"ถ้าพวกท่านยังกล้าก้าวล้ำเข้ามาเหยียบเขตที่ดินของภรรยาผมอีกแม้แต่ก้าวเดียว... อย่าหาว่าผมไม่เตือนเรื่องกฎหมายทหารขั้นเด็ดขาด!"
น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงพลังที่ดังขึ้นราวกับเสียงคำรามของพญาเสือโคร่งกลางป่าใหญ่ ทำให้บรรยากาศรอบแปลงปลูกสมุนไพรของพิมรดาเย็นเยียบลงในพริบตา ลุงเชิดที่กำลังทำท่าทางกร่างเงื้อมือขึ้นสูงหมายจะตบสั่งสอนหลานสาวหัวแข็ง ชะงักค้างกลางอากาศ ร่างอ้วนท้วนสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวจนเนื้อตัวกระตุกยิก ขณะที่ป้าวิไลผู้เป็นภรรยาถึงกับกรีדร้องเสียงหลง ถอยหลังกรูดจนเกือบสะดุดแปลงผักคะน้าล้มคว่ำไม่เป็นท่า
พิมรดากะพริบตาปริบๆ ด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย นางไม่คาดคิดเลยว่าในจังหวะที่กำลังจะยกกระทะน้ำมันร้อนๆ สาดใส่หน้าคนไร้ยางอายพวกนี้ให้หายแค้น ภูผา สามีหนุ่มหน้าบึ้งผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเงียบขรึม จะโผล่พรวดพราดออกมาจากแนวชายป่าด้วยท่าทางดุดันราวกับเทพแห่งสงคราม พร้อมด้วยรัศมีความน่าเกรงขามที่แผ่ซ่านออกมาจนบรรยากาศรอบตัวแทบจะกลายเป็นน้ำแข็ง
ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารสนามที่ยังไม่ได้ปลดกระดุมคอเสื้อ พร้อมด้วยรอยแผลเป็นจางๆ ที่หางคิ้ว ยิ่งขับเน้นให้เขาดูอันตรายและทรงอำนาจจนคนพาลทั้งสองถึงกับหน้าซีดเผือด ไร้ซึ่งคราบความกร่างที่เคยพกมาเต็มกระเป๋าเมื่อครู่
"ทะ... ทหาร? แกเป็นใครวะ! เรื่องนี้มันเรื่องในครอบครัวเรา หลานสาวอกตัญญูคนนี้มันซ่อนสมบัติเอาไว้ แกมีสิทธิ์อะไรมายุ่ง!" ลุงเชิดพยายามเค้นเสียงขู่ตะคอกกลับเพื่อรักษาฟอร์ม แม้ขาของตนจะสั่นพั่บๆ จนแทบยืนไม่อยู่เมื่อสบเข้ากับดวงตาดุคมกริบที่จ้องมองมาดั่งจะกินเลือดกินเนื้อ
"สิทธิ์ในฐานะสามี และสิทธิ์ในการดูแลพื้นที่ทำกินตามกฎหมายสัมปทานที่ทางการอนุมัติให้ผม" ภูผาก้าวฉับๆ เข้ามาประชิดตัวพิมรดา มือหนาเอื้อมมาโอบไหล่บางของภรรชาเอาไว้หลวมๆ แต่หนักแน่นและแสดงความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจน เขากวาดสายตาดุจเหยี่ยวไล่มองหน้าสองสามีภรรยาจอมโลภทีละคน "ถ้าพวกคุณยังมีสมองเหลืออยู่บ้าง ก็น่าจะจำได้ว่าที่ดินแปลงนี้ถูกโอนสิทธิ์ขาดให้พิมรดาอย่างถูกต้องตามกฎหมายตั้งแต่ปีที่แล้ว การที่พวกคุณบุกรุกเข้ามาข่มขู่คุกคามเจ้าของพื้นที่ มีโทษจำคุกและปรับไม่น้อย... อยากให้ผมไปเบิกตัวสารวัตรทหารมาเคลียร์ที่โรงพักตอนนี้เลยไหมครับ?"
