กลิ่นคาวสนิมเหล็กและควันปืนจางๆ ลอยคละคลุ้งอยู่ในความมืดมิด ท่ามกลางความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัว เสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาทีละน้อยเมื่อครู่ บัดนี้ได้หยุดลงตรงหน้าประตูกระจกฝ้าของห้องสอบสวนแล้ว ไม่มีเสียงเอ่ยทักทาย ไม่มีสัญญาณเตือนใดๆ ทั้งสิ้น นอกจากเงาทะมึนหลายร่างที่ทาบทับผ่านกระจกเข้ามา
ศิลาขยับตัวอย่างเงียบเชียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ มือหนากำด้ามปืนพกในกระเป๋าเสื้อโค้ทแน่นจนข้อต่องอเกร็ง ในความมืดมิดที่ไร้ซึ่งแสงไฟจากหลอดนีออน ดวงตาคมกริบของเขาพยายามปรับสภาพเพื่อกวาดมองรอบด้าน รินรดาที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามส่งเสียงหายใจสะดุดด้วยความหวาดกลัว เขารีบยื่นมือไปแตะแขนเรียวเบาๆ เป็นเชิงส่งสัญญาณให้เธอนิ่งสนิทและหมอบลงต่ำ
"ดูเหมือนว่า... พวกมันจะไม่คิดเจรจาตั้งแต่แรกแล้วสินะครับ" เสียงทุ้มต่ำกระซิบลอดไรฟันของศิลา ดังพอให้รินรดาได้ยินเพียงลำพอง
"ศิลา..." เสียงสั่นเครือของหญิงสาวเอ่ยชื่อเขาแผ่วเบา พร้อมกับแรงบีบที่มือของเธอซึ่งสะท้อนความตื่นตระหนกได้อย่างชัดเจน
ปัง!
เสียงกระสุนนัดแรกพุ่งทะลุกระจกฝ้าเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว เศษกระจกนับร้อยชิ้นระเบิดกระจายกลายเป็นละอองฝนคมกริบ รินรดากรีดร้องเบาๆ ก่อนที่ศิลาจะพุ่งตัวเข้าไปกระชากร่างของเธอให้หลบพ้นแนววิถีกระสุนที่ตามมาอีกหลายนัดติดต่อกัน เสียงโลหะปะทะกับผนังและข้าวของในห้องดังสนั่นหวั่นไหว ท่ามกลางความโกลาหลที่เกิดขึ้นในเสี้ยววินาทีนั้น
ศิลาไม่รอช้า เขาอาศัยจังหวะที่เสียงปืนเงียบลงชั่วขณะเพื่อตอบโต้ ปากกระบอกปืนชี้ไปยังเงาร่างที่พังประตูเข้ามา และเหนี่ยวไกสวนกลับไปสองนัดซ้อน เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังขึ้นจากความมืด พร้อมกับร่างหนึ่งที่ทรุดฮวบลงกระแทกพื้น แต่กระนั้น จำนวนของพวกมันก็ไม่ได้ลดน้อยลงเลย มีเสียงฝีเท้าใหม่ก้าวเข้ามาสมทบอย่างต่อเนื่องราวกับว่าตึกหลังนี้ถูกยึดครองโดยกองกำลังไร้ตัวตนไปเสียแล้ว
"หนีไปทางช่องระบายอากาศ... ไปซะ!" ศิลาออกคำสั่งเสียงเฉียบขาด พร้อมกับยิงสกัดกั้นกลุ่มเงาปริศนาที่พยายามกรูเข้ามาประชิด
"แล้วคุณล่ะศิลา? ฉันไม่ยอมทิ้งคุณไว้ที่นี่คนเดียวแน่ๆ" รินรดาส่ายหน้าทั้งน้ำตา แม้ความกลัวจะเกาะกุมหัวใจ แต่เธอกลับปฏิเสธที่จะขยับเขยื้อn
"นี่ไม่ใช่เวลามาดื้อรั้นนะครับรินรดา! คุณก็รู้ว่าเป้าหมายที่พวกมันต้องการคือข้อมูลในมือคุณ ถ้าคุณตายที่นี่ ทุกสิ่งที่ครอบครัวของคุณแลกมาด้วยชีวิตก็จะสูญเปล่าทันที ไปเดี๋ยวนี้!" ศิลาหันมามองเธอด้วยสายตาที่ดุดันและจริงจังเป็นครั้งแรก แววตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดจากการสูญเสียในอดีตฉายชัดขึ้นมาในความมืด ทำให้รินรดาสะอื้นฮักแต่จำต้องพยักหน้ารับอย่างจำยอม
ในจังหวะที่ศิลากวาดกระสุนชุดสุดท้ายเข้าใส่กลุ่มผู้บุกรุกเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ รินรดารวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายปีนขึ้นไปบนเก้าอี้เพื่อคว้าช่องระบายอากาศด้านบน เสียงโลหะกระทบกันดังขึ้นท่ามกลางเสียงปืนที่ยังคงดังสนั่นเป็นระยะ
