“คุณจินครับ ถ้าคุณยังใส่คำว่า ‘แมวตัวนี้จ้องมองโลกด้วยสายตาเหยียดหยามราวกับเห็นบรรณาธิการของผมเป็นฝุ่นผง’ ลงไปในย่อหน้าสรุปอีกรอบ ผมจะถือว่าคุณท้าทายอำนาจมืดในกองบก. แล้วนะครับ”
เสียงแจ้งเตือนอีเมลที่ดังขึ้นพร้อมข้อความกวนประสาทที่พิมพ์ส่งมาให้ผมในเวลาตีสองครึ่ง มันไม่ใช่แค่การทำงาน แต่มันคือสงครามเย็นที่ลากยาวมาสามวันเต็มๆ ผม—คีย์ บรรณาธิการนิตยสารสัตว์เลี้ยงที่เนี้ยบจนแทบจะจัดเรียงตัวอักษรบนหน้ากระดาษเป็นระเบียบตามหลักจิตวิทยา กำลังนั่งกุมขมับอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่สว่างวาบอยู่ในห้องทำงานมืดๆ
ผมสูดหายใจเข้าลึก พยายามสะกดกลั้นอารมณ์ไม่ให้กด 'Reply' ด้วยถ้อยคำที่รุนแรงกว่านี้ ก่อนจะพิมพ์ตอบกลับด้วยความสุภาพที่เคลือบด้วยน้ำเสียงประชดประชัน
[ถึง คุณจิน]
[ผมไม่ได้มีปัญหาเรื่องความคิดสร้างสรรค์ของคุณครับ แต่ช่วยกรุณาแยกแยะระหว่าง 'รีวิวแมว' กับ 'ไดอารี่แฉบรรณาธิการ' ออกจากกันด้วย นี่คือนิตยสารสัตว์เลี้ยง ไม่ใช่คอลัมน์ด่าคนในที่ทำงาน รบกวนแก้ไขเนื้อหาในส่วนย่อหน้าสุดท้ายใหม่ให้เข้ากับหัวข้อ 'วิธีเลือกอาหารเม็ดที่ถูกใจเจ้าเหมียว' ด้วยนะครับ ขอบคุณครับ]
ไม่ถึงสิบวินาที—ไอคอน 'กำลังพิมพ์' ปรากฏขึ้นทันที เหมือนจินจ้องรอจังหวะอยู่แล้ว
[ถึง คุณคีย์ บรรณาธิการสุดเป๊ะ]
[ก็แหม... คุณคีย์ครับ ผมเขียนตามความเป็นจริงนะ ก็เจ้าเหมียวตัวนี้มันฉลาด มันมองออกว่าใครกำลังเครียดจนผมจะร่วง ผมแค่อยากให้คนอ่านเห็นภาพลักษณ์อันดุดันแต่แฝงไปด้วยความใส่ใจ (ที่แสดงออกไม่เป็น) ของคุณคีย์บ้างไงครับ มันถือเป็นสีสันไง สีสัน! ปล. เปลี่ยนประโยคเป็น ‘แมวตัวนี้เลือกกินเหมือนคนเลือกคู่นั่นแหละครับ ต้องช่างเลือก และต้องมีมาตรฐานที่สูงลิบลิ่วเหมือนบรรณาธิการบางคน’ แบบนี้โอเคไหมครับ?]
ผมกดอ่านแล้วเกือบจะปาแก้วกาแฟทิ้ง นี่เขากำลังเล่นบ้าอะไรอยู่กันแน่?
ผมขยับแว่นสายตา หรี่ตามองตัวหนังสือเหล่านั้นอย่างไม่สบอารมณ์ จินเป็นนักเขียนฟรีแลนซ์ที่ฝีมือดีที่สุดเท่าที่ผมเคยร่วมงานมา แต่เขาก็เป็นคนที่กวนประสาทได้สิ้นเปลืองพลังงานที่สุดเช่นกัน ทุกครั้งที่ผมพยายามคุมโทนงานให้เป็นทางการ เขาจะใส่ความขี้เล่น หรือไม่ก็มุกสแลงกวนๆ ลงไปเหมือนกลัวว่างานจะดูน่าเบื่อเกินไป
ผมรวบรวมสมาธิ พิมพ์ตอบกลับไปใหม่
[คุณจินครับ เราคุยกันเรื่องงานนะครับ ไม่ใช่พื้นที่จีบกันด้วยประชดประชัน ผมขอให้คุณส่งไฟล์ฉบับสมบูรณ์มาภายในเช้าวันพรุ่งนี้ ถ้าเนื้อหายังมีชื่อผมแฝงอยู่ในบริบทแปลกๆ แบบนี้อีก ผมจะตัดงบค่าจ้างคุณจริงๆ ด้วย]
ส่งไปแล้ว ผมเอนหลังพิงเก้าอี้ด้วยความเหนื่อยอ่อน กลิ่นกาแฟดำที่เย็นชืดในแก้วกระตุ้นความรู้สึกเหงาๆ ในใจขึ้นมาอย่างประหลาด ผมกับจินไม่เคยเจอกันตัวเป็นๆ เราคุยกันผ่านอีเมลและแชตมาตลอดครึ่งปีที่ผมย้ายมาทำตำแหน่งนี้ ความสัมพันธ์ของเรามันเหมือนแมวกับเลเซอร์พอยเตอร์ ผมพยายามจะจับเขาให้ได้ แต่เขาก็พุ่งหลบไปมุมอื่นเสมออย่างรวดเร็วและทิ้งรอยแผลเล็กๆ ไว้ที่หัวใจผมตลอด
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่ใช่จากอีเมลงาน แต่มันคือแชตส่วนตัวที่เขาเพิ่งทักมา
[Jin: คุณคีย์ครับ]
[Jin: ดึกแล้วนะ ไม่หิวเหรอ? ผมเห็นคุณอ่านอีเมลผมทันทีตลอดเลยเนี่ย]
[Jin: ถ้าผมแก้ให้ตรงเป๊ะตามที่คุณต้องการ คุณจะยอมไปกินข้าวกับผมสักมื้อไหม? แบบที่ไม่ใช่เรื่องงานนะ]
ผมชะงัก นิ้วที่กำลังจะพิมพ์ตอบค้างอยู่บนแป้นพิมพ์ หัวใจเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่ง นี่เขาพูดจริง หรือแค่จะกวนประสาทผมเหมือนเดิมกันนะ? ผมพยายามจะทำหน้าดุใส่หน้าจอทั้งที่รู้ว่ามันไร้ประโยชน์
[คุณคีย์: คุณจินครับ พักเรื่องกินข้าวไปก่อนเถอะครับ สนใจเรื่องส่งไฟล์ให้ทันกำหนดการดีกว่า]
[Jin: โถ่ คุณคีย์อ่า... อย่าใจร้ายนักเลยครับ ผมแค่เหงา อยากหาเพื่อนร่วมชะตากรรมคนชอบแมวเหมือนกันเฉยๆ]
ผมขมวดคิ้ว พยายามจะด่ากลับ แต่แล้วจู่ๆ หน้าจอก็ปรากฏไฟล์แนบใหม่ที่ชื่อว่า 'ฉบับแก้ตามสั่ง.docx' ผมกดเปิดไฟล์นั้นด้วยความระแวง แต่พอบรรทัดแรกปรากฏขึ้น ผมกลับหลุดหัวเราะออกมาอย่างห้ามไม่อยู่
‘ในขณะที่แมวของคุณกำลังลิ้มรสอาหารเม็ดชั้นเลิศที่เลือกมาอย่างพิถีพิถัน... ก็ขอให้คุณบรรณาธิการที่น่ารักของผม ได้พักสายตาจากหน้าจอ แล้วลองหาอะไรอร่อยๆ ทานบ้างนะครับ เพราะแมวที่หิวโหยยังน่าสงสาร แต่มนุษย์บรรณาธิการที่ทำงานจนโทรมนั้น... น่าเอ็นดูเกินไปจนผมอดใจไม่ไหวอยากจะไปดูแลเองแล้วครับ’
บ้าที่สุด! หมอนี่มันร้ายเกินไปแล้ว!
ผมกำลังจะกดลบข้อความนั้นทิ้ง แต่จังหวะนั้นเอง นิ้วผมดันไปกดโดนคำสั่ง 'Reply All' โดยไม่ตั้งใจ แถบข้อความว่างเปล่าเปิดขึ้นมา ผมทำท่าจะปิด แต่สายตากลับเหลือบไปเห็นสถานะของจินที่เด้งขึ้นมาว่า ‘กำลังพิมพ์’
[Jin: ส่งให้แล้วนะครับ... แต่บอกก่อนนะ ที่เขียนไปท้ายไฟล์น่ะ ผมไม่ได้ลบออกหรอก เพราะผมตั้งใจเขียนให้คุณอ่านคนเดียว]
หัวใจผมกระตุกวาบ ผมรีบพิมพ์ ‘อย่ามาล้อเล่นแบบนี้นะครับ!’ เตรียมจะกดส่ง แต่ก่อนที่นิ้วจะแตะหน้าจอเพื่อยืนยัน ข้อความจากจินก็เด้งขึ้นมาอีกข้อความหนึ่งที่ทำให้ผมหยุดชะงักไปชั่วขณะ
[Jin: จริงๆ ผมยืนอยู่หน้าคอนโดคุณสักพักแล้วครับ... ถ้าคุณเปิดประตูออกมาตอนนี้ จะเห็นว่าแมวที่ผมว่าน่ะ ไม่ได้หมายถึงตัวไหนเลยนอกจากคุณ]
ผมวางมือถือลงบนโต๊ะด้วยความสั่นเทา เสียงเคาะประตูห้องจากข้างนอกดังขึ้นเบาๆ สองครั้ง... จังหวะที่มันดังนั้นเหมือนเสียงหัวใจที่เต้นรัวอยู่ในอกของผม ผมลุกขึ้นยืนช้าๆ เดินไปที่ประตูด้วยความรู้สึกที่ตื่นเต้นจนบอกไม่ถูก ผมค่อยๆ ส่องตาแมวดูคนหน้าห้อง และสิ่งที่เห็นกลับทำให้ผมถึงกับเข่าอ่อน
ขอบคุณรี้ดเดอร์ที่ร่วมเดินทางไปกับความปั่นป่วนในครั้งนี้ครับ ไว้เจอกันใหม่ตอนหน้านะครับ!
แค่นักเขียนรีวิวแมว ไม่ใช่นักเขียนจดหมายรักครับคุณบรรณาธิการ•ตอนที่ 2
แมวหนึ่งตัว กับอีเมลนับสิบ
ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แค่นักเขียนรีวิวแมว ไม่ใช่นักเขียนจดหมายรักครับคุณบรรณาธิการ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
