“ถ้าคุณคิดจะเดินออกไปตอนนี้ ในฐานะของประดับประดาชิ้นหนึ่งบนแขนผม... ก็จงอย่าแม้แต่จะก้มหน้ามองพื้นให้คนพวกนั้นดูถูกเอาได้นะคะ รินรดา”
สุ้มเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจของคริสเตียน วอล์คเกอร์ ก้องขึ้นข้างใบหู พร้อมกับฝ่ามือหนาที่กระชับเอวคอดกิ่วของหญิงสาวเข้าหาตัวจนแนบชิด รินรดาสะดุ้งน้อยๆ เธอเงยหน้าขึ้นสบดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวที่ซ่อนความเย็นเยียบเอาไว้ภายใต้เปลือกตาคู่คมนั้น วันนี้เขาดูสง่างามในชุดทักซิโด้สีดำสนิทที่ขับเน้นบุคลิกอันน่าเกรงขาม ทว่าแววตาของเขากลับทำให้เธอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังยืนอยู่บนปากเหว
“ฉัน... ฉันแค่ประหม่าค่ะ” เธอพึมพำ เสียงสั่นเครือเล็กน้อยขณะที่ปลายนิ้วเย็นเฉียบของตัวเองพยายามจิกเกร็งลงบนเนื้อผ้าสูทราคาแพงของเขา
“ความประหม่าคืออาหารอันโอชะของพวกไฮโซพวกนี้ค่ะ ยิ่งคุณแสดงความอ่อนแอ พวกเขาจะยิ่งฉีกทึ้งคุณ” คริสเตียนก้มลงกระซิบ ประกายตาของเขาวูบไหวราวกับเปลวไฟที่ซ่อนอยู่ในเถ้าถ่าน “จับแขนฉันไว้ให้แน่น แล้วแสดงให้คนทั้งห้องโถงเห็นว่า... ใครกันแน่ที่เป็นเจ้าของค่ำคืนนี้”
เสียงดนตรีคลาสสิกบรรเลงแผ่วเบาเคล้าไปกับเสียงแก้วคริสตัลกระทบกันภายในห้องโถงกว้างของโรงแรมหรูใจกลางเมือง งานเลี้ยงฉลองความสำเร็จของวอล์คเกอร์กรุ๊ปถูกจัดขึ้นอย่างอลังการราวกับจะประกาศศักดาให้โลกได้รับรู้ ทันทีที่บานประตูยักษ์เปิดออก สายตานับร้อยคู่ก็จับจ้องมาที่บุคคลทั้งสองราวกับแสงสปอตไลท์
รินรดาในชุดราตรีสีน้ำเงินเข้มปักลวดลายดอกไม้ด้วยดิ้นทองดูโดดเด่นและทรงเสน่ห์จนน่าประหลาดใจ ผมยาวสลวยถูกเกล้าขึ้นเผยให้เห็นลำคอระหงที่ประดับด้วยสร้อยเพชรน้ำงาม—ของขวัญที่คริสเตียนจงใจเลือกให้เธอสวมใส่ เพื่อประกาศสถานะที่ไม่มีใครกล้าปฏิเสธ
“คริสเตียนคะ! นึกว่าคุณจะมาถึงเร็วกว่านี้เสียอีก”
เสียงหวานแหลมที่คุ้นเคยทำเอาบรรยากาศรอบตัวดูจะเย็นเยียบลงทันที มารีญ่าก้าวเข้ามาหาด้วยท่วงท่าเย่อหยิ่ง ชุดราตรีสีแดงเพลิงขับให้ผิวขาวจัดดูโดดเด่น สายตาของหญิงสาวกรีดกราดมองรินรดาตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความเหยียดหยาม ก่อนจะหันไปคล้องแขนอีกข้างของคริสเตียนอย่างถือวิสาสะ
“งานคืนนี้สำคัญมากนะคะ มารีญ่าหวังว่าคุณคงไม่ให้ใครที่ไม่เหมาะสมมาทำให้ชื่อเสียงวอล์คเกอร์มัวหมองหรอกใช่ไหมคะ?”
รินรดาเม้มปากแน่น ความรู้สึกเจ็บจี๊ดแล่นขึ้นมาในอก แต่มือที่เกาะแขนคริสเตียนกลับไม่ได้ปล่อย เธอเลือกที่จะเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย สบตาคู่แข่งอย่างไม่ลดละ
“คุณมารีญ่าพูดถูกค่ะ งานนี้สำคัญมาก และคริสเตียนก็พิถีพิถันกับการเลือกคนข้างกายมากเสียจน... ฉันเองก็ยังเกรงใจความใส่ใจของเขาเลยค่ะ”
คำตอบที่นุ่มนวลทว่าคมกริบของรินรดาทำให้คริสเตียนถึงกับเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาของเขาเปลี่ยนจากความเย็นชาเป็นความพึงพอใจที่ปิดไม่มิด เขากระชับแขนให้เธอยิ่งแนบชิดขึ้นอีก
“รินรดาเป็นคนสำคัญของผม คืนนี้... และตลอดไป” คริสเตียนกล่าวเน้นย้ำ ประโยคที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังพอที่จะทำให้เสียงซุบซิบในห้องโถงเงียบกริบลงทันที
มารีญ่าหน้าซีดเผือดลงชั่วขณะ ก่อนจะแค่นยิ้มที่ดูบิดเบี้ยว “คนสำคัญ? หึ... งั้นเหรอคะ? หวังว่าคุณจะจำคำพูดนี้ได้ดีนะคริสเตียน โดยเฉพาะหลังจากที่ได้เห็น 'ของขวัญ' ที่ฉันเตรียมมาให้คุณในคืนนี้”
บรรยากาศรอบตัวเริ่มเปลี่ยนไป รินรดารู้สึกถึงรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากหญิงสาวตรงหน้า เธอไม่เข้าใจความหมายของคำพูดนั้น แต่สัญชาตญาณลึกๆ บอกให้เธอระวังตัว มารีญ่าไม่ได้มาเพื่อทักทาย เธอมาเพื่อทำลาย
ในจังหวะที่คริสเตียนหันไปสนทนากับนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลอีกกลุ่ม รินรดาจึงปลีกตัวออกมายังระเบียงด้านนอกเพื่อพักหายใจ แสงจันทร์ทอดผ่านลงมาบนลานหินอ่อน ความเงียบสงบภายนอกช่างแตกต่างจากความวุ่นวายภายใน แต่ทว่าเธอกลับไม่ได้อยู่คนเดียว
“อยากรู้ไหมว่าทำไมเขาถึงเก็บคุณไว้ใกล้ตัว?” เสียงกระซิบเย็นเยียบดังขึ้นจากมุมมืด
รินรดาหันขวับไปมอง เห็นมารีญ่ายืนกอดอกพิงเสาหินอยู่ “คุณต้องการอะไรกันแน่คะ?”
