กลิ่นไอน้ำมันสนและคาวเลือดจางๆ ลอยอวลปะปนกับกลิ่นอับชื้นของผนังดินเผาที่ผุกร่อน เรือนท้ายจวนชินอ๋องแห่งนี้ไม่เคยได้รับความเมตตาจากแสงอาทิตย์ แม้จะเป็นยามบ่ายที่ภายนอกสว่างไสวเพียงใด ภายในห้องหับอันคับแคบและมืดทึบกลับมีเพียงแสงเทียนริบหรี่ที่สาดเงาวับแวมราวกับภูตผี
"พี่หญิง... ท่านอย่าได้ฝืนใจดื่มมันเลยเจ้าค่ะ"
น้ำเสียงหวานหยาดเยิ้มปานน้ำผึ้งอาบยาพิษเอ่ยขึ้น พร้อมกับร่างระหงในชุดผ้าแพรต่วนสีชมพูอ่อนปักลายดอกโบตั๋น ซึ่งตัดกับความซอมซ่อของห้องอย่างสิ้นเชิง เหม่ยหลินแย้มยิ้มบางเบา ดวงตาทอดมองสตรีที่นอนพะงาบอยู่บนเตียงไม้แข็งกระด้างด้วยแววตาสมเพชระคนสะใจ ในมือเรียวบางประคองถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาวสะอาด ลายครามวาดรูปกิ่งเหมย สภาพของถ้วยชานี้ช่างสูงส่งเกินกว่าจะมาอยู่ในเรือนกักขังนักโทษทัณฑ์บนเช่นนี้
บนเตียงนั้น... หลินซูเหยา ขบกรามแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มกรอบหน้าซีดเซียว ร่างกายของนางหนักอึ้งราวกับถูกตรึงไว้ด้วยตะกั่วทอนกำลัง พิษสลายกระดูกและโลหิตกำลังกัดกินอวัยวะภายในทีละน้อย ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์ราวกับมีเข็มนับพันเล่มทิ่มแทง
แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่น่าตกใจที่สุด...
ในห้วงความคิดอันเลือนรางของศัลยแพทย์สาวมือหนึ่งผู้กุมอนาคตของวงการแพทย์ยุค 80 แห่งโลกปัจจุบัน ความทรงจำของร่างนี้กำลังไหลทะลักเข้ามาในสมองดั่งกระแสน้ำเชี่ยว หลินซูเหยาผู้เป็นถึงยอดกุนซือและแพทย์อัจฉริยะ ทะลุมิติเข้ามาอยู่ในร่างของ "หลินซูเหยา" พระชายารองผู้ถูกสามีอย่าง ชินอ๋องเซียวจิ้งเหยียน ทอดทิ้งให้อยู่ในเรือนท้ายจวนอย่างไร้ค่า และกำลังจะถูกอนุภรรยาเช่นเหม่ยหลินกำจัดทิ้งเพื่อสถาปนาตนขึ้นแทนที่
*ช่างน่าขันสิ้นดี... ข้า หลินซูเหยา ผู้นี้ ต่อให้ตกต่ำถึงเพียงนี้ ก็ไม่มีวันยอมให้งูพิษเช่นเจ้ามาเด็ดหัวเอาชีวิตไปได้ง่ายๆ หรอกนะครับ*
นางคิดในใจอย่างเยือกเย็น สติที่เคยพร่าเลือนกลับถูกคมความคิดเฉียบคมปลุกให้ตื่นตัวขึ้นเต็มพิกัด ในฐานะศัลยแพทย์ นางย่อมรู้ดีว่าอาการเช่นนี้คือพิษตระกูล "อู่หลาน" ชนิดไร้สีไร้กลิ่น ออกฤทธิ์ทำลายระบบประสาทอย่างช้าๆ หากดื่มเข้าไปอีกเพียงครึ่งอึก โลหิตทั่วร่างจะไหลย้อนกลับและสิ้นใจภายในสามลมหายใจ
"เจ้า... ถืออะไรมา" เสียงแหบแห้งราวกับกระดาษทรายถูกับก้อนหินเอ่ยลอดไรฟันออกมา แววตาที่เคยอ่อนแอแปรเปลี่ยนเป็นความคมกริบดั่งใบมีดผ่าตัด จ้องมองอนุภรรยาตัวดีจนอีกฝ่ายเผลอชะงักไปชั่วขณะ
เหม่ยหลินขมวดคิ้วเล็กน้อย รู้สึกแปลกประหลาดใจกับประกายในดวงตาคู่นั้น เหตุใดสตรีใกล้ตายผู้นี้จึงไม่มีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่เลย? นางฝืนยิ้มหวานหยด ยื่นถ้วยชาเข้าไปใกล้ริมฝีปากแห้งผากนั้น
"ก็คือน้ำแกงบำรุงครรภ์ที่ท่านอ๋องทรงเมตตาประทานให้ท่านพี่อย่างไรล่ะเจ้าคะ... ท่านอ๋องทรงตรัสว่า อยู่ไปก็มีแต่สร้างความอัปยศให้แก่ราชสกุล สู้ดื่มมันเสียตอนนี้ จะได้ไปสู่สุคติ... เร็วเข้าเถิดเจ้าค่ะ ดื่มเสียให้หมด ถ้วยนี้ท่านอ๋องทรงกำชับนักหนาว่าต้องให้ท่านดื่มจนหยดสุดท้ายด้วยพระองค์เอง"
คำกล่าวอ้างอันตลบแตลงนี้ ช่างไร้ยางอายสิ้นดี! หลินซูเหยาแค่นหัวเราะในลำคอ เซียวจิ้งเหยียนผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นชินอ๋องผู้เยือกเย็นและเก่งกาจในการศึกสงคราม จะมากำชับให้อนุภรรยามาวางยาฆ่าชายาเอกของตนเองอย่างลับๆ ในเรือนท้ายจวนเช่นนี้ได้อย่างไร หากเขาต้องการกำจัดนางจริงๆ คงมีราชโองการหรือกระบี่ทหารประหารไปนานแล้ว การทำเช่นนี้... เป็นเพียงแผนการสกปรกของเหม่ยหลินที่แอบอ้างชื่อท่านอ๋องขึ้นมาต่างหาก!
