“ถอยไปให้พ้น! อย่าให้ฉันต้องลงไม้ลงมือกับพวกแกตรงนี้นะ!”
เสียงหวีดร้องด้วยความตกใจแต่เต็มไปด้วยความดุดันของพิมรดา ดังทะลุกำแพงไม้ไผ่สานของเรือนพักหลังน้อยออกไป ท่ามกลางความเงียบสงบยามพลบค่ำ เงาร่างของชายชุดดำสามคนที่แอบซุ่มอยู่เมื่อครู่ พุ่งพรวดเข้ามาในลานบ้านอย่างอุกอาจ หมายจะใช้กำลังเข้าประชิดตัวหญิงสาวเพื่อค้นหา ‘ของมีค่า’ ที่พวกมันเข้าใจว่าซ่อนอยู่ในมิติลับ แต่ทว่า… พิมรดากลับไม่ใช่หญิงสาวชาวบ้านอ่อนแอให้ใครมารังแกตามใจชอบ
มือเรียวบางที่เพิ่งนวดแป้งโฮลวีตเสร็จหมาดๆ คว้าเอาไม้กระดานหนาสำหรับรองนวดแป้งขึ้นมาเหวี่ยงฟาดใส่หน้าอกของโจรคนแรกเข้าอย่างจัง เสียง “พลั่ก!” ดังสนั่นตามมาด้วยเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดจนพวกมันถึงกับผงถอยหลังกรูด
“นังนี่! ร้ายนักนะ!” หนึ่งในชายชุดดำสบถลั่นด้วยความโมโห เงื้อมือถือมีดสั้นเล่มโตพุ่งตรงเข้ามาหมายจะสั่งสอนหญิงสาวให้หลาบจำ
ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง กลิ่นอายอันคุ้นเคยของลมพายุและกลิ่นอายสนามรบก็พัดโชยเข้าจมูก พร้อมกับเงาร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มในชุดเครื่องแบบทหารที่ควบม้าพุ่งทะยานเข้ามาในรั้วบ้านราวกับเทพแห่งสงคราม
“บังอาจนัก!”
เสียงคำรามต่ำในลำคอของภูผาดังสะเทือนไปทั่วบริเวณ ร่างหนากำยำกระโจนลงจากหลังม้าโดยไม่ต้องรอให้มันหยุดสนิท หมัดหนักหน่วงราวมหาสมุทรซัดเข้าที่ใบหน้าของโจรคนกลางเต็มแรงจนร่างนั้นลอยละลิ่วไปกระแทกกับรั้วไม้ไผ่พังครืนลงมาไม่เป็นท่า ส่วนโจรอีกสองคนที่เหลือเมื่อเห็นท่าไม่ดีและตระหนักได้ว่าเหยื่อของพวกมันคือนายทหารหน้าดุผู้ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมในสนามรบ ก็พากันลนลานวิ่งหนีหายเข้าไปในความมืดของป่าข้างทางอย่างไม่คิดชีวิต
ความเงียบสงบกลับคืนมาสู่ลานบ้านอีกครั้ง ทว่าบรรยากาศกลับอวลไปด้วยไอความร้อนระอุจากความโกรธของนายหนุ่ม
พิมรดายังคงยืนหอบหายใจถี่กระชั้น มือที่ถือไม้กระดานรองนวดแป้งสั่นระริกเล็กน้อยจากความตื่นเต้น แต่ดวงตากลมโตกลับฉายแววความดื้อรั้นและไม่ยอมคนอย่างชัดเจน นางปรายตามองชายชุดดำที่วิ่งหนีไปก่อนจะหันกลับมามองผู้มาใหม่ที่ยืนแผ่รังสีอำมหิตอยู่เบื้องหน้า
“เจ้าเป็นอะไรหรือเปล่า บาดเจ็บตรงไหนไหม?”
