กลิ่นดินปืนเหม็นไหม้จางๆ ลอยคลุ้งอยู่ในความมืดที่เย็นเยียบจนน่าขนลุก รินรดานอนหมอบราบไปกับพื้นไม้ปาร์เกต์ หัวใจของเธอเต้นระรัวราวกับกลองรบที่กำลังจะแตกสลาย ความเงียบหลังเสียงกระจกแตกนั้นน่ากลัวยิ่งกว่าเสียงปืนที่เพิ่งดังขึ้นเสียอีก มันเป็นความเงียบที่บอกว่า 'เขา' กำลังยืนอยู่ตรงไหนสักแห่งในห้องนี้
“อย่าขยับ”
น้ำเสียงของนิติกรกระซิบอยู่ใกล้ๆ หู แผ่วเบาแต่เฉียบขาดและเต็มไปด้วยอำนาจการสั่งการ รินรดาไม่โต้ตอบ เธอเพียงแต่กักลมหายใจไว้ในอก มือที่สั่นเทาของเธอค่อยๆ ควานหาวัตถุเย็นเฉียบที่เพิ่งแตะได้ก่อนที่ไฟจะดับ... กล่องเหล็กใบนั้นยังคงอยู่ในกำมือของเธอ
ท่ามกลางความมืดมิดที่มองไม่เห็นแม้แต่นิ้วมือ รินรดารู้สึกถึงกระแสลมวูบผ่านหน้าไป นิติกรเคลื่อนไหวแล้ว เสียงการต่อสู้ระยะประชิดเกิดขึ้นเงียบเชียบ ทว่ารุนแรง เธอได้ยินเสียงหมัดกระทบเนื้อและเสียงลมหายใจหอบถี่ของทั้งคู่
*นี่ไม่ใช่การปล้น* รินรดาคิดในใจ *นี่คือการปิดปาก*
เธอไม่รีรอให้สถานการณ์คลี่คลายไปในทางที่เลวร้ายกว่าเดิม เธออาศัยความชำนาญในการจดจำผังอาคาร—ทักษะที่ติดตัวเธอมาตลอดตั้งแต่เกิดโศกนาฏกรรมครั้งนั้น—คลานไปทางซ้ายอย่างเงียบเชียบตามแนวผนัง มือของเธอสัมผัสได้ถึงรอยแยกที่มุมห้อง ก่อนจะคว้าเอาประแจเลื่อนที่วางทิ้งไว้บนโต๊ะเขียนแบบมาถือไว้แน่นเป็นอาวุธ
“นิติกร... ขวา!” เธอตะโกนฝ่าความมืด
เสียงร่างกายปะทะกันหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่แสงไฟฉายจากโทรศัพท์ของนิติกรจะสว่างวาบขึ้น แสงสีขาวนวลเผยให้เห็นร่างของชายในชุดดำที่กำลังชะงักด้วยความตกใจ รินรดาไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดมือ เธอใช้สันมือกระแทกเข้าที่ซอกคอของชายคนนั้นอย่างแม่นยำตามจุดยุทธศาสตร์ที่เคยศึกษามา ชายผู้นั้นฟุบลงไปกองกับพื้นอย่างหมดท่า
นิติกรหอบหายใจหนักหน่วง เสื้อเชิ้ตของเขามีรอยฉีกขาดและคราบเลือดซึมออกมาที่มุมปาก เขาหันมามองรินรดาด้วยสายตาที่ซับซ้อน มันไม่ใช่ความชื่นชม แต่มันคือความฉงนแกมระแวง
“คุณฝึกสู้มาตั้งแต่เมื่อไหร่?” นิติกรถามพลางปาดเลือดที่มุมปาก
“ฉันไม่ได้ฝึกสู้ ฉันแค่รู้ว่าโครงสร้างมนุษย์จุดไหนเปราะบางที่สุด” รินรดาตอบเสียงเรียบ นัยน์ตาของเธอไม่ได้อยู่ที่ใบหน้าของเขา แต่อยู่ที่กล่องเหล็กในมือ “เปิดมันเถอะค่ะ... ก่อนที่ใครบางคนจะกลับมา”
นิติกรยอมก้มลงดูชิ้นส่วนที่อยู่ในกล่อง ภายในนั้นไม่ใช่เอกสารลับอย่างที่รินรดาคาดหวัง แต่มันคือชิ้นส่วนโลหะรูปทรงแปลกประหลาดขนาดเท่าฝ่ามือ มันมีรอยบากที่เกิดจากการกัดกร่อนของสารเคมีและรอยร้าวที่รินรดาสังเกตเห็นได้ทันทีด้วยสายตาของสถาปนิก
“นี่มัน...” รินรดาใช้นิ้วลูบผ่านรอยร้าวนั้น ความเย็นของโลหะส่งผ่านถึงปลายนิ้ว “เหล็กโครงสร้างที่ใช้ในโครงการ 'ไวท์พิลล่าร์' ไม่ควรมีสารประกอบนี้... นี่มันคือเหล็กเกรดต่ำที่ถูกฉีดพ่นด้วยสารเคลือบกันสนิมปลอมเพื่อหลอกตาในการตรวจสอบ”
นิติกรขมวดคิ้วแน่น เขารับชิ้นส่วนนั้นไปพินิจ “ถ้าสิ่งนี้คือความจริง หมายความว่าตึกที่กำลังจะเปิดตัวในเดือนหน้า อาจจะถล่มลงมาตั้งแต่วันแรกที่วางศิลาฤกษ์... นี่ไม่ใช่แค่อาชญากรรมทางเศรษฐกิจ แต่มันคือการฆาตกรรมหมู่ที่วางแผนไว้ล่วงหน้า”
“และคนที่อนุมัติการสั่งซื้อเหล็กชุดนี้...” รินรดาเว้นจังหวะ สายตาของเธอสบเข้ากับดวงตาของนิติกรอย่างท้าทาย “คือคนเดียวกับที่ลงนามในเอกสารอนุมัติโครงการที่คุณดูแลอยู่ใช่ไหมคะ คุณอัยการ?”
