"ถ้านั่งเงียบแล้วทำหน้าเหมือนคนอมขี้แบบนั้น อีกสามวินาทีผมจะลบข้อความทั้งหมดที่ตกลงกันไว้ แล้วเตรียมรับหมายศาลข้อหาหมิ่นประมาทได้เลยครับคุณมินตรา"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือความกวนประสาทเล็กน้อยดังขึ้น ทำลายความเงียบงัดข้อที่ดำเนินมาตลอดทางเดินหรูหราของภัตตาคารอาหารฝรั่งเศสบนชั้นดาดฟ้า มินตราหน้าถอดสีทันที ความหนาวเยือกที่แล่นริ้วขึ้นมาจากปลายนิ้วเมื่อครู่ยังไม่ทันจางหาย เธอก็ต้องตวัดสายตาคมกริบกลับไปมองร่างสูงใหญ่ของคนที่เดินนำหน้าอยู่ครึ่งก้าวทันที
ให้ตายเถอะ... ผู้ชายปากร้ายคนนี้มีวิธีทำให้เส้นเลือดในสมองเธอดิ่งลงเหวได้ทุกนาทีจริงๆ
"เฮีย... อ้อ ลืมไป ตอนนี้อยู่นอกเวลางาน ฉันจะเรียกอะไรก็ได้สินะคะ" มินตราเปลี่ยนคำสรรพนามกลางคันเมื่อเห็นคณินหันกลับมามองด้วยหางตาคมกริบ ดวงตาสีเข้มคู่นั้นพราวระยับด้วยความท้าทาย ร่างสูงในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปดูโดดเด่นและทรงเสน่ห์จนน่าหมั่นไส้ "คุณคณินกรุณาจำไว้ด้วยนะคะ ว่าฉันมาที่นี่เพื่อ 'ไถ่โทษ' ตามที่คุณเรียกร้อง ไม่ใช่มาเป็นจำเลยในศาลของคุณ"
"ปากดีไม่เปลี่ยน..." คณินแค่นหัวเราะในลำคอ ทว่ามุมปากหยักลึกกลับยกยิ้มขึ้นอย่างอดไม่ได้ เขาผลักบานประตูไม้สักทองสลักลายวิจิตรเข้าไปด้านใน เผยให้เห็นโต๊ะอาหารริมกระจกใสบานใหญ่ที่มองเห็นวิวกรุงเทพฯ ยามค่ำคืนระยิบระยับราวกับโรยด้วยผงเพชร "เชิญครับคุณลูกน้องผู้ทรงเกียรติ หวังว่าอาหารมื้อนี้จะช่วยปิดปากข้อหา 'เจดีย์ใจแคบ' ของคุณได้นะ"
มินตราเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ก้าวผ่านร่างหนาเข้าไปด้วยท่าทีที่ไม่ยอมก้มหัวให้ใคร แม้ในใจจะแอบหวั่นไหวกับบรรยากาศรอบตัวที่โรแมนติกเกินเบอร์ไปมาก โต๊ะอาหารตัวยาวถูกจัดเตรียมไว้อย่างประณีต เทียนไขในเชิงแก้วใสส่งแสงวอมแหวมสะท้อนกับแก้วไวน์คริสตัล บนโต๊ะไม่มีแขกคนอื่นเลยแม้แต่คนเดียว... นี่มันไม่ใช่การเลี้ยงข้าวเพื่อไถ่โทษธรรมดาแล้ว นี่มันเหมาโซนแบบส่วนตัวชัดๆ!
"คุณเล่นใหญ่ขนาดนี้เลยเหรอ?" มินตราทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้บุสักหลาดสีน้ำเงินเข้ม ดวงตากลมโตมองสำรวจรอบกายด้วยความระแวง "กลัวคนอื่นเห็นว่าคุณพาฉันมาเลี้ยงข้าว หรือกลัวว่าจะมีใครเห็นว่าคุณกำลังโดนฉันด่ากราดกันแน่"
"ผมแค่รำคาญเสียงซุบซิบของพวกไฮโซตกกระป๋องที่ชอบมองคนอื่นด้วยหางตา" คณินทิ้งตัวลงนั่งฝั่งตรงข้าม ร่างสูงโน้มตัวไปข้างหนiาเล็กน้อย ข้อศอกวางพักบนโต๊ะขณะที่ดวงตาคู่คมจ้องมองเธอราวกับเสือจ้องตะครุบเหยื่อ "อีกอย่าง... ผมอยากคุยธุระส่วนตัวกับคุณแบบไม่มีใครมารบกวนด้วย"
"ธุระส่วนตัว?" มินตราหรี่ตามองอย่างไม่ไว้วางใจ "ดีลลับระหว่างเราก็เคลียร์กันไปหมดแล้วนี่คะ หรือว่าคุณนึกครึ้มอะไรอยากจะเพิ่มเงื่อนไขบ้าๆ อีก"
"เงื่อนไขไม่มีหรอกครับ..." คณินเว้นจังหวะ ปล่อยให้ความเงียบที่มีเคมีประหลาดอบอวลอยู่ระหว่างคนทั้งคู่ สายตาของเขาไล่สำรวจใบหน้าเนียนใสที่รั้นระคนดื้อรั้นอย่างพินิจพิเคราะห์ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มต่ำลงจนน่าใจหาย "แต่ผมแค่รู้สึกว่า... ช่วงนี้เราคุยกันเรื่องงานมากเกินไป จนผมเกือบลืมไปแล้วว่า รอยยิ้มจริงๆ ของคุณมันหน้าตาเป็นยังไง"
เพล้ง!
