ดีไซเนอร์มือฉมังกับศัตรูหัวใจในวันแกรนด์โอเพนนิ่ง•ตอนที่ 3

การพบกันกลางงานกาล่า

ผลงานโดย เค้กวานิลลา
กลิ่นอายของแชมเปญชั้นเลิศและควันซิการ์ราคาแพงลอยอบอวลอยู่ภายใต้โคมระย้าคริสตัลระยิบระยับ น้ำเสียงหัวเราะต่อกระซิกของเหล่าเซเลบริตี้และนักธุรกิจแถวหน้าดังประสานไปกับเสียงดนตรีคลาสสิกบรรเลงสด ทว่าสำหรับลลินแล้ว บรรยากาศหรูหราเหล่านี้กลับเป็นเพียงฉากหลังจอมปลอมที่ใช้อำพรางความเน่าเฟะของสังคมไฮโซ นิ้วเรียวภายใต้ถุงมือลูกไม้สีดำสนิทเคาะลงบนก้านแก้วคริสตัลเบาๆ สายตาคมกริบกวาดมองไปทั่วห้องบอลroomขนาดมหึมาของโรงแรมระดับเจ็ดดาวแห่งนี้ งานการกุศล ‘Diamond of Hope’ ในคืนนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อการระดมทุนช่วยเหลือสังคมอย่างที่ป้ายไฟหน้างานโฆษณา หากแต่มันคือตลาดมืดขนาดย่อม ที่ซึ่งบรรดาผู้มีอิทธิพลใช้ซื้อขายอำนาจและผลประโยชน์บนความทุกข์ยากของผู้อื่น และเป้าหมายของเธอก็อยู่ไม่ไกลจากจุดที่ยืนอยู่นี้ ศิรินทร์ในชุดราตรีผ้าไหมปักคริสตัลระยับสีแชมเปญ กำลังยืนโพสท่าให้ช่างภาพจากนิตยสารแฟชั่นชื่อดังรัวชัตเตอร์ด้วยรอยยิ้มหวานหยด ทว่าในสายตาของลลิน รอยยิ้มนั้นช่างน่าสมเพชเสียจนเธอแทบอยากจะเดินเข้าไปกระชากหน้ากากจอมปลอมนั่นให้หลุดออกต่อหน้าสาธารณชน ผลงานดีไซน์คอลเลกชันล่าสุดที่ศิรินทร์สวมใส่อยู่นั้น แท้จริงแล้วคือหยาดเหงื่อและมันสมองของเธอที่ถูกอีกฝ่ายขโมยไปอย่างไร้ยางอายเมื่อสามปีก่อน "ดูมีความสุขเสียจริงนะ... บนหยาดเลือดและคราบน้ำตาของคนอื่น" ลลินพึมพำกับตัวเองเบาๆ มุมปากยกยิ้มเยาะอย่างไม่คิดจะปิดบัง แผนการในค่ำคืนนี้ถูกวางไว้มาอย่างรัดกุม ฮาร์ดไดรฟ์ขนาดเล็กที่ซ่อนอยู่ในกระเป๋าคลัตช์ใบจิ๋วบรรจุหลักฐานชิ้นสำคัญที่จะกระชากหน้ากากนางแบบสาวจอมลอกเลียนแบบให้ดิ่งลงสู่นรกทั้งเป็น และเพื่อการนั้น เธอจึงต้องแฝงตัวเข้ามาในฐานะแขกรับเชิญปริศนาที่ไม่มีใครรู้จัก ทว่า ในจังหวะที่เธอกำลังจะก้าวเท้าฝ่าฝูงชนเข้าไปประชิดตัวเป้าหมาย ร่างสูงใหญ่ในชุดสูททักซิโด้สีดำสนิทตัดเย็บอย่างประณีตก็ก้าวเข้ามาขวางทางไว้โดยกะทันหัน ปึก! แรงปะทะทำให้เครื่องดื่มในมือของลลินกระฉอกเล็กน้อย ลลินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจ เงยหน้าขึ้นเตรียมจะเอ่ยปากต่อว่าคู่กรณีที่เดินไม่ดูตาม้าตามเรือ ทว่าทันทีที่ดวงตาสคู่คมสบเข้ากับใบหน้าหล่อเหลาคมคายที่เต็มไปด้วยความเย็นชาและเย่อหยิ่ง คำพูดทั้งหมดก็กลืนหายลงไปในลำคอ คิรากร... ทายาทมหาเศรษฐีผู้กุมอาณาจักรธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครึ่งค่อนประเทศ และเป็นชายหนุ่มผู้ส่งเสียงเตือนเย็นเยียบผ่านสายโทรศัพท์เมื่อสิบนาทีที่แล้ว เขายืนอยู่ตรงหน้าเธอแล้ว ในระยะประชิดจนกลิ่นน้ำหอมกลิ่นไม้จันทน์ผสมความเย็นยะเยือกของเขาลอยแตะจมูก ดวงตาคมกริบของคิรากรกวาดมองลลินตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยสายตานิ่งเรียบ ทว่าแฝงไปด้วยความกดดันอันมหาศาลที่ทำเอาบรรยากาศรอบตัวราวกับลดอุณหภูมิลงฮวบฮาบ รอยยิ้มมุมปากของเขาช่างน่ากลัวเสียยิ่งกว่าความโกรธเกรี้ยว "ไม่คิดเลยว่าดีไซเนอร์ตกอับที่เพิ่งถูกฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายระดับพันล้าน จะมีความสามารถสูงพอที่จะหาบัตรเชิญเข้างานระดับนี้มาได้... หรือคุณแอบย่องเข้ามาทางประตูหลังกันแน่ล่ะคะ คุณลลิน" เสียงทุ้มต่ำที่จงใจเน้นย้ำชื่อของเธอ ทำให้ลลินต้องสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ เธอยืดตัวขึ้นสู้สายตาเขาอย่างไม่เกรงกลัว ความกลัวไม่ใช่สิ่งที่อยู่ในพจนานุกรมของเธอมานานแล้ว ยิ่งเมื่อต้องเผชิญหน้ากับผู้ชายที่ทรงอิทธิพลที่สุดคนหนึ่งในประเทศ เธอกลับยิ่งรู้สึกถึงความท้าทายที่สูบฉีดไปทั่วร่าง ลลินหัวเราะในลำคอเบาๆ ดวงตาสีเข้มจ้องมองตรงไปยังนัยน์ตาคมกริบของอีกฝ่ายอย่างไม่หลบเลี่ยง เธอยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้ายวนที่ซ่อนความอันตรายไว้เต็มเปี่ยม "ถ้าฉันจะเข้างานมาด้วยวิธีไหน มันก็คงเรื่องส่วนตัวของฉันนะคะ คุณคิรากร... แต่ดูท่าทางคุณจะว่างมากเสียจนมีเวลามาเดินตรวจตราความเรียบร้อยของแขกในงาน แทนที่จะไปดูแลคู่หมั้นคนสวยที่กำลังยืนยันความหน้าด้านอยู่ตรงโน้น" ลลินปรายตามองไปยังจุดที่ศิรินทร์กำลังยืนอยู่ ก่อนจะหันกลับมาสบตาเขาตรงๆ "หรือว่าคุณกลัวความจริงบางอย่างมันจะหลุดออกมาจากปากฉันเสียก่อนล่ะคะ?" คิรากรหรี่ตาลงเล็กน้อย รังสีความกดดันรอบตัวแผ่ซ่านออกมาจนผู้คนรอบข้างเริ่มถอยร่างหนีห่างออกไปโดยอัตโนมัติ ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงมาใกล้เธอจนกระซิบผ่านริมฝีปากที่อยู่ห่างกันเพียงคืบ น้ำเสียงของเขาแหบพร่าทว่าเต็มไปด้วยอำนาจที่กดทับ "ความจริงงั้นหรือคะ? หึ... คุณคิดว่าหลักฐานปลอมๆ ในมือของคุณ จะทำลายคนที่อยู่ภายใต้การคุ้มครองของฉันได้จริงๆ หรือไงลลิน" คิรากรยืดตัวกลับมามองเธอด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา "จำคำเตือนของฉันไว้ให้ดี ผู้หญิงที่เล่นกับไฟ มักจะไม่ได้ตายเพราะความร้อน... แต่ตายเพราะความโง่เขลาของตัวเอง" ลลินจ้องมองรอยยิ้มเยືือกเย็นของเขา หัวใจเต้นระรัวด้วยความโกรธผสมความตื่นเต้น เธอไม่เคยคิดจะถอยหลังกลับอยู่แล้ว ไม่ว่าคิรากรจะทรงอิทธิพลมาจากไหน เธอก็พร้อมจะชนให้แหลกกันไปข้างหนึ่ง ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศระหว่างทั้งคู่กำลังตึงเครียดจนถึงขีดสุด เสียงฮือฮาจากกลุ่มคนด้านหน้าห้องบอลรูมก็ดังขึ้นแทรกกลางความเงียบ แสงแฟลชจากกล้องนับร้อยตัวสาดส่องไปยังประตูทางเข้าหลักที่เพิ่งถูกเปิดออกอย่างไร้สัญญาณเตือน ร่างของบุคคลที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะปรากฏตัวในงานการกุศลระดับประเทศก้าวเท้าเข้ามาท่ามกลางการอารักขาของบอดี้การ์ดนับสิบชีวิต ชายชราผู้เป็นประธานกิตติมศักดิ์ของสมาคมแฟชั่นโลก ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของแบรนด์ระดับไฮเอ็นด์ทั่วยุโรป กำลังเดินตรงดิ่งเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าลลินและคิรากร สายตาฝ้าฟางแต่ทรงอำนาจกวาดมองไปรอบห้อง ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ลลินพร้อมกับรอยยิ้มกว้าง และเอ่ยประโยคที่ทำให้ทุกคนในงานต้องช็อกตาค้างจนแทบไม่กล้าหายใจ "ยินดีต้อนรับการกลับมาอย่างเป็นทางการค่ะ... ท่านประธานผู้ก่อตั้งตัวจริงแห่ง Lalin Haute Couture" เค้กวานิลลาขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนที่ 3 แล้วนะคะ พบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์มือฉมังกับศัตรูหัวใจในวันแกรนด์โอเพนนิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%