เสียงประตูลิฟต์ที่เลื่อนเปิดออกพร้อมกับเสียงแจ้งเตือนเบาๆ ในโสตประสาทของรินรดา ไม่ได้เป็นเพียงแค่สัญญาณของการเปลี่ยนชั้น หากแต่มันคือเสียงระฆังเปิดฉากสงครามที่เธอรอคอยมานาน
ดวงตากลมโตภายใต้ขนตางอนงามกะพริบลงช้าๆ เพื่อปรับรับแสงไฟคริสตัลระยิบระยับที่สาดส่องลงมาจากเพดานห้องโถงจัดเลี้ยงแกรนด์บอลรูมของโรงแรมหรูระดับเจ็ดดาว กลิ่นอายของความมั่งคั่ง ไวน์ราคาแพง และน้ำหอมราคาแพงนับแสนลอยอบอวลปะปนกัน แต่มันกลับไม่น่าสนใจเท่ากับสายตานับร้อยคู่ที่ค่อยๆ หันมาหยุดนิ่ง ณ จุดที่เธอกำลังก้าวเท้าออกไป
"นั่น... รินรดาไม่ใช่เหรอ?"
เสียงกระซิบกระซาบดังขึ้นจากมุมหนึ่งของห้องโถง ทว่าในความเงียบสงบที่ถูกสร้างขึ้นโดยบรรยากาศตึงเครียด มันกลับชัดเจนเสียยิ่งกว่าเสียงประกาศิต รินรดายกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบา—รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันแต่กลับงดงามหยาดเยิ้มจนแทบจะสะกดวิญญาณของทุกคนให้หยุดนิ่ง เธอไม่ได้ก้าวถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว ตรงกันข้าม เธอกลับเชิดใบหน้ารูปไข่ขึ้นเล็กน้อย ปล่อยให้เครื่องเพชรเม็ดโตบนสร้อยคอสะท้อนประกายแสงวิบวับบาดตาผู้คนที่จ้องมองมา
ในอดีต... เธอคือผู้หญิงที่ถูกตราหน้าว่าเป็นนางร้ายตกอับ ไร้ค่า ไร้รำคาญ และถูกเขี่ยทิ้งราวกับเศษผ้าขี้ริ้วเมื่อตระกูลของเธอประกาศล้มละลาย ภาพจำของรินรดาในสายตาคนพวกนี้คือภาพของหญิงสาวที่ต้องวิ่งวุ่นร้อง2ขอความช่วยเหลืออย่างน่าสมเพช แต่ทว่า ณ วินาทีนี้ โลกใบเดิมได้พลิกกลับตาลปัตรไปอย่างสิ้นเชิงแล้ว
รินรดาไม่ได้มาคนเดียว มือเรียวบางภายใต้ถุงมือผ้าไหมสีขาวสะอาดตาคล้องอยู่กับแขนแกร่งของศิลา—ชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในวงการอสังหาริมทรัพย์และตลาดทุน หญิงสาวสัมผัสได้ถึงไอ1อุ่นและกลิ่นกายอันคุ้นเคยที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวสามี ศิลาไม่ได้กล่าวคำพูดใดๆ ออกมา เขามีเพียงใบหน้าเรียบเฉย เย็นชา และดวงตาคมกริบดุจพญาอินทรีย์ที่กวาดมองผู้คนรอบข้างด้วยความเหยียดหยามอย่างไม่ปิดบัง ราวกับว่าคนนับร้อยในงานนี้เป็นเพียงฝุ่นผงใต้รองเท้าที่เขาพร้อมจะเหยียบย่ำให้จมดิน หากใครบังaniกล้าเข้ามาทำร้ายภรรยาของเขาแม้แต่ปลายเล็บ
"คิดไม่ถึงเลยนะคะว่าคนตระกูลคาร์เตอร์จะกล้าโผล่หัวมาเหยียบงานการกุศลระดับประเทศแบบนี้ได้ หลังจากที่บ้านตัวเองเพิ่งจะ..."
