กลิ่นหอมกรุ่นของดาร์กช็อกโกแลตแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์ที่ผสมผสานกับความขมปร่าของวานิลลาฝักสด ลอยอบอวลตัดกับกลิ่นอายความหรูหราของแชมเปญราคาแพงในห้องจัดเลี้ยงค่ำคืนนี้ รินรดากวาดสายตาเรียบเฉยผ่านเลนส์แว่นกรอบบาง มองกลุ่มนักธุรกิจไฮโซที่กำลังหัวเราะต่อกระซิกกันอย่างออกรสบนเวที งานการกุศลประจำปีของสมาคมแม่บ้านนักธุรกิจใหญ่ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ตระการตา ทว่าสำหรับเธอมันเป็นเพียงเวทีแสดงละครฉากหนึ่งที่ผู้คนสวมหน้ากากเข้าหากัน
"คุณรินรดาคะ... ทางประธานกรรมการจัดงานฝากเรียนเชิญขึ้นไปกล่าวเปิดงานในฐานะผู้สนับสนุนหลัก และเชฟขนมหวานกิตติมศักดิ์ประจำปีนี้ค่ะ" เลขาส่วนตัวกระซิบรายงานด้วยน้ำเสียงนอบน้อม
รินรดายกมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นงดงาม ทว่าไร้ซึ่งความอบอุ่นโดยสิ้นเชิง
"ค่ะ เดี๋ยวฉันขึ้นไปค่ะ" เธอตอบรับสั้นๆ ก่อนจะยกมือขึ้นลูบเนื้อผ้าไหมอิตาลีสีดำสนิทที่ตัดเย็บอย่างประณีต ชุดราตรีเรียบหรูไร้ลวดลายนี้ขับผิวขาวเนียนให้ดูโดดเด่นสะกดทุกสายตาที่เหลียวมอง มันไม่ใช่ชุดสำหรับผู้หญิงเงียบๆ ที่เคยนั่งกอดเข่ารอสามีกลับบ้านอย่างไร้จุดหมายเมื่อหลายปีก่อนอีกต่อไปแล้ว... รินรดาคนเก่าได้ตายไปในกองเพลิงแห่งความเย็นชาที่ธราธิปเป็นคนจุดขึ้นเมื่อสามปีก่อน เหลือเพียง 'เชฟริน' เจ้าของอาณาจักรเบเกอรี่ 'Sweet Bitter' ที่มีมูลค่าหลายร้อยล้านในปัจจุบัน
ขณะที่เธอกำลังก้าวเท้าขึ้นสู่บันไดหินอ่อนเพื่อมุ่งหน้าสู่เวที สายตาคู่คมกริบของใครบางคนจากมุมมืดของห้องโถงก็พุ่งตรงมายังร่างของเธอราวกับถูกตรึงไว้ด้วยมนต์สะกด
ธราธิปยืนนิ่งค้าง แก้วคริستัลใสบรรจุวิสกี้ชั้นดีในมือสั่นไหวจนของเหลวสีอำพันกระฉอกเปื้อนนิ้ว หัวใจของเขาเต้นกระหน่ำรัวรากับจะหลุดออกมานอกอก สมองขาวโพลนราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางใจเมื่อตระหนักว่า... ผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงนั้น คือคนเดียวกับคนที่เขาเคยเซ็นใบหย่าและไล่ออกจากบ้านอย่างไร้เยื่อใย
นั่น... รินรดาจริงหรือ?
ภรรยาเก่าผู้แสนจืดชืดและมีแต่น้ำตาในอيامวาน เธอที่เคยสวมเสื้อผ้าเก่าๆ และกลิ่นอายของแป้งทำขนมติดตัวตลอดเวลา บัดนี้กลับสง่างามและทรงพลังราวกับราชินีที่กุมชะตาชีวิตของคนทั้งห้องไว้ในกำมือ รัศมีที่แผ่ออกมาจากตัวเธอบดบังผู้หญิงทุกคนในงานจนกลายเป็นเพียงอากาศธาตุ
ธราธิปขยับขาไม่ออก ร่างกายหนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยโซ่ตรวนแห่งความสำนึกผิด ความทรงจำวันที่เธอนั่งกอดเอกสารหย่าด้วยแววตาว่างเปล่า ไร้คำตัดพ้อ ไร้คำอ้อนวอน ย้อนกลับมาทุบตีหัวใจเขาอย่างรุนแรง ภาพความเย็นชาที่เขาเคยหยิบยื่นให้ ย้อนกลับมาสนองเขานับร้อยเท่าในวินาทีนี้
ริมฝีปากหยักลึกเม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง สันจมูกโด่งรั้นสะท้อนกับแสงไฟระยิบระยับ เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ลมหายใจติดขัดเมื่อนึกขึ้นได้ว่าตลอดสามปีที่ผ่านมา เขาพยายามตามหาเธอทุกวิถีทางเพื่อขอโทษ เพื่อชดใช้... แต่เธอกลับซ่อนตัวอยู่ใต้จมูกของเขา ในฐานะนักธุรกิจหญิงที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในวงการ
รินรดากล่าวสุนทรพจน์ด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ก้องกังวาน และทรงพลัง สะกดผู้คนนับร้อยให้เงียบกริบเพื่อฟังเธอพูด ทุกถ้อยคำร้อยเรียงอย่างชาญฉลาด สื่อถึงการก้าวข้ามผ่านความเจ็บปวดและการสร้างคุณค่าให้ตนเอง สายตาของเธอบังเอิญกวาดผ่านจุดที่ธราธิปยืนอยู่พอดี