ภูผารีบสาวเท้าเข้าไปใกล้
ใบหน้าคมเข้มที่มักจะบึ้งตึงและถมึงทึงใส่ชาวบ้านอยู่เสมอนั้น บัดนี้กลับฉายแววความตื่นตระหนกและห่วงใยจนปิดไม่มิด ทว่า… ด้วยความที่เขาเป็นคนแสดงออกไม่เก่งและมักจะตีหน้ายักษ์โดยไม่รู้ตัว น้ำเสียงที่เอ่ยถามจึงห้วนสั้นและดูดุดันราวกับกำลังคาดคั้นนักโทษ
พิมรดาที่เพิ่งผ่านเหตุการณ์ระทึกขวัญมาหมาดๆ เงยหน้าขึ้นมองสามีหนุ่มผู้มีใบหน้าบึ้งตึงเป็นเอกลักษณ์ นึกหมั่นไส้ขึ้นมาตงิดๆ นางรอดตายมาได้เพราะฝีมือตัวเองแท้ๆ แต่พ่อคุณกลับทำหน้าเหมือนนางไปก่อคดีฆาตกรรมหมู่เสียอย่างนั้น
“ถ้าท่านจะกรุณาช่วยคลายกล้ามเนื้อบนใบหน้านั้นลงสักนิด ข้าคงจะรู้สึกปลอดภัยกว่าการยืนให้ท่านทำหน้าดุใส่หลังรอดตายจากโจรนะคะท่านพี่ภูผา” พิมรดาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย เอ่ยประชดประชันด้วยน้ำเสียงใสแจ๋วแต่เจือแววประชดประชันตามประสาแม่ค้าปากกล้า
ภูผาสะอึกไปเล็กน้อย ดวงตาคมกริบกวาดสำรวจร่างบางตั้งแต่หัวจรดเท้าเพื่อความแน่ใจว่าไม่มีร่องรอยบาดแผล เมื่อเห็นว่าภรรยายังคงยืนเถียงฉอดๆ ได้อย่างคล่องแคล่ว เขาก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ พยายามจะปรับสีหน้าให้ดูอ่อนโยนลง แต่ด้วยโครงหน้าดุๆ และรอยแผลเป็นจางๆ ที่หางคิ้ว มันจึงออกมาคล้ายคนกำลังโกรธจัดเสียมากกว่า
“ข้า… ข้าไม่ได้ตั้งใจจะทำหน้าดุใส่เจ้า” ภูผาพึมพำเสียงเบา ใบหูหนากลับเริ่มขึ้นสีแดงเรื่ออย่างเห็นได้ชัดเมื่อสบเข้ากับดวงตากลมโตที่จ้องมองมาอย่างจับผิด “ข้าแค่… เป็นห่วงจนแทบคลั่งต่างหากเล่า ใครใช้ให้เจ้าหาเรื่องใส่ตัว เอาแต่ทำตัวเด่นจนโจรมันตามรังควานกันล่ะ”
“อ้าว! กลายเป็นความผิดของข้าเสียอย่างนั้นหรอกหรือคะ?” พิมรดาเท้าสะเอวทันที ดวงตาคมวาวโรจน์ขึ้นมาวับวับ “ข้าอยู่เฉยๆ ในบ้านของข้าดีๆ พวกมันต่างหากที่บุกรุกเข้ามา ถ้าท่านจะมาต่อว่าข้าล่ะก็ เชิญกลับไปตรวจค่ายทหารของท่านเถอะค่ะ ข้าดูแลตัวเองได้ ไม่ต้องมาทำหน้าบึ้งใส่เหมือนข้าไปกินรังแตนมาหรอกนะ!”