คำว่า 'สารวัตรทหาร' และแววตาที่เอาจริงของภูผา ทำให้ลุงเชิดกับป้าวิไลถึงกับหน้าถอดสี พวกเขารู้ดีว่าชายหนุ่มตรงหน้าเป็นทหารยศสูงจากกองกำลังแนวหน้าที่ขึ้นชื่อเรื่องความเด็ดขาด หากเรื่องถึงโรงพักจริงๆ มีหวังพวกเขาได้ไปนอนซังเตข้อหาบุกรุกและกรรโชกทรัพย์แน่
"ฮึ่ย ฝากไว้ก่อนเถอะนังพิมรดา แกหนدไม่พ้นเงื้อมมือพวกฉันหรอ" ป้าวิไลแหวใส่ด้วยความเจ็บใจ ก่อนจะรีบดึงแขนสามีที่ขาแข็งก้าวไม่ออกให้รีบจ้ำอ้าวหนีหายลับไปจากรั้วบ้านอย่างไม่คิดชีวิต ทิ้งไว้เพียงเสียงหอบหายใจด้วยความโกรธของคนทั้งคู่ที่ดังแว่วมาตามลม
พิมรดาถอนหายใจยาวเหยียด นางปัดเศษฝุ่นตามชายเสื้อเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองสามีหนุ่มที่ยังคงรักษาใบหน้าบึ้งตึงเอาไว้ได้เป็นอย่างดี แม้ว่าในใจของเขาตอนนี้อาจจะกำลังพองโตคับอกที่ได้ปกป้องภรรยาคนสวยก็ตาม
"ทำไมถึงเพิ่งโผล่มาล่ะคะ? ปล่อยให้ฉันยืนเถียงกับคนพวกนั้นตั้งนาน เกือบจะได้ใช้มาตรการรุนแรงอยู่แล้วเชียว" นางเอ่ยแซwพร้อมกับส่งค้อนวงเล็กให้ชายหนุ่ม ทว่ารอยยิ้มมุมปากกลับฟ้องชัดว่าไม่ได้โกรธเคืองจริงจัง
ภูผาชะงักไปเล็กน้อย ใบหน้าที่มักจะบึ้งตึงอยู่เป็นนิจขึ้นสีแดงเรื่อที่ใบหูอย่างเห็นได้ชัด เขารีบเบือนหน้าหนีไปมองทางอื่นเพื่อซ่อนความเขินอาย พลางกระแอมในลำคอสองครั้งก่อนจะตอบเสียงทุ้ม
"ผม... ผมยืนดูอยู่สักพักแล้ว แค่อยากรู้ว่าคุณจะจัดการยายแก่พวกนั้นยังไง... แต่เห็นท่าทางคุณถือตะหลิวทำท่าเหมือนจะฟาดหัวคน ผมก็เลยทนดูเฉยๆ ไม่ได้" เขาหันกลับมาสบตาภรรยา แววตาแข็งกร้าวเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนลึกซึ้งที่พร้อมจะหลอมละลายทุกสิ่ง "คุณเป็นภรรยาผม เรื่องรังแกคนปล่อยให้เป็นหน้าที่ผมเถอะครับ หน้าที่ของคุณคือทำขนมปังหอมๆ ให้ผมกินก็พอ"
คำพูดหวานเลี่ยนที่ถูกพ่นออกมาด้วยสีหน้าและน้ำเสียงราบเรียบตามสไตล์ภูผา ทำเอาพิมรดารู้สึกร้อนผ่าวที่ใบหน้าขึ้นมาดื้อๆ นางค้อนให้อีกรอบด้วยความหมั่นไส้ในความคลั่งรักที่นับวันยิ่งแสดงออกมากขึ้นเรื่อยๆ ของนายทหารหนุ่มร่างยักษ์คนนี้
"ปากหวานนะคะช่วงนี้ สงสัยอยากกินขนมปังโฮลวีตสูตรพิเศษเพิ่มชีสเยิ้มๆ เป็นพิเศษล่ะสิคะ"
"ถ้าเป็นฝีมือคุณ ต่อให้ให้ผมกินทุกวันจนอ้วนเป็นหมูผมก็ยอม" ภูผาตอบกลับหน้าตาย ก่อนจะถือวิสาสะกุมมือเรียวบางของพิมรดาไว้แน่น เนื้อตัวอุ่นซ่านที่ส่งผ่านสัมผัสทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวอย่างไม่เป็นจังหวะ
