เงาซ้อนมรณะ: กระจกที่ไม่มีวันสะท้อนตนเอง•ตอนที่ 39

ปิดตำนานเงามืด

ผลงานโดย กระจกเงาต้องสาป
“รอยร้าวพวกนี้... มันไม่ได้สะท้อนตัวฉัน แต่มันกำลังกลืนกินฉันอยู่ ใช่ไหมคะ ดร.อคิน?” คำถามของรินหลุดรอดผ่านริมฝีปากที่สั่นเทา ท่ามกลางความว่างเปล่าที่รายล้อมไปด้วยเสียงแตกเปรี๊ยะของมิติที่กำลังแตกร้าวราวกับแก้วที่ถูกทุบด้วยค้อนหนัก ร่างของเธอถูกตรึงไว้ในความมืดที่เย็นเยียบ ในขณะที่ดร.อคิน—ชายผู้ที่เคยเป็นดั่งเข็มทิศในเขาวงกตชีวิตของเธอกำลังทรุดเข่าลงกับพื้นกระจกที่บิดเบี้ยว เลือดสีเข้มของเขาไหลรินเป็นสาย กลิ่นคาวเลือดผสมกับกลิ่นไอของไฟฟ้าสถิตคละคลุ้งจนน่าเวียนหัว “เธอถามในสิ่งที่รู้อยู่แก่ใจแล้วนี่ ริน...” อคินแค่นหัวเราะ เสียงของเขาแหบแห้งและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ซ่อนความสมเพชไว้ลึกๆ “จุดจบของตัวตนคู่ขนานไม่ได้มีไว้เพื่อการดำรงอยู่ แต่มันมีไว้เพื่อการ 'แทนที่' ต่างหาก” รินมองไปที่ร่างของ ‘ตัวเธอเอง’ ที่ก้าวออกมาจากเศษซากเงาสะท้อน ร่างนั้นดูสมบูรณ์แบบ แววตาคมกริบไร้ซึ่งความกังวลที่รินเคยมี ร่างจำลองนั้นยืนเคียงข้างดร.อคินที่กำลังจะสิ้นใจ มือเรียวสวยเอื้อมไปแตะไหล่ของชายผู้นั้นเบาๆ ราวกับจะปลอบประโลม แต่ในดวงตาคู่นั้นกลับไร้ซึ่งความอาลัยอาวรณ์ มีเพียงประกายแห่งชัยชนะที่แสยะยิ้มออกมาอย่างน่าขนลุก “คุณไม่ได้ต้องการจะช่วยฉันเลยตั้งแต่ต้น” รินพึมพำ น้ำตาหยดหนึ่งไหลอาบแก้มก่อนจะระเหยกลายเป็นไอสีดำทันทีที่ตกกระทบกับพื้นมิติที่กำลังสลาย “คุณต้องการแค่ร่างที่ไร้ตำหนิ... ร่างที่สามารถเป็นภาชนะให้กับทฤษฎีบ้าๆ ของคุณได้ตลอดกาล” “ความจริงที่น่าเจ็บปวดเสมอ คือการที่มนุษย์มักจะรักเงาของตัวเองมากกว่าตัวตนที่แท้จริงนะคะ ริน” อคินกระอักเลือดออกมาคำโต แววตาที่เคยฉลาดล้ำบัดนี้หม่นแสงลงราวกับหลอดไฟที่ขาดกระแส “ฉันไม่ได้ลบเธอออกไปจากโลกหรอกนะ... ฉันแค่กำลังจะพาเธอไปอยู่ในที่ที่ไม่มีใครต้องจดจำความเจ็บปวดอีกต่อไป” เสียงกรีดร้องของห้วงมิติกลบทุกถ้อยคำ รอยแยกเริ่มสมานตัวเข้าหากันอย่างรุนแรง พลังงานมหาศาลบีบอัดจนพื้นที่ทุกตารางนิ้วเริ่มบิดเบี้ยว รินรู้สึกเหมือนร่างกายของเธอกำลังถูกดึงแยกออกเป็นเสี่ยงๆ ความทรงจำเกี่ยวกับวัยเด็กที่เคยว่างเปล่า กลับมาฉายชัดในหัวราวกับภาพยนตร์ที่ถูกเร่งสปีด เธอเห็นเงาตัวเองในวัยเยาว์ยืนร้องไห้อยู่หน้ากระจกบานใหญ่ที่ไร้เงาสะท้อน... มันไม่ใช่ความทรงจำที่หายไป แต่เป็นสิ่งที่เธอเลือกจะลืมเพื่อรักษาความเป็นมนุษย์เอาไว้ “ไม่...” รินพยายามเอื้อมมือไปคว้าอากาศ แต่ความว่างเปล่ากลับกลายเป็นกำแพงน้ำแข็งที่เย็นจัด “ฉันจะไม่เป็นใครทั้งนั้น! ฉันคือริน! ฉันคือคนที่เลือกจะยอมรับความผิดพลาดของตัวเอง!” ร่างจำลองของเธอที่ยืนอยู่เคียงข้างอคินหันมามอง สบตาเธอนิ่งนาน แววตาคู่นั้นไม่ได้มีโทสะ แต่กลับมีความเมตตาที่น่าสะพรึงกลัว “ความจำกัดของมนุษย์ช่างน่าสงสารเหลือเกิน” ร่างนั้นเอ่ยด้วยน้ำเสียงของรินเอง แต่กังวานลึกดุจเสียงจากก้นบึ้งของมหาสมุทร “ลาก่อนนะ... ตัวฉันในอดีต” จังหวะที่เงาสะท้อนนั้นเอื้อมมือมาแตะหน้าผากของเธอ โลกทั้งใบก็ดับวูบลงเหลือเพียงสีขาวโพลนที่ไร้ขอบเขต เสียงระเบิดของแก้วแตกดังสนั่นหวั่นไหว ก่อนทุกอย่างจะเงียบสงัดราวกับโลกทั้งใบไม่เคยดำรงอยู่ *** “คุณรินคะ? เป็นอะไรไปหรือเปล่า? เหมือนจะเหม่อไปเลยนะคะ” เสียงใสๆ ของพยาบาลสาวข้างเตียงเรียกสติรินให้กลับมา เธอสะดุ้งเล็กน้อย พลางกะพริบตาถี่ๆ เพื่อปรับโฟกัส แสงแดดอุ่นๆ ยามบ่ายส่องผ่านหน้าต่างห้องพักฟื้นโรงพยาบาล กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่คุ้นเคยตีจมูกเธออย่างแรง รินหันไปมองรอบๆ ห้อง ทุกอย่างดูปกติจนน่าใจหาย เธอมีเพียงแผลถลอกที่แขนและอาการมึนงงจากการอุบัติเหตุล้มในห้องสมุดเมื่อวานนี้... อย่างน้อยนั่นคือสิ่งที่พยาบาลบอกเธอ “ฉัน... ฉันแค่ฝันน่ะค่ะ ฝันว่าติดอยู่ในกระจกนานมาก” รินตอบพลางยกมือขึ้นลูบหน้าผาก ที่นั่นไม่มีความเจ็บปวด ไม่มีสัมผัสเย็นเยียบของร่างจำลอง มีเพียงผิวเนื้อที่อุ่นปกติ “สงสัยจะพักผ่อนน้อยนะคะ ดร.อคินบอกว่าคุณเสียขวัญมากตอนล้ม แต่ตอนนี้ท่านย้ายไปประจำที่สาขาต่างประเทศแล้วล่ะค่ะ เลยไม่ได้มาดูอาการคุณด้วยตัวเอง” รินชะงักไปครู่หนึ่ง “ดร.อคินงั้นเหรอคะ?” ชื่อนั้นฟังดูคุ้นหูอย่างประหลาด ราวกับเป็นชื่อของคนรักเก่าที่เธอจำไม่ได้ว่าเคยรักตอนไหน “ใช่ค่ะ ท่านเป็นจิตแพทย์เจ้าของไข้คุณนี่นา ลืมไปแล้วเหรอคะ?” พยาบาลยิ้มอย่างอ่อนโยนก่อนจะเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้รินนั่งอยู่ท่ามกลางความเงียบงัน เธอหันไปมองกระจกบานใหญ่ที่ติดอยู่ผนังปลายเตียง ภาพสะท้อนของหญิงสาวหน้าตาสดใสปรากฏขึ้น รินจ้องมองดวงตาของตัวเองในเงาสะท้อนอย่างพิเคราะห์ ดวงตาสีน้ำตาลคู่เดิมที่เธอเห็นมาตลอดชีวิต... แต่วันนี้ มันกลับดูแปลกไป เธอยกมือขึ้นแตะกระจก รอยสัมผัสของปลายนิ้วเย็นเฉียบ กระจกเงาตรงหน้าไม่ได้สะท้อนเพียงแค่เธอคนเดียว ข้างหลังรินในเงาสะท้อนนั้น... มีชายคนหนึ่งในชุดกาวน์สีขาวสะอาดตา กำลังยืนกอดอกและมองมาที่เธอด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยเลศนัย เขากำลังอ้าปากจะพูดบางอย่าง แต่ไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมาจากบานกระจกนอกจากเสียงกระซิบที่ดังก้องอยู่ในหัวของเธอเพียงคนเดียว *‘ลืมความจริงไปเสียดีแล้ว... เพราะรินคนใหม่ที่แท้จริง กำลังรอที่จะออกมาแทนที่เธอทุกวินาทีที่เธอกระพริบตาไงล่ะ’* รินเบิกตากว้างเมื่อเห็นนิ้วมือของเงาในกระจกเริ่มเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทและยาวแหลม มันไม่ได้สะท้อนภาพห้องพยาบาลอีกต่อไป แต่สะท้อนภาพเมืองที่พังทลายในความมืดที่เธอเคยเห็นก่อนจะสลบไป และเมื่อเธอตั้งใจจะถอยหนี ร่างในกระจกกลับเอื้อมมือทะลุผ่านผิวแก้วออกมาคว้าข้อมือของเธอไว้แน่น! ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านรอยร้าวของกระจกใบนี้มาด้วยกันจนถึงตอนสุดท้ายนะคะ
สารจากนักเขียน (กระจกเงาต้องสาป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาซ้อนมรณะ: กระจกที่ไม่มีวันสะท้อนตนเอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%