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนเกือบจะขาดผึง นิติกรไม่ได้ปฏิเสธ เขาเพียงแต่หลุบตาลงมองเงาสะท้อนของตนเองในเศษกระจกที่แตกกระจายบนพื้น
“ผมเป็นคนถือดาบแห่งความยุติธรรม รินรดา แต่ตอนนี้ดาบเล่มนั้นมันหักไปแล้วตั้งแต่ผมพบว่าด้ามจับถูกสลักชื่อคนที่ผมเคารพมากที่สุดเอาไว้” นิติกรกล่าวเสียงแผ่ว “เรากำลังสู้กับเงาที่ซ่อนตัวอยู่ในแสงสว่าง คนที่เขียนกฎหมายและใช้มันเป็นบ่วงรัดคอเราเอง”
“ถ้ากฎหมายฆ่าคนได้ เราก็ต้องใช้วิธีที่อยู่นอกกฎหมายเพื่อทำลายมัน” รินรดาหยิบชิ้นส่วนโลหะคืนมา “ฉันมีผังการก่อสร้างต้นฉบับที่คุณหาไม่เจอ... แต่เราต้องแลกด้วยบางอย่าง”
รินรดาเดินไปที่หน้าต่างที่แตกกระจาย เธอมองออกไปข้างนอก ความมืดมิดภายนอกดูเหมือนจะขยายตัวขึ้น เธอรู้อยู่เต็มอกว่าการตัดสินใจครั้งนี้ไม่มีทางหันหลังกลับ
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ดังสะท้อนก้องขึ้นมาจากทางเดินหน้าห้องพัก มันไม่ใช่เสียงของรปภ. แต่มันคือเสียงรองเท้าคอมแบทที่เดินอย่างเป็นจังหวะของหน่วยงานที่มีอำนาจล้นฟ้า
นิติกรชักปืนออกมาจากใต้สายคาดเอว ใบหน้าของเขาเปลี่ยนไปเป็นคนละคน เขาสบตาเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยการตัดสินใจเด็ดขาด “ถ้าเราต้องตายที่นี่ ผมแค่อยากให้คุณรู้ว่า... การที่คุณเชื่อใจคนอย่างผม คือความผิดพลาดที่สวยงามที่สุดเท่าที่ผมเคยพบมา”
ประตูห้องถูกถีบออกด้วยแรงมหาศาล แสงไฟฉายแรงสูงสาดเข้ามาจนรินรดาต้องหลับตาแน่น แต่ในวินาทีที่แสงจ้ากระทบใบหน้า เธอกลับเห็นใบหน้าของคนที่ก้าวเข้ามาในห้อง... คนที่เธอควรจะเห็นในหลุมศพเมื่อสิบปีที่แล้ว!
เขายังมีชีวิตอยู่... และเขากำลังมองมาที่เธอพร้อมรอยยิ้มที่ทำให้เลือดในกายของเธอแข็งทื่อ
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมดำดิ่งลงไปในวังวนแห่งความมืดมนนี้ไปพร้อมกับกระจกเงาสะท้อนใจนะคะ
สถาปนิกเงา กับคดีอาชญากรรมสีขาว•ตอนที่ 3
หลักฐานในที่ว่าง
ผลงานโดย กระจกเงาสะท้อนใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระจกเงาสะท้อนใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกเงา กับคดีอาชญากรรมสีขาว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
