เสียงกระดาษสัญญาแผ่นบางสะบัดกรอบแกรบในความเงียบงัน ทว่ากลับดังราวกับเสียงอสุนีบาตฟาดลงกลางห้องรับแขกที่เคยอบอุ่น พิมรดากวาดสายตามองเอกสารสิทธิ์ที่ดินและตัวเลขหนี้สินก้อนโตที่ถูกปัดความรับผิดชอบมาให้เธออย่างไม่แยแส ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับผู้มีศักดิ์เป็นลุงและป้าด้วยแววตานิ่งสนิทไร้ความหวาดกลัว
“เซ็นซะ พิมรดา พ่อแม่เธอตายไปพร้อมกับกองหนี้ท่วมหัว บ้านหลังนี้กับที่ดินแปลงนี้ถือเป็นการชดใช้ค่าเสียหายที่ตระกูลเราต้องมารับหน้าเสื่อแทน ถ้าไม่มีพวกฉัน ป่านนี้เธอคงโดนเจ้าหนี้รุมทุบหัวตายคาถนนไปแล้ว!” เสียงตวาดแหลมเล็กของป้าวิไลดังทะลุแก้วหู ใบหน้าทาแป้งหนาเตอะบิดเบี้ยวด้วยความโลภที่ปิดไม่มิด มืออวบอูมสวมแหวนทองปลอมเคาะโต๊ะไม้ก๊อกเสียงดังปังเพื่อเร่งเร้า
พิมรดายกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้สองสามีภรรยาตระกูลเชิดชะงักกึก มันไม่ใช่รอยยิ้มของเด็กสาวไร้เดียงสาที่สูญเสียพ่อแม่จนตรรโซ่ตรรซะอีกต่อไป แต่เป็นรอยยิ้มของแม่ค้ามือทองผู้ผ่านศึกเจรจาธุรกิจมาโชกโชน
“ชดใช้ค่าเสียหาย? หหนี้ที่พ่อแม่ฉันไปค้ำประกันให้ลูกชายแท้ๆ ของลุงเชิดเอาไปเล่นการพนันจนหมดตัวน่ะหรือคะ ป้าวิไล?” น้ำเสียงใสทว่ากังวานเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลกพ่นออกทีละคำ ชายวัยกลางคนอย่างลุงเชิดหน้าถอดสีทันที เขากระแอมกระไอมกลบเกลื่อนความผิดด้วยการตบโต๊ะลุกขึ้นยืน
“นังเด็กนี่! ปากดีนักนะ! แกกล้าอกตัญญูต่อผู้มีพระคุณที่เลี้ยงข้าวแกมาเรอะ ทรัพย์สมบัติทบต้นทบดอกนี่มันเป็นสิทธิ์ของพวกฉันที่เป็นญาติผู้ใหญ่!”
“ญาติผู้ใหญ่ที่สูบเลือดสูบเนื้อบริษัทขนส่งของพ่อแม่ฉันจนล้มละลายตอนที่ท่านยังป่วยนอนซมเนี่ยนะคะ?” พิมรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เธอไม่ถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว สายตาคมกริบกวาดมองเอกสารในมือแล้วฉีกมันทิ้งต่อหน้าต่อตา เสียงกระดาษขาดวิ่นประสานกับเสียงสูดปากด้วยความตกตะลึงของคนทั้งสอง
“แก… นังตัวดี! ฉันจะแจ้งทางการ ขับไล่แกออกจากบ้านหลังนี้ มือเปล่าตัวเปล่าไปเลย!” ป้าวิไลกรีดร้องเสียงหลง ชี้หน้าเธอด้วยความโกรธเกลียว
“เชิญค่ะ” พิมรดาเอ่ยเสียงเรียบ เธอหมุนตัวเดินเข้าห้องนอนโดยไม่แม้แต่จะชายตามองคนโลภทั้งสองอีก พรุ่งนี้หรือวันนี้ก็ค่าเท่ากัน บ้านหลังนี้ไม่มีอะไรให้อาลัยอีกแล้วในเมื่อรังรักที่พ่อแม่สร้างมาถูกย้อมด้วยความโลภของญาติสามานย์
ประตูห้องนอนปิดสนิท ล็อกกลอนแน่นหนา ร่างบางทรุดตัวลงพิงบานประตู ลมหายใจที่อั้นไว้ผ่อนออกมาพรวดใหญ่ ความอ่อนแอแล่นริ้วเข้ามาในอกเมื่อนึกถึงใบหน้าของพ่อและแม่ที่จากไปอย่างไม่มีวันกลับ แต่ในเสี้ยววินาทีนั้น ความมืดมิดในห้วงจิตสำนึกก็สว่างวาบขึ้น แสงสีนวลตากลุ่มหนึ่งปรากฏ1พร้อมกับกลิ่นหอมกรุ่นของยีสต์หมักและเนยแท้ชั้นดีที่ลอยเตะจมูก
*‘ระบบมิติลับเบเกอรี่’* — มรดกชิ้นสุดท้ายที่แม่แท้ๆ ทิ้งไว้ให้โดยที่ตระกูลเชิดไม่มีทางล่วงรู้