ท่ามกลางบรรยากาศยามบ่ายที่เริ่มเย็นลง ความอบอุ่นจากอ้อมกอดของสามีหนุ่มช่วยชะล้างความหงุดหงิดรำคาญใจจากพวกญาติจอมปลอมไปจนหมดสิ้น พิมรดาระบายยิ้มกว้างออกมาอย่างมีความสุข นางเตรียมจะหมุนตัวกลับเข้าครัวเพื่ออบขนมปังล็อตใหม่ตามสัญญา ทว่าจู่ๆ เสียงเคาะประตูรั้วไม้หน้าบ้านก็ดังขึ้นอีกครั้งอย่างเร่งรีบ
ป้าสายหยุดวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก เหงื่อกาฬไหลโทรมหน้าผากราวกับไปวิ่งแข่งมาราธอนมา หญิงสูงวัยอ้าปากพะงาบๆ หอบหายใจแรงจนแทบพูดไม่เป็นคำ
"คุณพิมรดา! คุณภูผา! แย่แล้วค่ะ... ที่ตลาดกลางหมู่บ้านตอนนี้ เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!" ป้าสายหยุดร้องตะโกนเสียงหลง "มีพ่อค้าต่างถิ่นกลุ่มใหญ่ ขนขนมปังหน้าตาประหลาดมาเปิดแผงแจกฟรีตัดราคา แถมยังประกาศก้องว่าสูตรลับโฮลวีตของคุณมันเป็นของปลอม ลอกเลียนแบบมาจากเมืองหลวง แถมตอนนี้... ลูกค้าประจำกลุ่มแรกที่ต่อแถวรอซื้อขนมปังของคุณ เริ่มมีอาการแปลกประหลาด ล้มฟุกหมดสติไปต่อหน้าต่อตาหลายคนแล้วค่ะ!"
พิมรดาชะงักกึก รอยยิ้มบนใบหน้าหายวับไปในพริบตา ดวงตากลมโตหรี่ลงด้วยประกายแห่งความเย็นชาและความโกรธที่พุ่งพล่านขึ้นมาถึงขีดสุด มีคนกล้ามาทุบหม้อข้าวของนางถึงถิ่น แถมยังเล่นสกปรกใช้เล่ห์กลวางยาทำลายชื่อเสียงร้านขนมปังที่นางเพิ่งสร้างขึ้นมาด้วยหยาดเหงื่อ!
ภูผาที่ยืนอยู่ข้างๆ หน้าบึ้งตึงลงจนน่ากลัว รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างหนาอีกครั้ง มือใหญ่เอื้อมไปหยิบปืนพกประจำกายมาตรวจเช็กกระสุนด้วยความรวดเร็ว
"ใครมันกล้าลองดีกับเขตพื้นที่ของผม..." เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันออกมาด้วยความเหี้ยมเกรียม
*ติ๊ง!* เสียงแจ้งเตือนจากระบบมิติลับดังขึ้นในหัวของพิมรดา พร้อมกับข้อความสีแดงฉานกระพริบเตือนรัวเร็ว: **[แจ้งเตือนฉุกเฉิน! ตรวจพบสารพิษแปลกปลอมในวัตถุดิบตีตลาดภายนอก เปิดโหมดตรวจสอบสารเคมีอัตโนมัติ... พบความเชื่อมโยงกับกลุ่มตระกูลการค้าคู่แข่งที่เคยถูกเนรเทศจากเมืองหลวง!]**
ดวงตาของพิมรดาวาวโรจน์ นางแย้มยิ้มเหี้ยมเกรียมที่มุมปาก... ดูท่าว่าสงครามการค้ายกแรกของนางในต่างโลกครั้งนี้ จะสนุกเร้าใจกว่าที่คิดเสียแล้วสิคะ!
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "เบเกอรี่มิติต่างโลก" มาโดยตลอดนะคะ!
สูตรลับขนมปังโฮลวีตกับนายทหารหน้าบึ้ง•ตอนที่ 15
เกราะคุ้มกันชั่วคราวจากนายทหารหนุ่ม
ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับขนมปังโฮลวีตกับนายทหารหน้าบึ้ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!