ระบบหมอเทวะแรงก์ SSS: แฟนเก่าสะดุ้งเมื่อรู้ว่าฉันรวยล้นฟ้า•ตอนที่ 19

ยึดอำนาจเบ็ดเสร็จในสมาคมการค้า

ผลงานโดย หมอเทวะแรงก์ SSS
แรงกระแทกจากการวางโทรศัพท์มือถือลงบนโต๊ะไม้เนื้อดีไม่ได้รุนแรงนัก แต่เสียง ‘ปัง’ ที่เกิดขึ้นในห้องประชุมใหญ่ของสมาคมการค้าฮันเตอร์ระดับมหานครกลับทำให้บอร์ดบริหารทั้งเจ็ดคนสะดุ้งเฮือกพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย บรรยากาศภายในห้องประชุมหรูหราตบแต่งด้วยหินอ่อนและกระจกนิรภัยกันกระสุน บัดนี้กลับเย็นเยียบราวนกับช่องแช่แข็ง เหงื่อกาฬผุดซึมตามขมับของประธานสมาคมคนเก่าอย่าง "เฉินเทียน" ผู้ซึ่งคร่ำหวอดในวงการธุรกิจมืดและสว่างมานานนับทศวรรษ ดวงตาฝ้าฟางของเขาเบิกกว้างจดจ้องไปยังหน้าจอสมาร์ทโฟนที่เพิ่งตัดสายไปเมื่อวินาทีที่ผ่านมา เสียงสูดหายใจเข้าลึกด้วยความช็อกตาค้างดังสะท้อนอยู่ในโสตประสาทของทุกคน นี่ยังไม่รวมถึงมูลค่าหุ้นที่ร่วงกวาดล้างตลาดในมือถือของพวกเขานับสิบๆ ตัวที่กำลังดิ่งลงเหวในกราฟสีแดงฉาน “ประธานเฉิน... เกิดอะไรขึ้นครับ? ทางตระกูลโจวว่าอย่างไรบ้าง?” หนึ่งในคณะกรรมการเอ่ยถามด้วยเสียงสั่นเครือริมฝีปากซีดเผือด เฉินเทียนยังคงนั่งนิ่งค้างอยู่ในท่าเดิม ราวกับวิญญาณหลุดออกจากร่าง เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะหันมามองหน้าลูกน้องคนสนิทด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวขั้นสุด “จบแล้ว... พวกเราจบสิ้นแล้ว ตระกูลโจวถูกกวาดล้างบัญชีในเวลาไม่ถึงสามนาที... และคนที่สั่งการคือ...” ประโยคของเขาค้างคาอยู่แค่นั้น เมื่อประตูห้องประชุมกันเสียงอย่างดีถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ซึ่งมารยาท ปัง! ร่างสูงโปรดในชุดสูทตัดเย็บพิเศษเข้ารูปสีดำสนิทก้าวเข้ามาด้วยฝ่าเท้าที่มั่นคงและเงียบเชียบ แสงไฟจากโคมระย้าคริสตัลด้านบนส่องกระทบใบหน้าคมคายที่ไร้ซึ่งรอยยิ้ม ดวงตาคู่คมดุจพญาอินทรีคู่นั้นกวาดตามองบอร์ดบริหารทุกคนด้วยความเยียบเย็นและทรงอำนาจ ราวกับกำลังมองดูฝูงมดปลวกที่รอวันถูกเหยียบย่ำ ด้านหลังของเขาคือหลินม่านม่าน หญิงสาวในชุดสูททำงานเข้ารูปสีขาวสะอาดตา เธอยืนเคียงข้างด้วยท่าทีสง่างามและมั่นใจ ดวงตาสกาวฉายแววเด็ดเดี่ยว ต่างจากอดีตที่เธอเคยต้องก้มหน้าหลบสายตาคนพวกนี้ยามที่ลู่เฉินถูกรังแก “ลู่... ลู่เฉิน!” เฉินเทียนผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ด้วยความตกใจจนข้อศอกชนเข้ากับแก้วกาแฟล้มคว่ำ กาแฟสีดำไหลนองโต๊ะแต่เจ้าตัวกลับไม่สนใจแม้แต่น้อย “แก... แกเข้ามาในนี้ได้อย่างไร! ที่นี่คือเขตหวงห้ามของสมาคมการค้า กรรมการทุกคนล้วนมีอำนาจสิทธิ์ขาด...” “สิทธิ์ขาดงั้นหรือครับ?” ลู่เฉินยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไร้ซึ่งความอบอุ่นนี้ทำให้ผู้พบเห็นรู้สึกเสียวสันหลังวาบราวกับมีใบมีดมาจ่ออยู่ตรงลำคอ เขาก้าวเดินอย่างเชื่องช้า ส้นรองเท้าหนังราคาแพงกระทบกับพื้นหินอ่อนเกิดเสียงก้องกังวานเป็นจังหวะ ราวกับเสียงนาฬิกาแห่งความตายที่กำลังนับถอยหลังให้กับบอร์ดบริหารชุดนี้ ลู่เฉินดึงเก้าอี้ประธานตัวใหญ่ที่สุดตรงหัวโต๊ะออกด้วยมือข้างเดียว ก่อนจะหย่อนตัวลงนั่งไขว่ห้างอย่างสบายอารมณ์ ราวกับเจ้าของบ้านที่กำลังต้อนรับแขกผู้มาเยือนที่ไร้ค่า “คุณเฉิน คุณคงลืมไปแล้วกระมังครับว่า ตั้งแต่เมื่อหนาวปีก่อน จนถึงฤดูร้อนที่ผ่านมา หนี้สินมหาศาลที่สมาคมกู้ยืมมาจากกองทุนเงามืด... ใครเป็นคนเซ็นอนุมัติค้ำประกัน?” คำพูดเรียบๆ แต่ทรงพลังนั้นทำให้เฉินเทียนหน้าถอดสีทันที เขาล้มตัวลงนั่งแปะกับเก้าอี้ราวกับคนหมดแรง “ทะ... ทางกองทุนนั้น... เป็นของกลุ่มทุนลึกลับ...” “ถูกต้องครับ และกลุ่มทุนลึกลับที่ว่านั้น ก็คือบริษัทโฮลดิ้งที่อยู่ภายใต้ระบบหมอเทวะแรงก์ SSS ของผมเอง” ลู่เฉินดีดนิ้วเบาๆ หนึ่งครั้ง ประตูห้องประชุมถูกเปิดออกอีกครั้งพร้อมกับทีมกฎหมายระดับชาติสิบคนเดินเรียงหน้ากระดานเข้ามา พร้อมกับแฟ้มเอกสารสีดำสนิทนับสิบเล่มที่ถูกวางกระแทកลงตรงหน้าของบอร์ดบริหารแต่ละคนอย่างไม่เกรงใจ “เปิดดูสิครับ” ลู่เฉินผายมือด้วยท่าทีสุภาพบุรุษจอมปลอม “เอกสารชุดนี้คือสัญญาจำนองทรัพย์สินทั้งหมดของพวกคุณ ไม่ว่าจะเป็นอสังหาริมทรัพย์ หุ้นส่วนในสมาคม หรือแม้แต่บัญชีธนาคารส่วนตัว ตอนนี้... มันถูกโอนย้ายมาเป็นกรรมสิทธิ์ของผมเรียบร้อยแล้ว ผ่านการอนุมัติทางกฎหมายแบบร้อยเปอร์เซ็นต์” กรรมการคนหนึ่งหน้าซีดเผือด รีบเปิดแฟ้มเอกสารออกดูด้วยมือที่สั่นเทา ทันทีที่เห็นลายเซ็นและตราประทับทางกฎหมาย ดวงตาของเขาก็เบิกโพลงด้วยความสิ้นหวัง “ไม่จริง... เป็นไปไม่ได้! นี่มันการฮุบกิจการแบบไม่ทันตั้งตัว! พวกเราฟ้องศาลได้นะ!” “ฟ้องหรือครับ?” ลู่เฉินหัวנסในลำคอเบาๆ แววตาสีดำสนิทฉายแววเย้ยหยัน “เชิญตามสบายเลยครับ แต่เกรงว่าทนายความทั่วทั้งประเทศตอนนี้... น่าจะเซ็นสัญญาทำงานให้บริษัทของผมไปหมดจนไม่เหลือใครรับทำคดีให้พวกคุณแล้วล่ะครับ” บรรยากาศในห้องประชุมกดดันจนแทบหายใจไม่ออก เสียงเครื่องปรับอากาศทำงานแข่งกับเสียงหัวใจของเหล่าคนทรยศที่เต้นระรัวราวกับกลองเพล ชายหนุ่มผู้เคยถูกเหยียดหยามว่าเป็นแค่ฮีลเลอร์แรงก์ F ไร้ค่า บัดนี้กลับนั่งอยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหาร กุมชะตาชีวิตของเหล่าผู้มีอิทธิพลที่เคยเหยียบย่ำเขาอย่างไร้ความปรานี หลินม่านม่านก้าวเข้ามาใกล้ลู่เฉินเล็กน้อย มือเรียวบางวางลงบนพนักเก้าอี้ด้านหลังของเขา เป็นการแสดงออกถึงความภักดีและพร้อมจะเคียงข้างในทุกย่างก้าว สายตาของเธอมองไปยังเฉินเทียนและพวกพ้องด้วยความรู้สึกสะใจอย่างที่สุด คนพวกนี้เคยหัวเราะเยาะหยามหยันในวันที่เธอกับลู่เฉินลำบาก