ประโยคนั้นทำเอาหัวใจของมินตรากระตุกวูบ เสมือนมีใครเอาค้อนมาทุบเข้าที่กลางอก ความร้อนผ่าวแล่นริ้วขึ้นมาบนพวงแก้มขาวอย่างห้ามไม่อยู่ เธอรีบเบือนหน้าหนีออกไปมองวิวนอกกระจกเพื่อซ่อนอาการรุกลี้รุกลน ประสาทสัมผัสทุกส่วนตื่นตัวขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะทุ้มต่ำอย่างพึงพอใจจากฝั่งตรงข้าม
ไอ้คนบ้าเอ๊ย... อยู่ดีๆ มาหยอดคำหวานเลี่ยนแบบนี้ มันใช่เรื่องไหมเล่า!
"เลิกพูดจาแปลกๆ แล้วสั่งอาหารเถอะค่ะ ฉันหิวจนไส้จะขาดอยู่แล้ว" มินตราเอ่ยเสียงแข็ง กลบเกลื่อนความสั่นไหวในน้ำเสียงของตัวเองอย่างแนบเนียนที่สุด
"ครับ... ตามใจคุณทุกอย่างอยู่แล้วนี่" คณินยักไหล่เบาๆ ก่อนจะผายมือให้บริกรหนุ่มที่เดินถือขวดไวน์เข้ามาพอดี อาหารรสเลิศทยอยถูกเสิร์ฟลงบนโต๊ะทีละเมนูอย่างต่อเนื่อง ทั้งกลิ่นหอมกรุ่นของเนื้อวากย่างย่างและซอสทรัฟเฟิลคละคลุ้งไปทั่วบรรยากาศ แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาของมินตรามากกว่าอาหารบนจาน กลับเป็นสายตาของคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามต่างหาก
คณินไม่ได้แตะต้องไวน์ในแก้วของตัวเองเลยแม้แต่น้อย เขากลับเอาแต่นั่งมองเธอทานอาหารด้วยแววตาที่อธิบายไม่ถูก มันทั้งลึกล้ำ อ่อนโยน และ... คลั่งรัก จนเธอแทบไม่กล้าสบตาตรงๆ
"มองอะไรนักหนาคะ บนหน้าฉันมีอะไรติดอยู่หรือไง" มินตราวางส้อมลงกระแทกกับจานเบาๆ เมื่อทนสายตานั้นไม่ไหว
"เปล่าครับ แค่กำลังคิดว่า..." คณินท้าวคางกับโต๊ะ ปล่อยผมปรกหน้าผากเล็กน้อยทำให้เขาดูเยาว์วัยและอันตรายต่อหัวใจผู้หญิงในเวลาเดียวกัน "เวลาที่คุณทำหน้าดื้อๆ แบบนี้ มันน่าแกล้งให้ร้องไห้คาอกชะมัด"
"คุณคณิน!" มินตราอ้าปากค้าง หน้าแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู "คุณนี่มัน... ทุเรศที่สุด!"
"ปากดีแบบนี้ เดี๋ยวคืนนี้ผมจะจับจูบให้หายปากดีเลยดีไหมครับ" คณินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงจริงจังจนมินตราต้องหุบปากฉับ หัวใจเต้นรัวระรัวราวกับกลองเพล เธอนั่งนิ่งค้างทำอะไรไม่ถูกเมื่อเห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปากของเขา
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารที่ควรจะตึงเครียด กลับแปรเปลี่ยนเป็นความหวานล้ำที่อบอวลไปด้วยเคมีอันตราย ทว่าความสุขชั่วครู่ก็ต้องสะดุดลง เมื่อเสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเงาร่างของใครบางคนก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ที่โต๊ะ
"บังเอิญจังเลยนะคะคุณณิน ไม่คิดว่าจะเจอคุณที่นี่... แถมยังมากับผู้หญิงคนนี้ซะด้วย"
เสียงหวานหยาดเยิ้มแต่แฝงด้วยความเยียบเย็นเอ่ยขึ้น มินตราสะดุ้งสุดตัว เงยหน้าขึ้นมองผู้มาใหม่ทันที และภาพตรงหน้าก็ทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดกึกลงไปกองที่ตาตุ่ม
พิมพรรณ... คู่หมั้นเก่าที่เพิ่งบินกลับมาจากต่างประเทศยืนส่งยิ้มเคลือบยาพิษให้พวกเขา โดยมีสายตาคมกริบของคณินที่เปลี่ยนเป็นความเย็นชาและไร้อารมณ์ในเสี้ยววินาที
คณินวางแก้วไวน์ลงกระทบโต๊ะเสียงดัง *กริ๊ง* ดวงตาสคมกริบวาวโรจน์ขึ้นด้วยความหงุดหงิดอย่างปิดไม่มิด ก่อนที่เขาจะเอ่ยประโยคที่ทำให้มินตราต้องกลั้นหายใจ
"คุณเข้ามาทำไม... พิมพรรณ"
----------------------------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "ดีลลับสยบยัยตัวแสบ" มาจนถึงตอนนี้นะครับ
ดีลลับสยบยัยตัวแสบ•ตอนที่ 33
เดทลับที่ไม่ลับ
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับสยบยัยตัวแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!