หอกทมิฬเสียดนภา: ยุทธการล้างแค้นใต้แสงดวงดารา•ตอนที่ 46

ควันหลง

ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
กลิ่นอายความอับชื้นของห้องสอบสวนใต้ดินยังคงติดตรึงอยู่ที่ปลายจมูก แม้ศิลาจะก้าวพ้นประตูเหล็กหนาทึบออกมาสู่แสงไฟนีออนยามวิกาลของเมืองหลวงแล้วก็ตาม แรงกระแทกจากคำพูดสุดท้ายของธันวายังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท ราวกับลิ่มเหล็กแหลมที่ถูกตอกย้ำลงบนรอยแผลเป็นเก่าในจิตใจ ภาพของแฟ้มคดีลับที่ควรจะสูญหายไปพร้อมกับกองเพลิงเมื่อสิบปีก่อน บัดนี้กลับถูกส่งต่อผ่านมือของบุคคลที่สาม... บุคคลที่ไม่อยู่ในสมการแห่งการล้างแค้นของเขาตั้งแต่แรก "คุณศิลาคะ—เอ๊ย คุณศิลาครับ ทางนี้ครับ" เสียงเรียกของรินรดาฉุดรั้งสติของชายหนุ่มให้กลับคืนสู่ปัจจุบัน หญิงสาวในชุดสูทลำลองยับยู่ยี่จากการวิ่งวุ่นตลอดคืนยืนรออยู่ข้างรถยนต์ส่วนตัว ดวงตาคู่สวยคู่นั้นอิดโรยแต่เต็มไปด้วยประกายแห่งความมุ่งมั่น เธอยื่นแท็บเล็ตหน้าจอแสดงผลพาดหัวข่าวหน้าหนึ่งของสำนักข่าวชื่อดังให้เขาดู พาดหัวข่าวยักษ์ใหญ่พ่นพิษใส่สังคมอย่างดุเดือด *“ทลายเครือข่ายเงา: เบื้องหลังหน้ากากนักบุญของธันวา ประชาชนช็อก เมืองหลวงสั่นคลอน!”* ศิลาปรายตามองหน้าจอนั้นด้วยมุมปากที่กระตุกขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มเยียบเย็นปรากฏบนใบหน้าคมคายที่ผ่านการผ่านศึกมาอย่างโชกโชน มันไม่ใช่รอยยิ้มแห่งชัยชนะ แต่มันคือรอยยิ้มสมเพชให้กับความตื้นเขินของโลกใบนี้ "พวกเขากำลังดีใจกันสินะครับ..." ศิลาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบ นัยน์ตาคมกริบมองทอดผ่านกระจกรถไปยังถนนเบื้องหน้าที่มีผู้คนเดินขว้างไขว่คว้าหาความสงบสุขจอมปลอม "คิดว่าตัดหัวงูเห่าตัวเดียว แล้วพิษในเขี้ยวจะหายไปจากระบบนิเวศ" รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอรู้ดีว่าศิลาไม่ได้หมายถึงแค่ตัวธันวา "ฉัน... หมายถึงรวบรวมหลักฐานทั้งหมดส่งให้ ป.ป.ช. แล้วนะคะ... เอ๊ย ครับ" รินรดาเผลอหลุดคำพูดตามความคุ้นเคยก่อนจะรีบปรับสรรพนามให้เหมาะสมเมื่อเห็นสายตาจริงจังของชายหนุ่ม "ตำรวจเองก็กำลังเร่งกวาดล้างเครือข่ายธุรกิจสีเทาของเขาอยู่ ทรัพย์สินถูกอายัดหมดแล้ว หุ้นในตลาดหลักทรัพย์ร่วงติดฟลอร์ตั้งแต่ตลาดเปิดภาคเช้า ผู้ถือหุ้นรายย่อยกำลังประท้วงหน้าตึกใหญ่ ประชาชนส่วนใหญ่ต่างแซ่ซ้องสรรเสริญการทำงานของพวกเรา... นี่ไม่ใช่สิ่งที่คุณศิลาต้องการหรอครับ?" ศิลาหันกลับมามองคู่หูสาวชั่วครู่ นิ้วเรียหายาวเคาะพวงมาลัยรถเป็นจังหวะช้าๆ สะท้อนถึงความคิดที่กำลังหมุนวนดั่งพายุหมุน "รินรดา..." ศิลาเอ่ยเรียกเสียงแผ่วเบา ทว่าทรงพลังพอที่จะทำให้บรรยากาศภายในรถเงียบสงบลงทันที "คุณคิดว่าความยุติธรรมราคาเท่าไหร่?" รินรดาขมวดคิ้ว "คุณหมายความว่ายังไง?" "ธันวาไม่ได้สร้างอาณาจักรนี้ขึ้นมาด้วยตัวคนเดียวครับ" ศิลาหันไปสบตาเธอตรงๆ แววตานั้นลึกซึ้งและว่างเปล่าในเวลาเดียวกัน "เขาก็แค่หมากตัวหนึ่ง... หมากที่ถูกเลี้ยงให้โตบนกองเลือดและผลประโยชน์ร่วมกันของคนอีกหลายสิบชีวิตในสภา ในกระทรวง และในตึกสูงระฟ้าพวกนั้น เมื่อหมากตัวนี้เริ่มเดินเกมพลาด ผู้ควบคุมกระดานก็แค่เขี่ยมันทิ้ง