แต่แล้ว... เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น
แสงไฟฉุกเฉินสีแดงฉานสว่างวาบขึ้นพร้อมกันทั่วทั้งชั้น บรรยากาศที่เคยมีแต่ความมืดมิดถูกย้อมด้วยสีเลือด ทันทีที่แสงสว่างปรากฏ ศิลาก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อเงาร่างที่เขาเพิ่งยิงล้มลงไปไม่ใช่กลุ่มมือสังหารของธันวา หากแต่เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่งที่เขาคุ้นหน้าคุ้นตาเป็นอย่างดี... สารวัตรวิชิต นายตำรวจน้ำดีผู้พยายามช่วยเหลือพวกเขามาโดยตลอด
ศิลาชะงักไปชั่วขณะ หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ช่องว่างเพียงเสี้ยววินาทีนั้นเปิดโอกาสให้มือสังหารตัวจริงที่ซ่อนอยู่ด้านหลังพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว
"ระวังครับศิลา!" รินรดาร้องเตือนสุดเสียงจากช่องระบายอากาศ
ปัง!
เสียงปืนนัดสุดท้ายดังขึ้นก้องกังวาน บาดลึกเข้าไปในโสตประสาทของทุกคนในห้อง ร่างของศิลาสั่นสะท้านเล็กน้อยก่อนที่ปืนในมือจะร่วงหล่นกระแทกพื้น ดวงตาคู่คมมองไปยังร่างของชายชุดดำที่ยืนถือปืนอยู่เบื้องหน้า
ทว่า... กระสุนนัดนั้นไม่ได้พุ่งเข้าใส่ศิลา
รินรดาที่ตัดสินใจกระโดดลงมาจากช่องระบายอากาศเพื่อพุ่งเข้ามารับกระสุนแทนเขา บัดนี้ทรุดฮวบลงสู่อ้อมแขนของชายหนุ่ม เลือดสีแดงฉานไหลทะลักย้อมเสื้อผ้าสีขาวของเธอจนกลายเป็นสีเดียวกับแสงไฟฉุกเฉิน ลมหายใจของหญิงสาวแผ่วเบาลงทุกที ดวงตาคู่สวยมองหน้าศิลาด้วยรอยยิ้มจางๆ ที่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่ยังไม่ได้เอ่ย
"ฉัน... ไม่ยอมให้คุณตาย... เหมือนวันนั้นหรอกนะคะ..." เสียงกระซิบแผ่วเบาดั่งเสียงกระซิบของสายลม ก่อนที่มือเรียวที่เอื้อมมาสัมผัสแก้มของเขาจะร่วงหล่นลงข้างลำตัว พร้อมกับลมหายใจที่หยุดนิ่งสนิท
ศิลานิ่งงั้น โลกทั้งใบราวกับหยุดหมุน เสียงรอบข้างทั้งหมดดับวูบลง เหลือเพียงเสียงหัวใจที่แตกสลายเป็นล้านๆ ชิ้นของตัวเขาเอง
ในวินาทีที่เขากำลังจะกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ประตูห้องสอบสวนที่พังยุทธศาสตร์ก็ถูกผลักเปิดออกอีกครั้ง พร้อมกับร่างสูงสง่าของชายวัยกลางคนในชุดสูทเนียบเรียบ เดินน่องเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก ธันวาก้าวเข้ามาหยุดยืนเบื้องหน้าร่างไร้ลมหายใจของรินรดา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากศิลาที่กำลังลุกขึ้นยืนด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง—แววตาของปีศาจที่พร้อมจะทำลายล้างทุกสิ่งให้พินาศ
"เกมจบลงแล้วล่ะครับคุณศิลา... และผู้ชนะ ก็คือผมเสมอ"
— ราชันย์หอกทมิฬ —
หอกทมิฬเสียดนภา: ยุทธการล้างแค้นใต้แสงดวงดารา•ตอนที่ 44
เสียงปืนนัดสุดท้าย
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หอกทมิฬเสียดนภา: ยุทธการล้างแค้นใต้แสงดวงดารา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!