แรงลมกระโชกแรงจากใบพัดเฮลิคอปเตอร์รุ่นท็อปสุดบนดาดฟ้า พัดกระหน่ำจนผ้าม่านกำมะหยี่สีแดงในห้องประมูลลับระดับวีไอพีปลิวไสว กลิ่นอายของอำนาจที่แท้จริงแผ่ซ่านกดทับบรรยากาศจนทุกคนในห้องต้องกลั้นหายใจ ชายชุดดำนับสิบคนที่ก้าวเข้ามาไม่ได้เป็นเพียงบอดี้การ์ดธรรมดา แต่พวกเขาคือหน่วยรบพิเศษระดับฮันเตอร์แรงก์ S ที่ถูกซื้อตัวด้วยเงินมหาศาล และในวินาทีนี้ พวกเขากำลังโค้งคำนับให้ชายหนุ่มผู้หนึ่งอย่างพร้อมเพรียง
ลู่เฉินปัดฝุ่นที่มองไม่เห็นบนปกเสื้อสูทสั่งตัดราคาแพงลิบลิ่วของเขาอย่างไม่แยแส สายตาคมกริบดั่งใบมีดกวาดมองไปยังเหล่ามหาเศรษฐีและผู้มีอิทธิพลที่ต่างพากันถอยกรูดด้วยความหวาดกลัว ก่อนที่นัยน์ตาคู่นั้นจะหยุดลงที่ร่างของโจวฮ่าว ซึ่งเวลานี้ใบหน้าถอดสีซีดเผือดราวกับคนใกล้ตาย
"นี่... นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน! แกมันก็แค่ฮีลเลอร์ขยะแรงก์ F ที่ฉันเคยเหยียบย่ำไม่ใช่เหรอ!" โจวฮ่าวแผดเสียงตะโกนออกมาด้วยความสติแตก เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน นัยน์ตาเบิกโพรงด้วยความหวาดระแวงและไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เห็น
หลินม่านม่านที่ยืนอยู่เคียงข้างลู่เฉินมาตลอด เม้มริมฝีปากแน่นด้วยความตื้นตัน แม้ในอดีตพวกเขาจะเคยถูกเหยียบย่ำจนจมดิน แต่ในวันนี้ มือหนาที่กุมมือเธอไว้นั้นคือกำแพงเหล็กที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกใบนี้ ลู่เฉินไม่ได้แม้แต่จะชายตามองโจวฮ่าวผู้กำลังสติหลุด เขาเพียงแค่ยกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันและเย็นชาจนน่าขนลุก
"ฮีลเลอร์แรงก์ F อย่างงั้นหรือครับ... โจวฮ่าว คุณคงลืมไปแล้วสินะครับว่า คนที่คุณพยายามจะเหยียบย่ำในวันนั้น คือคนเดียวกับที่จะกว้านซื้อทุกอย่างที่คุณภาคภูมิใจในวันนี้" เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลเอ่ยขึ้น ทว่ากลับทรงพลังราวกับค้อนยักษ์ที่ทุบลงกลางใจผู้ฟัง
"ประธานโจวครับ! เชิญสงบสติอารมณ์ด้วยครับ ที่นี่คือเขตอิทธิพลของตระกูลลู่..." ผู้จัดงานประมูลรีบวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาห้ามปราม แต่ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะพูดจบ ลู่เฉินก็ยกมือขึ้นเพียงนิดเดียว บอดี้การ์ดชุดดำด้านหลังก็ก้าวออกมาขวางพร้อมกับโยนแฟ้มเอกสารสีดำสนิทลงบนโต๊ะประมูลกลางห้อง
เสียงกระแทกของแฟ้มหนาหนักดึงดูดสายตาทุกคู่ให้ก้มลงมอง ผู้จัดงานมือสั่นเทาขณะเปิดแฟ้มเอกสารนั้นออก และเพียงแค่กวาดสายตาไปบรรทัดแรก ใบหน้าของเขาก็ซีดเผือดไร้สีเลือด ยิ่งกว่ากระดาษเสียอีก
"ฉ... ฉ่านโฉด... โฉนดที่ดินทั้งเขตการค้า และ... และหุ้นร้อยละเจ็ดสิบของตระกูลโจว! เป็น... เป็นไปได้ยังไงกัน!" ผู้จัดงานอุทานเสียงหลง ร่างกายทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นด้วยความหมดแรง
โจวฮ่าวพุ่งเข้าไปแย่งเอกสารในมือผู้จัดงานมาดูด้วยความบ้าคลั่ง นัยน์ตาของเขาเบิกกว้างจนแทบจะถลนออกมาเมื่อเห็นลายเซ็นและตราประทับอย่างเป็นทางการ "ไม่จริง! นี่มันโกหก! ตระกูลโจวของฉันยิ่งใหญ่แค่ไหน แกไม่มีทางซื้อหุ้นทั้งหมดนี่ได้หรอก! แกเอาเงินมาจากไหนวะไอ้ลู่เฉิน!"