แต่ในวันนี้... คนพวกนั้นกลับต้องมานั่งคุกเข่า (ทางพฤติกรรม) อยู่ใต้เงาอำนาจของคนที่พวกเขาเคยดูถูก “เอาล่ะครับ” ลู่เฉินประสานมือไว้บนตัก สายตาคมกริบกวาดมองทุกคนเป็นครั้งสุดท้าย “ในฐานะเจ้าของและประธานคนใหม่ของสมาคมการค้าแห่งนี้ ผมมีคำสั่งแรกประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน” เฉินเทียนริมฝีปากสั่นระริก เขารวบรวมเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายพยายามเปล่งเสียงร้องขอความเมตตา “ลู่... ท่านประธานลู่ ได้โปรด... เมตตาพวกเราด้วยเถอะครับ พวกเราแก่กันหมดแล้ว ขอโอกาสให้อีกสักครั้ง...” “โอกาสมีไว้สำหรับคนที่เห็นคุณค่าของมันครับ ไม่ใช่สำหรับสุนัขที่รอจังหวะแว้งกัด” ลู่เฉินตัดบทอย่างไร้เยื่อใย น้ำเสียงราบเรียบแต่เด็ดขาดราวกับประกาศิตสวรรค์ “ปลดบอร์ดบริหารชุดเก่าออกยกแผง ยึดทรัพย์สินส่วนเกินทั้งหมดเพื่อชดใช้หนี้ และเนรเทศพ้นจากเครือข่ายสมาคมการค้าตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป!” สิ้นเสียงคำสั่ง ทีมรักษาความปลอดภัยสวมเกราะไฮเทคแรงก์สูงนับสิบคนก็กรูเข้ามาในห้อง ควบคุมตัวบอร์ดบริหารทั้งหมดกดลงกับพื้นอย่างไร้ความปรานี เสียงโอดครวญและเสียงร้องขอชีวิตดังระเบ็งเซ็งเร่ แต่ลู่เฉินกลับไม่แม้แต่จะชายตามอง เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดปกเสื้อสูทให้เข้ารูปอย่างใจเย็น ก่อนจะหันไปสบตากับหลินม่านม่านที่ส่งยิ้มหวานให้เขา ทว่า... ในจังหวะที่ลู่เฉินกำลังจะเอ่ยปากชวนหลินม่านม่านเดินทางกลับ สมาร์ทโฟนส่วนตัวของเขากลับสั่นขึ้นอย่างรุนแรง หน้าจอแสดงเบอร์โทรเข้าจากหมายเลขปริศนาที่ถูกเข้ารหัสลับระดับทหาร ลู่เฉินขมวดคิ้วเล็กน้อย กดรับสายโดยเปิดสปีดเกอร์โฟนเพื่อให้หลินม่านม่านได้ยินด้วย “นายท่านครับ... ระบบตรวจพบความผิดปกติขนาดใหญ่ พลังงานระดับภัยพิบัติกำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่ใจกลางเขตมหานคร และเป้าหมายของมันคือ... คฤหาสน์ส่วนตัวของท่าน ที่ซึ่งคุณม่านม่านสั่งให้แม่บ้านดูแลอยู่ครับ!” เสียงรายงานจากปลายสายขาดหายไปพร้อมกับเสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวที่ดังทะลุเข้ามาผ่านโทรศัพท์ และในวินาทีนั้นเอง หน้าจอแท็บเล็ตรายงานสถานะความปลอดภัยของคฤหาสน์ในมือลู่เฉินก็เปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนสีเลือดกระพริบเตือนรัวๆ: [ระบบป้องกันรอบคฤหาสน์ถูกทำลายโดยสิ่งมีชีวิตปริศนา!] ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนหมอเทวะแรงก์ SSS มาโดยตลอดครับ
สารจากนักเขียน (หมอเทวะแรงก์ SSS)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบหมอเทวะแรงก์ SSS: แฟนเก่าสะดุ้งเมื่อรู้ว่าฉันรวยล้นฟ้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%