แล้วหาหมากลงสนามตัวใหม่" บรรยากาศในรถอึมครึมลงทันตาเห็น รินรดารู้สึกเหมือนอากาศรอบตัวเบาบางลง เธอทำงานเป็นนักข่าวสายสืบสวนมาหลายปี เผชิญหน้ากับความเน่าเฟะมาก็มาก แต่ความจริงที่ศิลากำลังสื่อสาร มันกว้างใหญ่และมืดมนเกินกว่าที่หน้ากระดาษหนังสือพิมพ์จะรองรับได้ "แล้ว... แฟ้มที่คุณศิลาได้มาล่ะคะ?" รินรดาเปลี่ยนเรื่องเข้าสู่ประเด็นสำคัญที่คาใจ "ตอนอยู่ในห้องสอบสวน ฉันเห็นสีหน้าของคุณเปลี่ยนไป... มันมีอะไรมากกว่ารายชื่อเครือข่ายฟอกเงินใช่ไหมครับ?" ศิลาไม่ตอบในทันที เขาเบือนหน้ามองออกไปนอกกระจก ร้านค้าข้างทางเริ่มปิดไฟ ผู้คนทยอยกลับบ้านเพื่อเริ่มต้นวันใหม่ด้วยความหวังลมๆ แล้งๆ ว่าโลกใบนี้ปลอดภัยขึ้นแล้ว ช่างเป็นภาพลวงตาที่น่าขันเสียจริง "มันไม่ใช่แค่เรื่องเงินครับรินรดา" ศิลาพึมพำ น้ำเสียงราบเรียบแต่เต็มไปด้วยแรงกดดัน "รายชื่อในแฟ้มนั้น... มีลายมือชื่อของคนคนหนึ่งที่ควรจะตายไปในกองเพลิงเมื่อสิบปีก่อน คนที่พ่อของผมเคยไว้ใจที่สุด คนที่บอกว่าตัวเองเป็นเหยื่อ... แต่ความจริง เขาคือผู้กำกับบทละครทั้งหมด" รินรดาเบิกตากว้าง หัวใจเต้นระรัวด้วยความตกใจ "เป็นไปได้ยังไงคะ? ใครกัน?!" ก่อนที่ศิลาจะทันได้เอ่ยชื่อนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของเขาก็แผדเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ เสียงเรียกเข้านั้นเป็นเพียงเสียงโทนมาตรฐาน แต่กลับทำให้สันหลังของอดีตนายตำรวจหนุ่มเยียบเย็นลงอย่างประหลาด ศิลาหยิบเครื่องมือสื่อสารขึ้นมา หน้าจอปรากฏเบอร์แปลกที่ไม่แสดงตัวตน ไม่มีชื่อ ไม่มีที่มา มีเพียงรหัสตัวเลขชุดหนึ่ง... ชุดตัวเลขเดียวกันกับที่สลักอยู่บนปลอกกระสุนในคืนวันเกิดเหตุโศกนาฏกรรมครอบครัวของเขาเมื่อสิบปีก่อน เขากดรับสายแต่วางนิ่งไม่ยอมเอ่ยคำใด ปลายสายมีความเงียบปกคลุมอยู่ชั่วอึดใจ ก่อนที่เสียงทุ้มต่ำแหบพร่า คล้ายเสียงกระซิบจากความตายจะดังลอดเข้ามาในลำโพง *“เล่นสนุกพอหรือยัง... ลูกศิษย์ตัวน้อยของฉัน”* ศิลาชะงัก ร่างกายแข็งทื่อในชั่วพริบตา นัยน์ตาสสีเข้มหดแคบลงด้วยความตื่นตระหนกที่พยายามเก็บซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากความสุขุม *“เกมกระดานนี้ไม่ได้จบลงเพราะตำรวจจับธันวาหรอกนะ... แต่มันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นในวินาทีที่คุณก้าวออกจากห้องสอบสวนต่างหาก หันมองกระจกมองข้างฝั่งขวาของคุณสิ... แล้วคุณจะรู้ว่า เงามายาที่แท้จริง หน้าตาเป็นอย่างไร”* ติ๊ด! สายถูกตัดตัดไปพร้อมกับความเงียบงัน ศิลาหันขวับไปมองกระจกมองข้างฝั่งขวาทันทีตามคำสั่งของเสียงปริศนา ท่ามกลางความมืดของลานจอดรถร้าง รถเก๋งสีดำสนิทคันหนึ่งจอดนิ่งสนิทอยู่ไม่ไกล กระจกฟิล์มมืดทึบถูกเลื่อนลงช้าๆ เผยให้เห็นรอยยิ้มเยาะเย้ยของบุคคลที่นั่งอยู่ภายใน... ใบหน้าที่ศิลารู้จักดีกว่าใคร ใบหน้าที่ตายไปแล้วในความทรงจำ ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหมอกควันแห่งความจริงมาด้วยกันในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ — ราชันย์หอกทมิฬ
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หอกทมิฬเสียดนภา: ยุทธการล้างแค้นใต้แสงดวงดารา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%