*ช่างเป็นหมากที่เดินได้โง่เขลาและเปราะบางยิ่งนัก...*
หลินซูเหยาหรี่ตาลง ประเมินสถานการณ์รอบตัวอย่างรวดเร็ว ร่างกายนี้อ่อนแอเกินกว่าจะใช้กำลังบังคับ มือเรียวที่สั่นเทาแสร้งยื่นออกไปทำทีเป็นรับถ้วยชามาจากมือของเหม่ยหลิน ดวงตาคู่งามฉายแววเวทนาและตัดพ้ออย่างแนบเนียน จนแม้แต่เหม่ยหลินยังตายใจ
"ที่แท้... ท่านอ๋องก็ยังทรงมีเยื่อใยถึงข้า..." นางเอ่ยเสียงสั่นเครือ คล้ายคนใกล้หมดลมหายใจเต็มที
"ย่อมต้องเป็นเช่นนั้นอยู่แล้วเจ้าค่ะ... ดื่มเสียเถิดเจ้าค่ะพี่หญิง" เหม่ยหลินเร่งเร้า รอยยิ้มแห่งชัยชนะปรากฏเด่นชัดในดวงตาคู่คดเคี้ยว นางรอเวลานี้มานานแรมปี วันที่นังตัวดีนี่พ้นทางไป เพื่อที่ตำแหน่งชายาเอกจะได้ตกเป็นของนางแต่เพียงผู้เดียว
หลินซูเหยาประคองถ้วยชาเคลือบสีขาวลายครามนั้นไว้ในมือ ความเย็นเฉียบของเนื้อกระเบื้องสะท้อนเข้าสู่ฝ่ามือ แต่นัยน์ตาของนางกลับระอุด้วยเพลิงแห่งความแค้นและการเอาคืน นิ้วเรียวแสร้งทำทีเป็นไม่มีแรง ถือถ้วยชาสั่นเทานิดๆ ราวกับจะประคองไม่ไหว
เหม่ยหลินมองดูด้วยความลุ้นระทึก รอคอยช่วงเวลาที่ของเหลวสีชาเข้มข้นนั้นจะไหลลงสู่ลำคอของเป้าหมาย
ทว่า... ในวินาทีที่ถ้วยชาเคลื่อนเข้าใกล้ริมฝีปาก หลินซูเหยาไม่เพียงแต่ไม่ดื่ม แต่นางกลับสะบัดข้อมืออย่างรวดเร็วด้วยแรงเฮือกสุดท้ายที่สะสมไว้ทั้งหมด!
*ซ่า!*
น้ำชาผสมพิษร้อนระอุถูกสาดใส่ใบหน้าของเหม่ยหลินอย่างแม่นยำและไร้ความปรานี!
"กรี๊ด——!"
เสียงกรีดร้องโหยหวนดังลั่นเรือนท้ายจวน อนุภรรยาเหม่ยหลินผงถอยหลังด้วยความตกใจสุดขีด สองมือตะปบใบหน้าของตนเองที่ถูกน้ำชาร้อนลวกจนขึ้นรอยแดงเถือก เครื่องประดับบนหัวหลุดกระเซ็น สภาพน่าสมเพชเวทนาจนไม่เหลือเค้าความงามเมื่อครู่แม้แต่น้อย
"เจ้า... นังสารเลว! กล้าดีอย่างไรมาทำร้ายข้า!" เหม่ยหลินแผดเสียงกรีดร้องด้วยความโกรธเกรี้ยว ดวงตาแดงก่ำด้วยความเจ็บปวดและแค้นเคือง นางเงื้อมือขึ้นหมายจะตบหน้าหลินซูเหยาให้หายแค้น
ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่ฝ่ามืออันเกรี้ยวกราดกำลังจะเหวี่ยงลงมาปะทะแก้มของคนป่วย...