เสียงแหลมสูงที่จงใจเปล่งออกมาให้ได้ยินกันทั่วทั้งบริเวณดังขึ้นจากปากของ "คุณหญิงวิภาดา" เจ้าแม่วงการเครื่องประดับผู้เคยเหยียบย่ำรินรดาอย่างสนุกปากในงานประมูลครั้งก่อน นางก้าวออกมาจากลุ่มไฮโซด้วยใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ย ทว่ายังไม่ทันที่ประโยคถอดเขี้ยวเล็บนั้นจะหลุดออกจากริมฝีปากเคลือบลิปสติกสีแดงเพลิงจนครบถ้วน รินรดาก็หัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ
*กริ๊ง...*
เสียงหัวเราะใสราวกระดิ่งเงินดังขึ้น ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน รินรดาก้าวเท้าออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ปล่อยมือจากแขนของศิลาชั่วขณะเพื่อเดินเข้าไปหาคุณหญิงวิภาดาอย่างเชื่องช้า แต่มั่นคงในทุกย่างก้าว ราวกับราชนีที่กำลังตรวจเยี่ยมทาสในประดู
"คุณหญิงวิภาดาคะ..." รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่ทุกพยางค์กลับเยือกเย็นจนน่ากลัว "ปากของคุณยังคงมีกลิ่นอายของความอิจฉาริษยาและกลิ่นเน่าเฟะของธุรกิจใกล้ล้มละลายไม่เปลี่ยนเลยนะคะ น่าเสียดายแทนสามีของคุณจริงๆ ที่ต้องคอยเอาเงินไปถมหนี้ก้อนโตให้คุณจนแทบจะไม่เหลือแม้แต่กางเกงใส่เดินงานอยู่แล้ว"
"แก! นังเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม กล้าดี 1 ยังไงมาพูดจา..."
"ทำไมฉันจะพูดไม่ได้คะ?" รินรดาตัดบทด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม เธอหยิบสมาร์ตโฟนรุ่นพิเศษประดับเพชรแท้ขึ้นมาปลดล็อกหน้าจอด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะหมุนหน้าจอเข้าหาหน้าของคุณหญิงวิภาดาตรงๆ "บัญชีเงินฝากของสามีฉันเมื่อเช้านี้เพิ่งจะอนุมัติวงเงินพิเศษห้าร้อยล้านบาท เพื่อกว้านซื้อหุ้นบริษัทอัญมณีของสามีคุณที่กำลังจะถูกยึด... อ้อ และถ้าคุณยังยืนเห่าเสียงดังอยู่ตรงนี้อีกสักสามวินาที ฉันเกรงว่าพรุ่งนี้เช้า คุณอาจจะต้องไปนอนข้างถนนในฐานะคนไร้บ้านจริงๆ นะคะ"
ความเงียบสงบราวกับป่าช้าเข้าปกคลุมห้องโถงจัดเลี้ยงในทันที ทุกคนต่างอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบไม่เชื่อหูตัวเอง ห้าร้อยล้านบาท! พูดออกมาได้หน้าตาเฉยราวกับเป็นเศษเงินทอนซื้อขนมหวานข้างทาง!
คุณหญิงวิภาดาก้าวถอยหลังไปสามก้าว ใบหน้าที่เคยเชิดหยิ่งบัดนี้ซีดเผือดลงจนกลายเป็นสีขาวราวกับกระดาษ ริมฝีปากสั่นระริกจนพูดไม่ออก นางทำได้เพียงอ้าปากพะงาบๆ เหมือนปลาขาดน้ำ เมื่อตระหนักได้ว่าผู้หญิงที่ตนเคยดูถูกเหยียดหยามในอดีต บัดนี้ได้กลายเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ที่สุดที่สามารถบันดาลความล่มจมให้ครอบครัวของนางได้ภายในพริบตา
รินรดาปรายตามองหญิงสูงวัยที่กำลังสั่นเทาด้วยความสมเพชเวทนา ก่อนจะหันกลับมาคล้องแขนศิลาอีกครั้งอย่างนิ่มนวล ศิลายกมุมปากขึ้นเล็กน้อยเป็นรอยยิ้มที่หาดูได้ยาก เขายื่นมือหนามาลูบกลุ่มผมนุ่มของภรรยาเบาๆ อย่างรักใคร่และตามใจระคนเอ็นดู ท่าทีที่อ่อนโยนจนน่าใจหายของผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าโหดเหี้ยมที่สุดในแวดวงธุรกิจ ยิ่งทำให้ผู้คนรอบข้างรู้สึกหนสันหลังวาบและไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