พิมรดาหลับตาลงตั้งจิตเพียงเสี้ยววินาที ร่างของเธอก็หายวับไปจากห้องนอนคับแคบ เข้าสู่พื้นที่มหัศจรรย์ภายในมิติลับ ที่นี่คือห้องครัวสไตล์วินเทจกว้างขวาง เต็มไปด้วยเตาอบเหล็กหล้าชั้นยอด แป้งสาลีคุณภาพสูงนานาชนิด และที่สำคัญคือ ‘เวลาในนี้เดินเร็วกว่าโลกภายนอกถึงสิบเท่า’ และไม่มีใคร ไม่ว่าหน้าไหน เข้ามารุกล้ำได้
“ในเมื่อพวกมันอยากให้ฉันหมดตัวนัก ก็เชิญนอนเฝ้าบ้านร้างกับกองหนี้ปลอมๆ กันไปตามสบายเถอะค่ะ” เธอยกมุมปากยิ้มหยัน หยิบผ้ากันเปื้อนสีครีมผูกเอวอย่างคล่องแคล่ว มือเรียวนวดแป้งโฮลวีตผสมธัญพืชอย่างตั้งใจ ดวงตาส่องประกายความมุ่งมั่น ทิศทางต่อไปคือเมืองชายแดนทุรกันดาร ที่ซึ่งข่าวลือว่ามีนายทหารหน้าบึ้งและดินแดนรกร้างรอให้เธอไปพลิกฟื้นธุรกิจ
เช้าวันใหม่มาเยือนอย่างรวดเร็ว พิมรดากลับออกมาจากมิติลับพร้อมห่อผ้าสัมภาระเพียงเล็กน้อย เธอก้าวเท้าออกจากบ้านหลังนั้นโดยไม่หันกลับมามอง ทิ้งให้ลุงเชิดและป้าวิไลยืนอ้าปากค้างหน้าบ้านเมื่อพบว่าทรัพย์สินมีค่าทุกชิ้นถูกขนย้ายเกลี้ยงเกลา เหลือเพียงกระดาษทวงหนี้ตัวจริงเสียงจริงจากบ่อนการพนันที่กองอยู่หน้าประตูบ้านแทน
รถม้าโดยสารมุ่งหน้าสู่เขตชายแดนตะวันตก ดินแดนที่ขึ้นชื่อเรื่องความแห้งแล้งและกันดาร ผู้คนต่างหลีกหนี แต่สำหรับพิมรดานี่คือขุมทองแห่งใหม่
หลายวันผ่านไป รถโค้ชเก่าๆ พาเธอมาถึงหมู่บ้านชายแดนป่าสน บรรยากาศเงียบสงบ ลมหนาวพัดโชยกลิ่นอายธรรมชาติ ทว่าความเงียบนั้นกลับถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าหนักแน่นของชายหนุ่มร่างสูงในเครื่องแบบทหารยศนายร้อย ใบหน้าคมเข้มหล่อเหลาราวกับภาพสลัก แต่กลับบึ้งตึงราวกับอมยาขมตลอดเวลา ดวงตาคมดุจเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองผู้มาเยือนใหม่ด้วยความระแวกระวัง
เขาคือ ‘ภูผา’ นายทหารผู้ดูแลค่ายชายแดนและเจ้าของไร่หนุ่มที่ขึ้นชื่อว่าดุและเข้าถึงยากที่สุดในอำเภอ
พิมรดาก้าวลงจากรถม้าสูดอากาศบริสุทธิ์เต็มปอด พร้อมกับรอยยิ้มการค้าที่เตรียมพร้อมจะฟาดฟันทุกอุปสรรค ทว่าในขณะที่เธอกำลังจะก้าวเดินผ่านร่างหนาของนายทหารหน้าบึ้งเพื่อหาที่ซุกหัวนอน กลิ่นหอมกรุ่นอันเป็นเอกลักษณ์ของขนมปังโฮลวีตอบใหม่จากในยามีพิรุธของเธอกลับลอยฟุ้งไปแตะจมูกโด่งเป็นสันของเขาเข้าอย่างจัง
ภูผาชะงักกึก สีหน้าที่บึ้งตึงอยู่แล้วพลันขมวดมุ่นยิ่งขึ้น เขาหันขวับมามองหญิงสาวแปลกหน้าผู้มีดวงตากลมโตเป็นประกายท้าทาย ก่อนที่จมูกโด่งรั้นจะสูดกลิ่นหอมนั้นฟอดใหญ่ด้วยความเผลอไผล
แล้วดวงตาสสีเข้มคู่นั้นก็สบเข้ากับดวงตาของพิมรดาพอดี
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางกลิ่นหอมกรุ่นนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สูตรลับขนมปังโฮลวีตกับนายทหารหน้าบึ้ง•ตอนที่ 1
ประกาศิตไล่ที่จากตระกูลจอมปลอม
ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับขนมปังโฮลวีตกับนายทหารหน้าบึ้ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!