แรงบีบที่ข้อมือค่อยๆ ผ่อนลง ทว่าสายตาของศิลากลับยังคงตรึงแน่นอยู่กับหน้าจอมือถือของรวินท์ ข้อความปริศนานั้นสะท้อนในแววตาคมกริบของซีอีโอหนุ่ม เขาไม่ได้มีท่าทีตื่นตระหนก แต่กลับเป็นความนิ่งงันที่น่าขนลุก
รวินท์สะบัดข้อมือออกจากการกอบกุมของอีกฝ่ายอย่างแรง เขาไม่รอช้าที่จะเก็บมือถือใส่กระเป๋ากางเกงพลางเงยหน้าขึ้นสบตาชายตรงหน้าด้วยสายตาที่ไม่ยอมแพ้ แม้ในห้องประชุมจะเงียบกริบจนได้ยินเสียงลมหายใจของบอร์ดบริหารคนอื่นๆ ที่นั่งมองเหตุการณ์นี้ด้วยความประหม่า
"ปล่อยผมครับคุณศิลา" รวินท์เอ่ยเสียงเรียบ ทว่าแฝงไปด้วยความเฉียบขาด "ถ้าคุณคิดว่าการคุกคามทางร่างกายคือวิธีแก้ปัญหาเรื่องแบรนด์ที่กำลังจะล่มสลาย ผมว่าเราควรเลิกคุยกันตั้งแต่ตอนนี้ เพราะดูเหมือนไอคิวของคุณจะสวนทางกับราคาชุดสูทที่คุณใส่อยู่"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องประชุมในเสี้ยววินาที คนในห้องถึงกับกลั้นหายใจ ศิลาขยับยิ้มที่มุมปาก—ยิ้มที่ไม่ได้สื่อถึงความขบขัน แต่มันคือยิ้มของนักล่าที่เพิ่งเจอเหยื่อที่ถูกใจ
"ปากดี" ศิลาเอ่ยสั้นๆ ก่อนจะเดินอ้อมโต๊ะไม้ตัวยาวเข้ามาหารวินท์จนระยะห่างเหลือน้อยกว่าคืบ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมกับกลิ่นอายความเย็นชาของเขาโอบล้อมร่างรวินท์ไว้ "คุณคิดว่าข้อความนั่นจะช่วยคุณได้งั้นหรือ? หรือคุณกับไอ้คนส่งมันกำลังเล่นเกมอะไรกันอยู่"
"จะเล่นเกมอะไรก็คงไม่สำคัญเท่ากับเกมที่คุณกำลังแพ้อยู่หรอกครับ" รวินท์เชิดหน้าขึ้นรับแรงกดดัน "ถ้าคุณเก่งจริง ทำไมต้องพึ่งพาเชฟที่ปากจัดอย่างผมมาดึงหน้าดึงตาให้แบรนด์? ยอมรับมาเถอะว่าคุณมันก็แค่ซีอีโอที่ไร้น้ำยา กลัวความล้มเหลวจนต้องดึงคนอื่นลงมาจมไปด้วย"
"รวินท์!" เสียงของประธานบอร์ดบริหารดังแทรกขึ้นมาด้วยความตกใจ แต่รวินท์ไม่สนสายตาใครทั้งสิ้น
ศิลาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นประสาทคนฟังได้อย่างประหลาด เขาโน้มตัวลงมาจนริมฝีปากอยู่ห่างจากใบหูของรวินท์เพียงนิด "ปากดีแบบนี้ระวังจะโดนสวน... ไม่ใช่ด้วยคำพูด แต่ด้วยวิธีที่คนอย่างคุณจะปฏิเสธไม่ลง"
รวินท์ไม่ได้ถอยหนี เขากลับเลือกที่จะขยับเข้าไปใกล้กว่าเดิมจนลมหายใจของทั้งคู่ประสานกัน "ลองดูสิครับ ผมชอบความท้าทาย... และถ้าคุณคิดว่าตัวเองแน่จริง ก็อย่าเอาแต่ขู่ แต่ให้แสดงออกมาให้เห็น"
ศิลาชะงักไปครู่หนึ่ง สายตาที่เคยมองผ่านๆ บัดนี้จดจ้องที่ริมฝีปากของรวินท์ราวกับกำลังชั่งใจ เคมีที่ระเบิดออกมากลางห้องประชุมทำให้บรรยากาศเดือดพล่านขึ้นมาทันที มันไม่ใช่แค่การเถียงกันของคนสองคน แต่มันคือการปะทะทางอารมณ์ที่รุนแรงจนน่าใจหาย
"ได้" ศิลาผละออกมาแล้วหันไปหาบอร์ดบริหาร "การประชุมวันนี้จบแค่นี้ ส่วนคุณ... รวินท์ ตามผมมาที่ห้องทำงาน"
รวินท์แค่นหัวเราะในใจ เขาเดินตามร่างสูงใหญ่ของศิลาออกไป ทิ้งไว้เพียงความงุนงงให้กับพนักงานที่เหลือ เมื่อประตูห้องทำงานของซีอีโอปิดลง ความเงียบที่กดดันกว่าเดิมก็ถาโถมเข้ามา ศิลาโยนแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะเสียงดังปัง ก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับรวินท์อีกครั้ง
