ขอเป็นคนโปรดของคุณ (ศัตรูหัวใจคนนี้คือผมเอง)•ตอนที่ 31

บทเรียนราคาแพง

ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
กาแฟลาเต้ร้อนๆ แก้วนั้นยังคุกรุ่นอยู่บนโต๊ะหินอ่อนหน้าคณะนิเทศศาสตร์ แต่มันคงเย็นชืดไปนานแล้ว พอๆ กับสายตาของคนที่นั่งไขว่ห้างอยู่ตรงข้ามผมในตอนนี้ “ผมบอกว่าให้เอากลับไปไงครับพี่คิน” ผมเอ่ยเสียงเรียบ โดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นจากชีทสรุปวิชาทฤษฎีการสื่อสารในมือ ปากกาไฮไลต์สีเหลืองสะท้อนแสงลากผ่านตัวอักษรบรรทัดแล้วบรรทัดเล่าอย่างตั้งใจ ราวกับว่าผู้ชายตัวสูงใหญ่ที่นั่งคุกเข่าข้างหนึ่งลงกับพื้นฟุตพาทเพื่อระดับสายตาให้เสมอกับผมนั้น เป็นเพียงธาตุอากาศที่ไม่มีตัวตน “พาย... ฟังผมก่อนสิครับ” เสียงทุ้มต่ำที่เคยดุดันและเอาแต่ใจ ตอนนี้กลับเจือแววเว้าวอนอย่างที่ผมไม่เคยคิดว่าจะได้ยินจากปาก ‘คิน’ เดือนคณะวิศวะฯ ผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร ร่างสูงในชุดนักศึกษารีดเรียบเป๊ะ เสื้อพับแขนขึ้นจนเห็นกล้ามเนื้อแขนกำยำที่ตอนนี้ดูอิดโรยอย่างเห็นได้ชัด ขอบตาดำคล้ำราวกับไม่ได้นอนมาทั้งคืน ผมเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ปิดสมุดชีทเสียงดัง ‘ปึ้ง’ จนคนรอบข้างที่เดินผ่านไปมาต้องหันมามอง แต่ผมไม่สนหรอก สายตาคมกริบตวัดกลับไปมองคนที่นั่งคุกเข่าอยู่บนพื้นคอนกรีตอย่างไม่นึกเวทนา “ฟังอะไรครับ? ฟังคำแก้ตัวว่าเน็ตมันแค่เข้ามาคุยเรื่องงาน? หรือฟังว่าพี่ไม่ได้ตั้งใจจะปล่อยให้มันสวมรอยเป็นคนพิเศษทั้งที่พี่เป็นคนอนุญาตเองวะ!” ผมสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเจือความตัดพ้อที่เก็บกดไว้มานานหลายวันทะลักออกมาจนกลั้นไม่อยู่ หัวใจเจ็บแปลบขึ้นมาวูบหนึ่งแต่ผมต้องตีหน้าตายไว้ คินสะอึกไปนิด ดวงตาคมกริบคู่นั้นไหวระริก เขาขยับตัวจะเอื้อมมือมาแตะปลายนิ้วผม แต่ผมชักมือกลับแทบจะไม่ทัน ราวกับสัมผัสของเขาคือไฟบรรัลกัลป์ที่พร้อมจะแผดเผาความตั้งใจทั้งหมดของผมให้มอดไหม้ “เรื่องเน็ต... ผมเคลียร์ขาดไปหมดแล้วครับพาย วันนั้นที่มันเข้ามาหาผมที่ภาควิชา มันพยายามจะรื้อฟื้นเรื่องเก่า แต่ผมไล่มันกลับไปตั้งแต่วินาทีแรกแล้ว ที่พี่เห็นรูปในสตอรี่... มันเป็นฝีมือมันที่แอบถ่ายตอนผมเผลอต่างหาก!” คินรีบละล่ำละลักอธิบาย สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความร้อนรนและความกลัวอย่างแท้จริง กลัวว่าผมจะเดินจากไปแบบไม่หวนกลับ “แล้วทำไมเพิ่งมาบอกตอนนี้ล่ะครับ?” ผมแค่นسหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปาก “วันที่เน็ตมันโพสต์ท้าทายผม วันที่พี่เงียบหายไปทั้งวันเพราะมัวแต่เคลียร์ปัญหาของ ‘อดีตคนคุย’ พี่เคยคิดถึงความรู้สึกของผมบ้างไหมวะคิน? หรือคิดแค่ว่าไอ้พายคนนี้มันโง่ ยอมให้จูงจมูกอยู่แล้ว จะทำอะไรก็ได้เหรอ?” “ไม่ใช่แบบนั้นนะครับพาย!” คินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดตัวจนผมต้องผงะถอยหลังไปชนพนักเก้าอี้ แรงกดดันจากความเป็น Possessive Alpha ของเจ้าตัวแผ่ซ่านออกมาจนบรรยากาศรอบตัวอัดแน่น “ผมไม่เคยคิดว่าคุณโง่เลยสักครั้ง... แต่ผมโง่เอง! โง่ที่ไม่เด็ดขาดตั้งแต่แรก โง่ที่คิดว่าเรื่องพวกนี้มันไร้สาระจนปล่อยให้มันลุกลามมาทำร้ายความรู้สึกของคุณ” มือหนาเอื้อมมาคว้าข้อมือผมไว้ แม้จะไม่แน่นจนเจ็บ แต่ก็มั่นคงพอที่จะทำให้ผมดิ้นไม่หลุด ผมเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ดวงตาคู่ที่เคยดื้อรั้นและกวนประสาทตอนนี้เต็มไปด้วยหยาดน้ำใสๆ คลอหน่วยอย่างคน2ที่จนตรอกจริงๆ ให้ตายเถอะ... ผู้ชายคนนี้กำลังทำให้ผมใจอ่อนอีกแล้ว ทั้งที่ตั้งใจไว้แล้วแท้ๆ ว่าจะดัดนิสัยให้เข็ดหลาบ “ปล่อยครับ” ผมบอกเสียงลอดไรฟัน พยายามสะบัดข้อมือออกแต่ไม่เป็นผล “ถ้าคิดว่าจะมาทำหน้าหมาหงอยแล้วทุกอย่างจะจบง่ายๆ ล่ะก็... ฝันไปเถอะครับ” “ผมรู้ว่าผมผิด ผมยอมรับทุกอย่างแล้วครับพาย” คินก้มหน้าลงมา กระซิบชิดริมหูด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าที่ทำเอาขนลุกซู่ “คุณอยากให้ผมทำอะไร เพื่อพิสูจน์ว่าหัวใจผมมีแค่คุณคนเดียว... บอกมาเลยครับ ผมทำได้หมด ต่อให้ต้องกราบเท้าคุณตรงนี้ ผมก็ยอม” คำพูดที่จริงจังจนเกินเบอร์ทำให้ผมชะงัก ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาเป่ารดต้นคอจนสติกระเจิง กลิ่นน้ำหอมผู้ชายผสมกับกลิ่นเหงื่อจางๆ ยิ่งทำให้ผมใจเต้นรำไม่เป็นส่ำ บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกบีบอัดจนเหลือพื้นที่แค่เราสองคน ผมเม้มริมฝีปากแน่น สมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางความเงียบที่เข้าปกคลุมชั่วขณะระหว่างเรา “แน่ใจนะว่าทำได้ทุกอย่าง?” ผมหรี่ตามองเขาอย่างจับผิด “แน่ใจครับ!” คินตอบรับทันทีโดยไม่ต้องคิด ชีวิตนี้เขาคงไม่เคยยอมลดตัวลงต่ำขนาดนี้มาก่อนเพื่อใคร “งั้น...” ผมยิ้มร้าย แววตาเจ้าเล่ห์ฉายวาบขึ้นมาทันที “พรุ่งนี้มีงานเปิดตัวโปรเจกต์คณะวิศวะฯ ที่หอประชุมใหญ่ ผมอยากให้พี่เดินถือป้ายคณะนิเทศฯ ของผมแทนไอ้ภูมิ แล้วก็... ใส่เสื้อยืดสกรีนคำว่า ‘ทาสเมียเด็กนิเทศ’ เดินวนรอบลานเกียร์สามรอบต่อหน้าเพื่อนสนิทแก๊งวิศวะของพี่ทั้งหมด กล้าไหมล่ะครับ?” คินเบิกตากว้าง อ้าปากค้างเล็กน้อยเมื่อได้ยินบทลงโทษสุดบรรเจิดที่ผมขุดขึ้นมาแกล้ง แต่เพียงเสี้ยววินาทีต่อมา ประกายความมุ่งมั่นก็ฉายชัดขึ้นในดวงตาคู่นั้นอย่างไม่น่าเชื่อ เขากำมือแน่น ยิ้มแห้งๆ ออกมาแต่แววตากลับจริงจังเสียจนน่ากลัว “ถ้ามันทำให้คุณหายโกรธ...” คินสูดหายใจเข้าลึก ก้มตัวลงกระซิบชิดริมฝีปากผมด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่สั่นพร่า “พรุ่งนี้คุณจะได้เห็นหมาเด็กตัวนี้ใส่เสื้อตัวนั้นเดินโชว์หุ่นกลางลานเกียร์ให้คนทั้งมหาลัยดูแน่ๆ ครับ” หัวใจผมกระตุกวูบ ใบ้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ จนต้องเบือนหน้าหนีเพื่อซ่อนรอยยิ้มที่กำลังจะหลุดออกมา ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังหวานอมเปรี้ยวและหัวใจของเราสองคนกำลังจะหลอมละลายเข้าหากัน เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงปรบมือดังขึ้นเบาๆ จากด้านหลังพุ่มไม้ใหญ่ใกล้ทางเดิน “โอ้โห... ภาพยนตร์รักโรแมนติกน้ำเน่าเรื่องนี้ น่าประทับใจดีนี่ครับ... เดือนคณะวิศวะฯ ยอมลดตัวมาสุนัขรับใช้เด็กนิเทศฯ น่าสมเพชเป็นบ้า” น้ำเสียงคุ้นเคยที่แฝงด้วยความเย้ยหยันและเกลียดชังดังขึ้น ทำให้ผมและคินต้องหันขวับไปมองพร้อมกัน ร่างโปร่งของ ‘เน็ต’ ยืนกอดอกพิงเสาไฟด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ย ใบหน้าแต่งแต้มความริษยาอย่างปิดไม่มิด และในมือถือโทรศัพท์มือถือหน้าจอสว่างวาบ ที่กำลังฉายภาพวิดีโอเหตุการณ์เมื่อครู่แบบชัดเจนทุกกระเบียดนิ้ว! ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับตัวอักษรเหล่านี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอเป็นคนโปรดของคุณ (ศัตรูหัวใจคนนี้คือผมเอง) นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%