“ฉันแค่สงสารคุณ ที่คิดว่าตัวเองมีค่าพอจะยืนเคียงข้างปีศาจอย่างเขา” มารีญ่าเดินเข้ามาใกล้ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงฟุ้งกระจาย “คริสเตียนไม่เคยรักใครหรอกค่ะ เขามีปมในอดีตที่น่ารังเกียจ และเขาก็แค่ใช้คุณเป็น 'หมาก' ตัวหนึ่งในการลบเลือนความผิดพลาดบางอย่าง... หรือจะให้พูดตรงๆ คือ คุณเป็นแค่เงาของคนที่เขาไม่อาจครอบครองได้อีกต่อไป”
รินรดาสะอึกราวกับถูกตบหน้า “ไม่จริง... เขาไม่ทำแบบนั้น”
“งั้นลองดูนี่สิ” มารีญ่าหยิบแท็บเล็ตเครื่องเล็กออกมาจากกระเป๋าคลัตช์ แล้วกดเปิดไฟล์วิดีโอหนึ่ง “ในลิ้นชักลับห้องทำงานของเขา มีรูปของผู้หญิงคนหนึ่งที่หน้าตาเหมือนคุณราวกับแกะ... แต่ตายไปแล้วเมื่อห้าปีก่อน ลองดูให้ชัดๆ นะคะ ว่าคนที่คุณคิดว่าเขารักน่ะ... คือคุณ หรือคือ ‘ของแทน’ ที่เขาหามาแทนที่คนตาย!”
รินรดามองภาพบนหน้าจอด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง หัวใจของเธอหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ทันใดนั้นประตูระเบียงก็เปิดออกอีกครั้ง คริสเตียนก้าวออกมาด้วยใบหน้าเรียบเฉย ทว่าแววตาของเขาเมื่อเห็นทั้งคู่ยืนอยู่ด้วยกันนั้น กลับดูมืดดำจนน่าสะพรึงกลัว
“รินรดา... ออกมาทำอะไรข้างนอกตรงนี้คะ?” เขากวาดสายตามองมารีญ่าอย่างเย็นชา ก่อนจะหันมาหาเธอด้วยกระแสเสียงที่เริ่มคุกรุ่น “และคุณ... กำลังบอกอะไรคนของผมอยู่?”
มารีญ่ายิ้มเยาะขณะเดินผ่านคริสเตียนไป “ถามเธอเองสิคะ... ว่าเธอได้เห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่หลังหน้ากากของคุณแล้วหรือยัง?”
คริสเตียนหันกลับมามองรินรดาที่ตัวสั่นเทาอยู่ตรงหน้า เขาก้าวเข้าไปหาเธอช้าๆ แต่รินรดากลับก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณ ความเชื่อมั่นที่เคยมีพังทลายลงในพริบตา เมื่อเธอเหลือบไปเห็นดวงตาคู่นั้นของเขา... ดวงตาที่เธอนึกว่ามันคือความรัก แต่แท้จริงแล้วมันอาจเป็นเพียงความโหยหาในอดีตที่ฝังใจเขาอยู่เสมอ
รินรดาเงยหน้าขึ้น สบตาชายที่เธอหลงรักอย่างหมดหัวใจ ท่ามกลางความกดดันที่บีบคั้น เธอพึมพำถามเสียงแผ่ว “ที่ผ่านมา... ฉันคือใครสำหรับคุณคะคริสเตียน? คนรัก... หรือแค่เงาที่ไม่มีตัวตนของใครคนหนึ่งในอดีต?”
คริสเตียนชะงักไป ความนิ่งงันของเขาคือคำตอบที่บาดลึกยิ่งกว่าคำพูดใดๆ ในขณะที่หัวใจของรินรดาแตกสลายลงไปพร้อมกับความจริงที่เพิ่งถูกเปิดเผย
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้มิดไนท์คิสเสมอมานะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
พันธะร้ายซ่อนสิเน่หา•ตอนที่ 42
งานเลี้ยงฉลองความสำเร็จ
ผลงานโดย มิดไนท์คิส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิดไนท์คิส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายซ่อนสิเน่หา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!