วินาทีที่ดวงตาสองคู่สบกัน... เวลาคล้ายจะหยุดเดิน
ธราธิปเห็นแววตาคู่ที่เคยเต็มไปด้วยความรักและความคาดหวังจากเขา บัดนี้มันว่างเปล่า เยชาชา และเฉยเมยยิ่งกว่าคนแปลกหน้า รินรดาชำเลืองมองเขาเพียงชั่วเสี้ยววินาที ก่อนจะเบนสายตาหนີราวกับเขาเป็นเพียงฝุ่นละอองไร้ค่าบนพื้นรองเท้า ความเย่อหยิ่งและศักดิ์ศรีที่ธราธิปเคยมีพังทลายลงไม่เป็นท่า เขาเป็นฝ่ายพ่ายแพ้... พ่ายแพ้ตั้งแต่วินาทีแรกที่เธอกลับมาทวงคืนทุกอย่าง
งานเลี้ยงดำเนินต่อไปอย่างครึกครื้น แต่ธราธิปไม่หลุดโฟกัสจากร่างระหงที่กำลังเดินลงจากเวทีเลยแม้แต่น้อย เขาวางแก้วเครื่องดื่มลงบนถาดของบริกรที่เดินผ่านอย่างลวกๆ แล้วสาวเท้ายาวๆ ตรงเข้าไปหาเธอทันทีโดยไม่สนสายตาใคร
"ริน..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเรียกชื่อนั้นออกมาด้วยความสั่นเครือที่เขาเองก็ไม่อาจควบคุมได้ มือหนาเอื้อมออกไปหมายจะคว้าข้อมือเรียวเล็กที่ซ่อนอยู่ภายใต้แขนเสื้อไหมพรม
รินรดาชักมือกลับอย่างรวดเร็วราวกับรังเกียจที่จะให้สัมผัส เธอยกมุมปากยิ้มหยันให้เขาช้าๆ ดวงตาสีเข้มฉายแววเย้ยหยันชัดเจน
"กรุณาให้เกียรติสถานที่และตัวคุณเองด้วยค่ะ คุณธราธิป... เราไม่ได้สนิทกันถึงขนาดที่จะมาแตเนื้อต้องตัวกันในที่สาธารณะนะคะ" น้ำเสียงราบเรียบแต่เชือดเฉือนบาดลึกถึงขั้วหัวใจ ท่าทีที่ห่างเหินราวกับเขาเป็นเพียงอากาศธาตุทำเอาธราธิปหน้าชาวาบ
"ริน... ผม... ผมขอคุยด้วยสักครู่ได้ไหมครับ เรามีเรื่องต้องเคลียร์กัน..." ธราธิปพยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่น เขาก้าวเข้าไปประชิดตัวเธออีกก้าว หมายจะใช้ความคุ้นเคยในอดีตมาอ้อนวอน
รินรดาไม่ถอยหนี เธอกลับเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ แววตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความแค้นเคืองที่ถูกเก็บกดไว้ใต้รอยยิ้มอันแสนหวาน
"เคลียร์เหรอคะ? ระหว่างเราไม่มีอะไรต้องเคลียร์อีกแล้วค่ะ ใบหย่าใบนั้นที่คุณเป็นคนยื่นให้ฉัน มันจบสิ้นทุกอย่างไปตั้งแต่สามปี
ก่อนแล้ว..." เธอเว้นจังหวะนิดหนึ่ง ปรายตามองชุดสูทราคาแพงของเขาด้วยความสมเพช "หรือว่า... ธุรกิจที่คุณกำลังบริหารอยู่มันกำลังจะล้มละลาย จนคุณต้องกลับมาเกาะอดีตภรรยาที่เคยถูกคุณเหยียบย่ำคะ?"
คำพูดเจ็บแสบรากับเอาน้ำกรดมาราดรดลงบนแผลสด ทำให้ธราธิปผงะถอยหลังไปหนึ่งก้าว ใบหน้าหล่อเหลาซีดเผือด เขารู้สึกเหมือนถูกตบหน้ากลางสาธารณชนด้วยมือขาวๆ ของผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่าไม่มีวันลุกขึ้นสู้ได้อีก
ทว่า... ก่อนที่ธราธิปจะได้เอื้อนเอ่ยคำแก้ตัวใดๆ ออกมา เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของเขาก็แผדเสียงดังขึ้นขัดจังหวะ เขากดตัดสายด้วยความหงุดหงิด ทว่าหน้าจอแสดงผลกลับปรากฏข้อความภาพจากเลขาที่สำนักงานใหญ่ ส่งภาพถ่ายใบเสร็จการสั่งซื้อวัตถุดิบและเอกสารลับบางอย่างที่ทำให้สีหน้าของธราธิปเปลี่ยนเป็นสีเทา
มันไม่ใช่แค่เรื่องธุรกิจ... แต่เป็นภาพถ่ายของเด็กชายวัยสามขวบคนหนึ่ง ที่กำลังยืนถืออมยิ้มรูปหัวใจหน้าร้านเบเกอรี่ 'Sweet Bitter'
เด็กชายที่มีโครงหน้า... ดวงตา... และรอยยิ้มถอดแบบมาจากธราธิปราวกับส่องกระจกเงา!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปในความเจ็บปวดนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ เมฆหมอกสีชมพู
หวานใจรสขมกับอดีตคนรักที่อยากรีเทิร์น•ตอนที่ 1
รสชาติที่ถูกลืม
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หวานใจรสขมกับอดีตคนรักที่อยากรีเทิร์น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
