เสียงกระสุนนัดแรกที่เจาะทะลุกระจกกันกระสุนชั้นดี ไม่ได้ทำให้คิรากรสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย เขายืนอยู่กลางความมืดมิดของเซฟเฮาส์ชั้นบนสุด ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มไร้รอยยับสะท้อนเงากับแสงไฟแฟลชจากภายนอก มือหนากำแก้ววิสกี้แน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ดวงตาคมกริบทอประกายความเหี้ยมเกรียมราวกับพญามารที่กำลังมองดูฝูงมดปลวกที่บังอาจเข้ามาท้าทายในอาณาจักรของตน
"พวกมันมาเร็วกว่าที่คาด..." น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น ท่ามกลางความเงียบที่ถูกฉีกกระชากด้วยเสียงไซเรนและเสียงปืนกลจากภายนอก
ลินินที่ซ่อนตัวอยู่หลังเสาปูนหนาในห้องโถง สะดุ้งเฮือก หัวใจเต้นรัวระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก เธอกัดริมฝีปากแน่นจนได้กลิ่นคาวเลือด แม้สมองจะสั่งการให้วิ่งหนี แต่ขากลับหนักอึ้งราวกับถูกตรึงไว้ด้วยความหวาดกลัว ทว่าท่ามกลางวิกฤตนั้น สายตาของเธอกลับเหลือบไปเห็นคิรากรที่กำลังปลดล็อกกระเป๋าใส่อาวุธไร้ความเกรงกลัวต่อความตายที่รายล้อมอยู่รอบด้าน
ชายหนุ่มหันกลับมามองเธอ ดวงตาสีเข้มคู่นั้นเต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตรายที่เธอพยายามหนีมาตลอดชีวิต ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ด้วยฝีก้าวที่มั่นคง ราวกับสถานการณ์รอบตัวเป็นเพียงฉากหลัง ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก
"กลัวไหม... ลินิน" เขาถาม น้ำเสียงพร่าต่ำขณะยื่นมือไปเช็ดคราบเหงื่อที่ข้างแก้มของเธออย่างถือวิสาสะ สัมผัสจากปลายนิ้วหยาบกร้านทำให้ร่างบางสะท้านเฮือก เธอยืดตัวขึ้นสบตาเขาอย่างพยายามรักษาศักดิ์ศรี
"ฉันไม่ได้กลัวตาย... ฉันแค่เสียดายที่ต้องมาตายเพราะความบ้าคลั่งของคุณ" เธอสวนกลับ เสียงสั่นเล็กน้อยแต่แฝงความดื้อรั้นที่คิรากรหลงใหล
มุมปากของอัลฟ่าหนุ่มกระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจและดุดันในเวลาเดียวกัน เขากระชากเอวบางเข้ามาประชิดตัวจนแผ่นอกกว้างแนบชิดกับร่างอิ่ม ปลายกระบอกปืนในมืออีกข้างยังคงมั่นคง ขณะที่ริมฝีปากร้อนผ่าวโน้มลงกระซิบชิดใบหู
"ถ้าเราต้องตายกันที่นี่... เธอก็ต้องเป็นของฉันให้สมบูรณ์เสียก่อน"
คำพูดนั้นไม่ได้เป็นเพียงแค่คำขู่ แต่เป็นการประกาศิตอันเด็ดขาด ร่างบางถูกดันจนแผ่นหลังแนบติดกับผนังเย็นเฉียบ แรงปะทะจากภายนอกยิ่งเร่งเร้าให้อารมณ์ดิบเถื่อนภายในตัวคิรากรพุ่งพล่าน มือหนารวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอตรึงไว้เหนือหัวด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย ลินินหายใจหอบถี่เมื่อสัมผัสได้ถึงความร้อนระอุจากร่างกายของเขาที่แผ่ซ่านเข้ามา
ริมฝีปากร้อนจัดทาบทับลงมาปิดกั้นคำประท้วงใดๆ ทั้งปวง จูบในยามที่ความตายรายล้อมช่างดุดัน เรียกร้อง และเต็มไปด้วยความกระหาย สัมผัสที่บดขยี้อย่างไร้ความปรานีแต่กลับหลอมละลายสติสัมปชัญญะของเธอให้พังทลายลงในชั่วพริบตา ลิ้นร้อนกวาดต้อนความหวานล้ำอย่างเอาแต่ใจ มือหนาเลื่อนลงมาลูบไล้ไปตามส่วนโค้งเว้าภายใต้ร่มผ้า ปลุกเร้าไฟสวาปามที่ซ่อนเร้นให้ลุกโชนขึ้นท่ามกลางเสียงระเบิดและเสียงกระสุนที่ดังสนั่นหวั่นไหว