*ปัง!*
ประตูไม้เก่า 3 บานของเรือนท้ายจวนถูกถีบกระเด็นหลุดจากวงกบด้วยพลังลมอันรุนแรงมหาศาล เศษไม้กระจัดกระจายเกลื่อนพื้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นทรงอำนาจดังขึ้นพร้อมกับกลิ่นอายความเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านกดดันจนทุกคนในห้องแทบหยุดหายใจ
เงาร่างสูงสง่าในชุดคลุมยาวสีดำปักลายมังกรเงินดิ้นทองก้าวเข้ามาอย่างองอาจ ออร่าแห่งผู้กุมอำนาจกองทัพแผ่ขยายออกไปทั่วบริเวณ ใบหน้าหล่อเหลาดั่งหยกสลักแต่ไร้รอยยิ้ม เย็นชา ดุดัน และทรงพลังจนน่าหวาดผวา
เซียวจิ้งเหยียน... ชินอ๋องผู้เยือกเย็นดั่งน้ำแข็งขั้วโลก เสด็จมาเยือนเรือนท้ายจวนแห่งนี้ด้วยพระองค์เอง!
เหม่ยหลินหน้าถอดสีทันที นางทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง น้ำตาไหลพรากผสมกับคราบน้ำชาบนใบหน้า ร้องระงมด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
"ทะ... ท่านอ๋อง! โปรดทรงความเป็นธรรมให้หม่อมฉันด้วยเพגה! นัง... นังชายารองหลินซูเหยาผู้นี้เกิดเสียสติ คิดจะลอบปลงพระชนม์หม่อมฉัน แถมยังบังอาจสาดน้ำร้อนใส่หน้าหม่อมฉันอีกเพגה หม่อมฉันเจ็บเหลือเกินเพגהท่านอ๋อง!"
เซียวจิ้งเหยียนมิได้ชายตามองอนุภรรยาที่กำลังดิ้นรนฟูมฟายแม้แต่น้อย ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวปักหมุดนิ่งอยู่ที่ร่างของสตรีบนเตียง—หลินซูเหยา
สตรีที่เขาเคยคิดว่าอ่อนแอ ไร้ค่า และน่ารังเกียจ บัดนี้กำลังนั่งพิงหัวเตียงด้วยท่าทีสงบนิ่ง ทว่าแววตากลับเปล่งประกายท้าทาย ไร้ซึ่งความหวาดกลัวต่ออำนาจอันล้นฟ้าของเขาแม้แต่น้อยนิด
ความเงียบเข้าปกคลุมบรรยากาศในห้องชั่วขณะ ก่อนที่ริมฝีปากหยักลึกของท่านอ๋องจะขยับเปล่งสุ้มเสียงทุ้มต่ำ กังวาน และเยือกเย็นราวจับขั้วหัวใจออกมา
"หลินซูเหยา... เจ้ากล้าหาญถึงเพียงนี้เชียวหรือ ถึงขั้นกล้าสร้างความวุ่นวายในเขตพักพิงของข้า"
หลินซูเหยาสบตากับบุรุษผู้ทรงอำนาจที่สุดในแคว้นตรงๆ มุมปากหยักยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างเย้ยหยัน ในสถานการณ์ที่แขวนอยู่บนเส้นด้ายแห่งความตาย นางกลับเชิดหน้าขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว พร้อมเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงที่นิ่งสนิทและบาดลึกถึงกระดูกดำ
"ท่านอ๋องทรงเข้าใจผิดแล้วเพגה... หม่อมฉันมิได้สร้างความวุ่นวาย แต่กำลังช่วยท่านอ๋อง... กำจัดหนอนบ่อนไส้ที่แอบอ้างพระบารมีของพระองค์ต่างหากล่ะเพגה"
เซียวจิ้งเหยียนชะงักไปเล็กน้อย คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันอย่างไม่พอใจ รังสีอำมหิตแผ่พุ่งออกมาจากร่างสูงใหญ่ทันที
"เจ้าว่าอย่างไรนะ?"
"หากพระองค์ไม่ทรงเชื่อ..." หลินซูเหยาเอื้อมมือไปหยิบเศษถ้วยชาที่แตกกระจายบนพื้นขึ้นมาส่วนหนึ่ง กลิ่นอายของยาพิษยังคงจางติดอยู่ นางเงยหน้าขึ้นสบตาคมกริบคู่นั้นอย่างไม่หวั่นเกรง "ก็น่าจะทรงพิสูจน์ดูสักนิดว่า... น้ำแกงบำรุงครรภ์ถ้วยนี้ แท้จริงแล้วเป็นของขวัญจากความเมตตาของท่านอ๋อง หรือเป็นยาฆ่าคนปิดปากที่อนุภรรยาของพระองค์เป็นผู้ปรุงขึ้นกันแน่!"
**************************************************
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของเฉินเว่ยสายลุยเสมอนะครับ
ท่านอ๋องขา... หย่าแล้วอย่าตามมา•ตอนที่ 1
ฟื้นตื่นในร่างที่ถูกทอดทิ้ง
ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านอ๋องขา... หย่าแล้วอย่าตามมา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!