"ส่งข้อความมาเมื่อกี้ว่ายังไง" ศิลาถามเสียงเข้ม
"คุณคิดว่าผมจะโง่บอกคุณเหรอ?" รวินท์ตอบพลางกอดอก "ในเมื่อคุณบอกเองว่าเราสองคนต้องร่วมมือกัน ถ้าอยากให้แบรนด์อยู่รอด คุณก็ต้องเริ่มจากการให้เกียรติผม เลิกทำตัวเป็นเผด็จการที่ใช้อำนาจกดขี่คนอื่นเสียที"
"ถ้าการ 'ให้เกียรติ' ของคุณคือการยั่วโมโหผมแบบนี้ ผมว่าเราคงคุยกันไม่รู้เรื่อง" ศิลาสาวเท้าเข้ามาใกล้จนรวินท์หลังชนกับประตูห้องทำงาน เขาใช้แขนทั้งสองข้างกักตัวรวินท์ไว้ "คุณคิดว่าคุณเก่งนักหนาที่กล้าตอกกลับผมต่อหน้าทุกคนงั้นหรือ?"
"ผมไม่ได้เก่ง แต่ผมพูดความจริง" รวินท์จ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมของอีกฝ่าย "ความจริงที่คนอย่างคุณไม่เคยยอมรับ เพราะคุณมันเอาแต่ใจตัวเองจนไม่เคยเห็นหัวใคร จนสุดท้ายก็เหลือแต่ความว่างเปล่า... ใช่ไหมครับ คุณศิลา?"
ศิลาชะงักไปเมื่อได้ยินคำนั้น มือที่ค้ำประตูอยู่ออกแรงบีบกรอบไม้แน่น ดวงตาคู่นั้นวูบไหวเพียงครู่ก่อนจะกลับมาแข็งกร้าวราวกับกำแพงน้ำแข็งที่ไม่มีวันละลาย
"คุณไม่มีสิทธิ์มาตัดสินผม"
"แต่ผมกำลังทำอยู่" รวินท์ตอบสวนทันควัน ทว่าในวินาทีที่เขากำลังจะพูดต่อ มือถือของศิลาก็ส่งเสียงสั่นครืดอยู่บนโต๊ะทำงาน ข้อความที่หน้าจอสว่างวาบขึ้นมาแสดงผลชัดเจนว่า 'อย่าคิดว่ารวินท์เป็นพวกเดียวกับคุณ เขาอาจจะเป็นกุญแจที่ทำลายทุกอย่างที่คุณสร้างมา'
ศิลาละสายตาจากรวินท์แล้วหันไปมองหน้าจอ รวินท์เองก็เห็นเช่นกัน ความรู้สึกเย็นวาบแล่นปราดไปทั่วร่าง เมื่อเขารู้สึกว่าตอนนี้เขากำลังตกเป็นหมากในเกมที่ใหญ่กว่าที่คิด
ก๊อก ก๊อก!
เสียงเคาะประตูขัดจังหวะความตึงเครียดภายในห้อง ก่อนที่บานประตูจะเปิดออกโดยไม่รอคำอนุญาต ร่างของหญิงสาวผู้หนึ่งที่ศิลาจำได้ดีว่าเป็นศัตรูทางธุรกิจตัวฉกาจเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเย้ยหยัน
"ดูเหมือนบรรยากาศจะกำลังเข้าด้ายเข้าเข็มเลยนะ" เธอเอ่ยพลางปรายตามองรวินท์ที่ถูกกักตัวไว้ "แต่เสียใจด้วยนะศิลา เพราะคนที่คุณกำลังพยายามร่วมมือด้วย... เขาคือคนเดียวกับที่ขายข้อมูลบริษัทคุณให้กับฉันเมื่อเช้านี้เอง"
ศิลาหันขวับกลับมามองรวินท์ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความแค้นเคืองและผิดหวัง ส่วนรวินท์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ เพราะเขาไม่เคยทำเรื่องนั้นเลยแม้แต่นิดเดียว!
ฟีนิกซ์สีทองขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางในเกมแห่งความรักและความแค้นนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ
ปากร้ายในวันนั้น คือคนสำคัญในวันนี้•ตอนที่ 2
ปากดีแบบนี้ระวังจะโดนสวน
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปากร้ายในวันนั้น คือคนสำคัญในวันนี้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