ลู่เฉินหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความดูแคลน เขาก้าวเข้าไปใกล้โจวฮ่าวทีละก้าว ช้าๆ ทว่ามั่นคง แรงกดดันจาก "ระบบหมอเทวะแรงก์ SSS" และสถานะมหาเศรษฐีไร้ขีดจำกัดแผ่พุ่งจนโจวฮ่าวต้องก้าวถอยหลังด้วยความหวาดกลัวจนสะดุดขาตัวเองล้มลงไปนั่งกองกับพื้น
"เงินเหรอครับ..." ลู่เฉินย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับคุณชายตระกูลใหญ่ผู้กำลังหมดสภาพ "สำหรับคุณ มันอาจจะเป็นเงินก้อนโตที่ต้องใช้เวลาสะสมทั้งชีวิต แต่สำหรับผมแล้ว... มันก็เป็นแค่เศษเงินที่ผมใช้ซื้อความสุขให้ภรรยาของผมในเวลาว่างเท่านั้นเองครับ"
สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศภายในห้องประมูลก็เงียบสงบลงราวกับป่าช้า ทุกสายตาที่มองมายังลู่เฉินเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและยำเกรง ชายหนุ่มที่พวกเขาเคยคิดว่าเป็นเพียงเศษสวะไร้ค่า บัดนี้ได้กลายเป็นเจ้าชีวิตผู้กุมชะตากรรมของพวกเขาทั้งหมดไว้ในกำมือแล้ว
โจวฮ่าวตัวสั่นเทา ใบหน้าอาบไปด้วยน้ำตาแห่งความสิ้นหวัง เขาเงยหน้าขึ้นมองลู่เฉินด้วยสายตาที่เปลี่ยนจากความหยิ่งผยองเป็นความเวทนาและอ้อนวอน "ลู่เฉิน... พี่ลู่... ผมขอร้องล่ะครับ ไว้ชีวิตผมเถอะ ผมสำนึกผิดแล้ว สิ่งที่คุณต้องการ ผมจะยกให้หมดเลย! ขอร้องล่ะครับ อย่าทำลายตระกูลโจวเลยนะ!"
ลู่เฉินมองดูภาพของชายที่เคยเหยียบย่ำเขาอย่างไร้ความปรานี กำลังคุกเข่าร้องขอชีวิตอยู่แทบเท้าด้วยความรู้สึกที่ว่างเปล่า ไม่มีแม้แต่ความสะใจหลงเหลืออยู่ มีเพียงความเย็นชาอันไร้ก้นบึ้ง เขาค่อยๆ ยืดตัวขึ้นเต็มความสูง ปัดรอยยับที่ปลายแขนเสื้อเพียงเล็กน้อย
"ในวันที่คุณเหยียบย่ำผมและม่านม่าน คุณเคยคิดถึงคำว่า 'ไว้ชีวิต' บ้างไหมครับ?" ลู่เฉินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ก่อนจะหันหลังให้กับความอัปยศอดสูเบื้องหน้า "จัดการให้เรียบร้อยครับ อย่าให้ขยะพวกนี้มาทำให้บรรยากาศของค่ำคืนนี้ต้องแปดเปื้อน"
"รับทราบครับท่านประธาน!" เสียงขานรับจากหัวหน้าบอดี้การ์ดดังลั่น
ลู่เฉินเอื้อมมือไปโอบไหล่บางของหลินม่านม่านอย่างอ่อนโยน พาเธอก้าวเดินออกจากห้องประมูลท่ามกลางความเงียบงันและสายตาดั่งมองปีศาจของผู้คนรอบข้าง เสียงสะอื้นไห้และเสียงร้องขอความช่วยเหลือของโจวฮ่าวดังไล่หลังมาเรื่อยๆ ก่อนจะถูกกลบด้วยเสียงใบพัดเฮลิคอปเตอร์ที่เริ่มหมุนวนอีกครั้งเพื่อพาพวกเขาทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าที่กว้างใหญ่กว่าเดิม
ทว่า ในขณะที่เฮลิคอปเตอร์กำลังลอยตัวขึ้นสู่ความสูงระดับเมฆ หน้าจอระบบสีทองอร่ามที่ปรากฏขึ้นมาตรงหน้าของลู่เฉินโดยไม่มีใครมองเห็น กลับสั่นกระพริบด้วยแสงสีแดงฉาน พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนจากระบบที่ดังขึ้นในหัว
[แจ้งเตือนฉุกเฉินจากระบบ: ตรวจพบการเข้าถึงเครือข่ายลับจาก 'องค์กรเงาพยัคฆ์' เป้าหมายรายต่อไปไม่ใช่แค่ตระกูลโจว แต่เป็นบุคคลลึกลับที่อยู่เบื้องหลังการตายของพ่อแม่คุณเมื่อสิบปีก่อน และ... กำลังรอต้อนรับคุณอยู่ที่จุดหมายปลายทางเบื้องล่างนี้แล้วครับ]
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "หมอเทวะแรงก์ SSS" มาโดยตลอดนะครับ!
ระบบหมอเทวะแรงก์ SSS: แฟนเก่าสะดุ้งเมื่อรู้ว่าฉันรวยล้นฟ้า•ตอนที่ 11
ตบหน้าคุณชายตระกูลใหญ่คาเวทีประมูล
ผลงานโดย หมอเทวะแรงก์ SSS
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอเทวะแรงก์ SSS)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบหมอเทวะแรงก์ SSS: แฟนเก่าสะดุ้งเมื่อรู้ว่าฉันรวยล้นฟ้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!