ความเจ็บปวดจากการถูกรุกล้ำผสมผสานกับความวาบหวามที่แผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูผิว ทำให้ลินินเผลอครางแผ่วในลำคอ ร่างกายของเธอสั่นสะท้านด้วยแรงอารมณ์ที่เขาเป็นผู้ชี้นำ ความหวาดกลัวต่อศัตรูภายนอกถูกแทนที่ด้วยความหิวกระหายทางอารมณ์ที่คิรากรจงใจมอบให้ เธอจำนนต่อสัมผัสอันเร่าร้อนและดุดันนั้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แขนเรียวตวัดโอบรอบลำคอแกร่งเพื่อยึดเหนี่ยวในขณะที่โลกทั้งใบกำลังสั่นคลอน
ปัง! เสียงกระจกแตกละเอียดจากการถูกยิงทะลุเข้ามา ดึงสติที่หลุดลอยของทั้งคู่ให้กลับมาสู่ความเป็นจริง เศษปูนร่วงกราวลงใกล้จุดที่พวกเขายืนอยู่ คิรากรผละริมฝีปากออกช้าๆ ดวงตาคมกริบมองสำรวจใบหน้าหวานที่แดงก่ำและริมฝีปากบวมเจ่อด้วยความหลงใหล ก่อนที่แววตาจะแปรเปลี่ยนเป็นความเหี้ยมเกรียมในเสี้ยววินาที
เขากดจูบย้ำลงที่หน้าผากมนอย่างหนักแน่นครั้งหนึ่ง ก่อนจะปล่อยมือจากข้อมือเธอแล้วคว้าปืนไรเฟิลซุ่มยิงขึ้นมาเตรียมพร้อม
"รอฉันตรงนี้..." เขาเอ่ยเสียงต่ำด้วยคำสั่งที่ไม่อาจปฏิเสธ "ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ไม่มีทางแตะต้องเธอได้จนกว่าฉันจะตาย"
คิรากรหายลับไปในความมืดของมุมตึกเพื่อรับมือกับศัตรูที่กำลังบุกเข้ามาประชิดตัว ทิ้งให้ลินินยืนหอบหายใจโยนตัวอยู่ลำพังท่ามกลางกลิ่นอายดินปืนและกลิ่นกายของเขาที่ยังคงติดตรึงอยู่บนผิว
เวลาผ่านไปเพียงไม่กี่นาทีที่ยาวนานราวกับชั่วนิรันดร์ เสียงปืนด้านนอกเริ่มเงียบสงบลงเหลือเพียงเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่กำลังเดินใกล้เข้ามาทางประตูห้องโถง ลินินกุมปืนสั้นที่เขาแอบทิ้งไว้ให้แน่น หัวใจเต้นระทึกด้วยความหวาดระแวงว่าผู้ที่ก้าวเข้ามาจะเป็นใคร
ประตูบานใหญ่ถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ ร่างสูงของคิรากรปรากฏขึ้นที่กรอบประตู เสื้อสูทมีรอยขาดเล็กน้อยและมีคราบเขม่าดินปืนเปรอะเปื้อน แต่ดวงตาคู่นั้นยังคงฉายแววผู้ชนะอย่างเต็มเปี่ยม เขากำลังจะก้าวเข้ามาหาเธอเพื่อจบเรื่องราวในค่ำคืนนี้
ทว่า... ก่อนที่ฝ่าเท้าของเขาจะแตะถึงพื้นห้อง เสียงฝีเท้าฝูงใหญ่และเสียงกระชากลูกเลื่อนปืนนับสิบกระบอกก็ดังขึ้นจากด้านหลังของคิรากร พร้อมกับปลายกระบอกปืนเย็นเฉียบที่จ่อตรงเข้าที่ท้ายทอยของเขาอย่างแม่นยำ
และเสียงทุ้มต่ำ เยียบเย็น ที่ดังขึ้นจากบุคคลที่ไม่คาดฝัน ก็ทำให้เลือดในกายของคิรากรและลินินเย็นเฉียบลงพร้อมกัน
"เกมจบแล้ว... น้องชาย"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางระทึกขวัญมาถึงตอนนี้นะครับ
เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับอาชญากรชุดสูท•ตอนที่ 27
การล้อมกรอบ
ผลงานโดย ภาคินทร์เที่ยงคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ภาคินทร์เที่ยงคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้เสียงกับอาชญากรชุดสูท นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!