนาดเล็กที่มีความแม่นยำสูง... แม่นยำเสียจนรอยตัดเรียบเนียนราวกับฝีมือของคนที่มีความเข้าใจเรื่องโครงสร้างผ้าและโลหะเป็นอย่างดี"
ดวงตาสีนิลของรินรดาไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที—สั้นเสียจนถ้าไม่ใช่ปิ่นปักผู้จดจ้องมองหาพิรุธมาตลอด คงไม่มีวันสังเกตเห็น
แต่รินรดาก็คือรินรดา ดีไซน์เนอร์ผู้ผ่านร้อนผ่านหนาวและสร้างอาณาจักรแฟชั่นด้วยหยาดเหงื่อและเลือด เธอยืดตัวขึ้นสู้สายตา กลับมาคุมความนิ่งสงบได้ภายในพริบตาเดียว เธอยกมือขึ้นทัดผมทุยสวย ท่าทางยังคงเย่อหยิ่งและสง่างาม
"ถ้าตำรวจทำงานโดยใช้แค่จินตนาการและข้อสันนิษฐานลอยๆ ประเทศเราคงมีผู้บริสุทธิ์ติดคุกครึ่งค่อนประเทศแล้วนะคะ ผู้หมวด... ฉันมีหลักฐานตารางงาน มีพยานบุคคล และมีชื่อเสียงที่ต้องรักษา ฉันจะเอาอนาคตทั้งชีวิตไปแลกกับการฆ่าเด็กในสังกัดตัวเองเพื่ออะไรกัน?"
"นั่นสิคะ... เพื่ออะไรกันนะ" ปิ่นปักยืดตัวตรงขึ้น รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวยคม "บางที... มันอาจจะไม่ใช่เรื่องของอนาคตค่ะ แต่มันอาจจะเป็นเรื่องของ *'อดีต'* ที่คุณพยายามจะฝังมันไว้ใต้รันเวย์สีเลือดเมื่อคืนนี้ต่างหาก"
บรรยากาศในห้องเย็นยะเยือกขึ้นทันตาเห็น เคมีระหว่างหญิงสาวทั้งสองคนพุ่งพล่านด้วยความตึงเครียดที่เฉียบคมดั่งปลายมีดโกน รินรดากัดริมฝีปากล่างเบาๆ อย่างลืมตัว ความนิ่งสงบเริ่มมีรอยร้าวเมื่อได้ยินคำว่า *'อดีต'* จากปากของผู้หญิงคนนี้
"คุณกำลังเล่นเกมอะไรอยู่กันแน่..." รินรดาถามเสียงต่ำ ความอดทนเริ่มหมดลงทีละน้อย
"ฉันไม่ได้เล่นเกมค่ะคุณรินรดา..." ปิ่นปักเอื้อมมือไปหยิบกระดาษร่างแบบแผ่นหนึ่งที่อยู่ใกล้ที่สุดขึ้นมาดู พลิกมันกลับด้านเผยให้เห็นรอยดินสอที่ถูกกดน้ำหนักจนกระดาษทะลุเป็นรอยลึกรูปสัญลักษณ์แปลกประหลาด—สัญลักษณ์รูปกุหลาบหนามแหลมที่คุ้นเคย "...ฉันแค่กำลังรื้อฟื้นหลักฐานชิ้นเก่า ที่บังเอิญว่ารอยแผลเป็นจากคดีเมื่อห้าปีก่อน มันมีรอยประทับแบบเดียวกับรอยตัดสลิงบนรันเวย์เมื่อคืนนี้ไม่มีผิดเพี้ยน"
รินรดาหน้าซีดเผือดลงเล็กน้อย แต่มือที่กำปากกาในลิ้นชักกลับจิกแน่นขึ้นจนข้อ้วนิ้วขาวโพลน
ทว่า ก่อนที่บทสนทนาอันเชือดเฉือนจะดำเนินไปถึงจุดแตกหัก เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบ ตามด้วยร่างของเลขาฯ สาวที่เปิดประตูพรวดเข้ามาด้วยใบหน้าตื่นตระหนก หอบหายใจถี่กระชั้นราวกับวิ่งหนีตายมา
"คุณรินรดาคะ! คุณปิ่นปักคะ! แย่แล้วค่ะ..." เลขาฯ สาวละล่ำละลักพูดด้วยเสียงสั่นเครือ ชี้มือไปทางจอโทรทัศน์ติดผนังที่กำลังถ่ายทอดสดข่าวภาคด่วน
"เกิดอะไรขึ้น!" รินรดาตวาดเสียงแข็ง หลุดมาดผู้ดีชั่วขณะ
"ตำรวจ... ตำรวจฝ่ายสืบสวนเพิ่งนำหมายค้นบุกเข้าไปที่ *'ห้องเก็บชุดโบราณ'* ชั้นใต้ดินของสตูดิโอเราค่ะ... และพวกเขากำลังรายงานสดว่า พบ *'หลักฐานชิ้นใหม่'* ที่เปื้อนคราบเลือดชุดที่สอง ซึ่งตรงกับ DNA ของเหยื่อ... พร้อมกับ..." เลขาฯ กลืนน้ำลายเอื้อมมือไปเปิดเสียงโทรทัศน์ให้ดังขึ้น
ภาพในจอโทรทัศน์ตัดสลับไปยังห้องใต้ดินสลัว ลังไม้เก่าแก่ถูกงัดออก เผยให้เห็นชุดราตรีสีดำสนิทที่เปรอะเปื้อนคราบเลือดสีเข้ม และข้างๆ กันนั้น มี *'รองเท้าส้นสูงสีแดงสด'* วางอยู่อย่างจงใจ... ซึ่งเป็นคู่เดียวกับที่รินรดากำลังสวมใส่อยู่ใต้โต๊ะทำงานในขณะนี้!
รินรดานิ่งงัน ลมหายใจสะดุดกักค้างในอก เธอก้มมองลงที่เท้าของตัวเองโดยอัตโนมัติ
ปิ่นปักหันขวับกลับมามองรินรดา ดวงตาสองคู่ประสานกันอีกครั้งในความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัว มุมปากของร้อยตำรวจเอกสาวค่อยๆ ยกยิ้มขึ้นช้าๆ อย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า
"ดูเหมือนว่า... รองเท้าของคุณจะทิ้งรอยเท้าไว้ไกลกว่าที่คุณคิดนะคะ ดีไซน์เนอร์คนเก่ง"
***
สการ์เล็ตโรสหวังว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้จะทำให้ทุกท่านลุ้นระทึกไปกับรอยเลือดที่ไม่มีวันจางหายนะคะ
ดีไซน์เนอร์สาวกับคดีฆาตกรรมรันเวย์สีเลือด•ตอนที่ 3
ทฤษฎีสีเทา
ผลงานโดย สการ์เล็ตโรส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สการ์เล็ตโรส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซน์เนอร์สาวกับคดีฆาตกรรมรันเวย์สีเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