บรรยากาศระหว่างสามีภรรยาคู่นี้ช่างน่าขันและอบอุ่นในเวลาเดียวกัน ภูผากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขายอมรับตามตรงว่าเขาแพ้ทางวาจาอันเฉียบคมของภรรยาตัวน้อยคนนี้ทุกครั้งไป ชายหนุ่มยกมือขึ้นเกบท้ายทอยแก้เก้อ ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องกลบเกลื่อนความเขินอายเมื่อได้กลิ่นหอมกรุ่นบางอย่างลอยเตะจมูก
กลิ่นเนยสดผสมผสานกับแป้งโฮลวีตปิ้งย่างที่หอมฟุ้งกรุ่นไปทั่วบริเวณ จนทำให้ท้องของนายทหารหนุ่มผู้หิวโหยจากการลาดตระเวนส่งเสียงร้องประท้วงออกมาเบาๆ
“นั่น… กลิ่นอะไรน่ะ?” ภูผาเปลี่ยนท่าทีทันควัน ก้มลงมองตะกร้าไม้บนโต๊ะที่คลุมด้วยผ้าขาวบาง
พิมรดาปรายตามองค้อนวงใหญ่ แต่เมื่อเห็นท่าทางเก้ๆ กังๆ ของสามีหนุ่มที่พยายามทำตัวเป็นแมวเชื่องๆ ทั้งที่หน้าตาเหมือนเสือโคร่ง นางก็อดที่จะอมยิ้มออกมาไม่ได้ รสชาติชีวิตในต่างโลกของนาง แม้จะมีเรื่องปวดหัวจากญาติผู้พี่และโจรใจโฉดมารบกวน แต่การได้เห็นนายทหารหน้าดุคนนี้แปลงร่างเป็นโบตั๋นคลั่งรัก มันก็คุ้มค่าแก่การต่อสู้ไม่น้อย
“ขนมปังโฮลวีตสูตรพิเศษที่ข้าเพิ่งอบเสร็จต่างหากล่ะคะ” พิมรดาเชิดปลายคางขึ้นเล็กน้อย น้ำเสียงติดจะประชดอยู่บ้าง “แต่เสียดาย… คนหน้าบึ้งแถวนี้คงไม่มีบุญได้ชิมหรอกค่ะ เพราะข้าตั้งใจจะเก็บไว้ขายให้ป้าสายหยุดและชาวบ้านพรุ่งนี้ต่างหาก”
ภูผารีบก้าวเข้าไปใกล้ คว้าชายเสื้อแขนยาวของภรรยามาจับเบาๆ ดวงตาคมดุฉายแววอ้อนวอนอย่างปิดไม่มิด ชายหนุ่มร่างโตผู้เกรียงไกรในสนามรบ บัดนี้กลับยอมจำนนต่อขนมปังชิ้นน้อยและแม่ค้าสาวตรงหน้าอย่างราบคาบ
“ภรรยาจ๋า… ข้าผิดไปแล้ว อย่าใจร้ายกับนักรบผู้ตาดำๆ คนนี้เลยนะ ข้าหิวจะตายอยู่แล้ว…” ภูผาเอ่ยเสียงอ่อย พร้อมกับส่งสายตาเว้าวอนที่ทำเอาพิมรดาเกือบหลุดหัวเราะพรืดออกมา
หญิงสาวส่ายหัวเบาๆ ด้วยความเอือมระอาแกมเอ็นดู นางกำลังจะเอื้อมมือไปหยิบขนมปังชิ้นโตส่งให้สามีจอมตื๊อ แต่ทว่า… ในวินาทีที่ปลายนิ้วของนางสัมผัสกับผิวขนมปังอุ่นๆ นั้นเอง เสียงฝีเท้าม้าจำนวนมากพร้อมกับคบเพลิงสว่างจ้าก็สาดส่องเข้ามาล้อมรอบรั้วบ้านของนางเอาไว้เสียก่อน!
เงาร่างของบุคคลผู้ไม่ได้รับเชิญก้าวเข้ามาในลานบ้าน พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยที่คุ้นเคยเป็นอย่างดีดังขึ้นท่ามกลางความมืดมิด
“ฮ่าๆๆ! ดึกดื่นปานนี้แล้ว ยังมีอารมณ์มาสวีทกันอีกหรือนังพิมรดา? ไหนล่ะสูตรขนมปังทำเงินของแก ส่งมันมาให้หมด ไม่อย่างนั้นบ้านหลังนี้ได้ราบเป็นหน้ากลองแน่!”
เสียงของลุงเชิดและป้าวิไลดังขึ้นพร้อมกับเงาของชายฉกรรจ์อีกนับสิบคนที่ถือท่อนไม้และมีดดาบยืนปิดล้อมทุกทางหนีเอาไว้จนหมดสิ้น!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาลิ้มรสความฟินและร่วมลุ้นไปกับความแสบของพิมรดานะคะ!
สูตรลับขนมปังโฮลวีตกับนายทหารหน้าบึ้ง•ตอนที่ 4
การพบกันของเชฟสาวกับนายทหารหน้าดุ
ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับขนมปังโฮลวีตกับนายทหารหน้าบึ้ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!