ทว่า... ความโกลาหลยังไม่ทันได้สงบลง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสคู่ก็ดังขึ้นจากทางด้านนอกประตูบานใหญ่ของห้องโถง พร้อมกับการปรากฏตัวของชายในชุดสูทสีดำสนิทนับสิบคนที่เดินเรียงแถวเข้ามาอย่างเป็นระเบียบ
รินรดาขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย ขณะที่ศิลาหรี่ตาลงมองกลุ่มคนมาใหม่ด้วยแววตาดุดันอันตราย บรรยากาศที่เพิ่งจะผ่อนคลายลงชั่วครู่กลับทวีความตึงเครียดขึ้นมาอีกครั้งในเสี้ยววินาที
ชายวัยกลางคนคนหนึ่งในชุดสูทสั่งตัดพิเศษเดินนำหน้ากลุ่มบอดี้ガードเข้ามา ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและเหงื่อกาฬที่ไหลซึมเต็มกรอบหน้า เขากวาดสายตามองหาใครบางคนด้วยความร้อนรน ก่อนจะมาหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างของรินรดาและศิลา
"ท่านประธาน... คุณรินรดาครับ!" ชายคนนั้นวิ่งเข้ามาคุกเข่าลงเบื้องหน้ารินรดาด้วยความลนลาน ท่ามกลางเสียงอุทานด้วยความตกใจของแขกเหรื่อทั่วทั้งงานที่มองภาพนั้นด้วยความไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง "เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ ระบบการเงินส่วนกลางของสมาคมนักลงทุนแจ้งเตือนฉุกเฉิน... มีคำสั่งระงับการถือครองหุ้นทั้งหมดในเครือของคุณหญิงวิภาดา และ..."
ชายคนนั้นกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับรินรดาด้วยแววตาสั่นระริก
"และมีบุคคลปริศนาทำการโอนเงินสดสองพันล้านบาทเข้าสู่บัญชีส่วนตัวของคุณรินรดาเรียบร้อยแล้วในนาทีนี้ พร้อมกับข้อความระบุว่า... *'ของขวัญต้อนรับราชินีแห่งการประมูล จากคนที่ไม่เคยลืมคุณ'* ครับ!"
หัวใจของรินรดากระตุกวาบขึ้นมาทันที ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจระคนสงสัย สองพันล้านบาทจากบุคคลปริศนา? ในช่วงเวลาแบบนี้เนี่ยนะ?
เธอยังไม่ทันได้เอ่ยปากถามอะไร เสียงฝีเท้าอันคุ้นเคยอีกคู่ก็ดังขึ้นจากด้านหลังกลุ่มบอดี้การ์ด ชายหนุ่มร่างสูงโปรดในชุดสูทร่วมสมัยก้าวออกมาจากเงาดำของประตู แสงไฟคริสตัลสาดส่องกระทบใบหน้าคมคายหล่อเหลาราวกับเทพบุตรที่เปื้อนไปด้วยรอยยิ้มเยnชาและแววตาที่เต็มไปด้วยความคลั่งรักจนน่ากลัว
"ตกใจมากเหดรอก็คนสวย..." เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน พร้อมกับก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้ารินรดา ห่างกันเพียงแค่เอื้อมมือ "คิดถึงฉันไหม... คุณภรรยา?"
รินรดาชะงักค้าง ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุนในเสี้ยววินาที
- - - - - - - - - - - - - - - -
ขอบคุณที่ติดตามความแซ่บระดับพริกสิบเม็ดกับ "ชาเขียวแก้วร้าย" ในตอนนี้นะคะ!
คุณหนูสายเปย์ผู้พลิกโฉมวงการประมูลกับอดีตคู่ปรับผู้คลั่งรัก•ตอนที่ 9
ปาร์ตี้การกุศลที่กลายเป็นสนามรบ
ผลงานโดย ชาเขียวแก้วร้าย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาเขียวแก้วร้าย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูสายเปย์ผู้พลิกโฉมวงการประมูลกับอดีตคู่ปรับผู้คลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!