วิถีเกษตรฉบับตัวร้ายขอวางมือมาเป็นภรรยาสุดที่รักของท่านประธาน•ตอนที่ 1

ตื่นมาพร้อมมิติลับ

ผลงานโดย สวนส้มปลายฟ้า
"ถ้าพวกแกยังกล้าส่งเสียงโวยวายรบกวนการพักผ่อนของฉันอีกแม้แต่แอะเดียว ฉันจะเอาเก้าอี้ตัวนี้ฟาดหน้าพวกแกเรียงตัวจริงๆ ด้วย!" เสียงตวาดกร้าวที่แฝงไว้ด้วยความรำคาญใจอย่างถึงที่สุดดังขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศอับชื้นและกลิ่นฝุ่นเก่าๆ ของกระท่อมไม้ไผ่ที่ผุพังจนแทบจะกลายเป็นเศษซาก หลินฟางเซียนยกมือขึ้นนวดขมับตัวเองเบาๆ ความทรงจำอันสับสนอลหม่านไหลทะลักเข้ามาในหัวราวกับเขื่อนแตก ทั้งภาพของนักธุรกิจสาวมือหนึ่งแห่งศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดผู้ครอบครองเครือข่ายห้างสรรพสินค้าปลีกยักษ์ใหญ่ และภาพของหญิงสาวชาวนาอาัปโชคในยุคเจ็ดศูนย์ที่มีชื่อแซ่เดียวกัน นามสกุลเดียวกัน ทว่าชีวิตกลับรันทดสิ้นดี ให้ตายเถอะ... เธอแค่กินกาแฟดองเวรยامดึกจนหัวใจวายคาโต๊ะทำงานในห้องประชุมบอร์ดบริหาร ทำไมสวรรค์ถึงใจร้ายส่งเธอทะลุมิติมาอยู่ในร่างของลูกสะใภ้กำพร้าที่ถูกโขกสับจนไม่เหลือชิ้นดีในยุคข้าวยากหมากแพงเช่นนี้เล่า! "นังตัวดี! แกกล้าดียังไงมาขึ้นเสียงใส่ฉัน!" เสียงแหลมสูงของ "นางจาง" แม่สามีผู้ขึ้นชื่อเรื่องความหน้าเลือดและปากร้ายดังแผดขึ้นจนหลังคาแทบสะเทือน ยายแก่ร่างท้วมในชุดผ้าฝ้ายซีดจางก้าวฉับๆ เข้ามาในห้องนอนคับแคบ ใบหน้าย่นยู่บิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวจนน่าเกลียด สองมือเท้าสะเอวพรางชี้หน้าด่ากราด "นอนกินบ้านกินเมืองจนตะวันตรงหัวแล้วยังไม่ยอมลุกไปตักน้ำผ่าฟืน งานในบ้านปล่อยให้ฉันกับน้องสาวของสามีแกทำกันจนหลังขดหลังแข็ง แกคิดว่าตัวเองเป็นคุณนายมาจากไหนห๊ะ นังภาระถ่วงความเจริญ!" ฟางเซียนหรี่ตามองหญิงแก่ตรงหน้า รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปากอย่างเยือกเย็น ในอดีตชาติ เธอคือผู้หญิงที่ฟาดฟันกับบอร์ดบริหารหน้าเลือดมานับไม่ถ้วน จนกลายเป็นซีอีโอสาวผู้ทรงอิทธิพลด้วยวัยเพียงสามสิบเศษ มีหรือที่เธอจะหวาดกลัวมนุษย์ป้าโบราณคร่ำครึที่รู้จักแต่การรีดไถคนอ่อนแอกว่าอย่างนางจาง "คุณแม่คะ..." ฟางเซียนลุกขึ้นยืนช้าๆ แผ่นหลังตั้งตรงสง่างาม แม้จะอยู่ในชุดเสื้อผ้าเก่าๆ ซอมซ่อ แต่วิญญาณนักบริหารระดับท็อปกลับแผ่รังสีความน่าเกรงขามออกมาอย่างปิดไม่มิด เธอก้าวเข้าไปใกล้แม่สามีทีละก้าว จนอีกฝ่ายต้องผถงถอยหลังไปครึ่งก้าวด้วยความแปลกใจ "จำไม่ได้เหรอคะว่าเมื่อวานใครเป็นคนแบกข้าวสารหสอบบะหมี่หนีตายมาจากบ้านเดิม แถมยังต้องมาทนฟังคำดูถูกเหียดหยามจากครอบครัวคุณแม่ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ถ้าฉันเป็นภาระ... แล้วข้าวต้มก้นหม้อที่พวกท่านซดกันอยู่ทุกวันนี้ มันมาจากหยาดเหงื่อแรงงานของใครกันล่ะคะ?" "แก... แกกล้าเถียงฉันเหรอ!" นางจางหน้าดำคร่ำเครียดจนแทบจะกลายเป็นสีตับหมู นางเงื้อมมือขึ้นหมายจะตบสั่งสอนลูกสะใภ้ปากกล้าให้หลาบจำ ทว่า... มีหรือที่หลินฟางเซียนจะยอมให้ใครมาทำร้ายร่างกายฟรีๆ มือเรียวบางคว้าข้อมือเหี่ยวย่นนั้นไว้ได้อย่างแม่นยำราુกับจับงูพิษ แรงบีบที่ซ่อนเร้นทำให้นางจางต้องร้องโอดครวญออกมาด้วยความเจ็บปวด "จำไว้นะคะคุณแม่ ยุคนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว คนที่ไม่มีประโยชน์และดีแต่สูบเลือดเนื้อคนอื่น... สมควรจะต้องถูกกำจัดทิ้ง ไม่ใช่มาทำตัวกร่างในบ้านหลังนี้!" ฟางเซียนสะบัดมือออกอย่างไม่ใยดี ทำให้นางจางเซถอยหลังไปชนขอบประตูเกือบล้ม "แม่! เกิดอะไรขึ้นเสียงดังโวยวายอะไรกันเนี่ย?" เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดังขึ้นจากหน้าประตูกระท่อม ร่างสูงใหญ่ของ "ฉินอี้เฉิน" ปรากฏขึ้นในกรอบประตู เขาเพิ่งกลับจากการฝึกซ้อมภาคสนามในค่ายทหารและงานในไร่ แผ่นหลังกว้างเต็มไปด้วยเหงื่อไคล เสื้อกล้ามสีเขียวทหารแนบลู่ไปกับแผ่นอกกำยำที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามสมชายชาตรี ใบหน้าคมเข้มหล่อเหลาราวกับถูกแกะสลัก ดวงตาสีนิลคมกริบกวาดตามองเหตุการณ์ภายในห้องด้วยความเย็นชาและระแวดระวัง เมื่อเห็นบุตรชายคนโตผู้เป็นเสาหลักของบ้านกลับมา นางจางก็รีบเปลี่ยนสีหน้าเป็นเหยื่อผู้ถูกกระทำทันที นางทรุดตัวลงนั่งกับพื้นพรางตบเข่าฉาดใหญ่ ร้องแรกแหกระเฌอราวกับจะขาดใจ "อี้เฉิน! ลูกดูเมียตัวดีของลูกสิ! มันตบตีฉัน แม่แก่จนป่านนี้แล้วยังต้องมาโดนเด็กเมื่อวานซืนตบหน้าสั่งสอน โอ๊ย... ชีวิตฉันทำไมถึงได้อาัปโชคขนาดนี้ มีสะใภ้ไม่รักดี คอยแต่จะผลาญเงินทองและทำร้ายแม่บังเกิดเกล้า ลูกต้องหย่ากับมันเดี๋ยวนี้เลยนะ!" ฟางเซียนกอดอกมองฉากงิ้วราคาถูกนี้ด้วยสายตานิ่งสนิท เธอไม่เอ่ยปากแก้ตัวแม้แต่คำเดียว รอดูว่าสามีในนามผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเย็นชาและเชื่อฟังมารดาผู้นี้จะตัดสินใจอย่างไรกับเธอ ฉินอี้เฉินปรายตามองมารดาที่กำลังแสดงละครตบตา ก่อนจะเบนสายตามาสบตากับภรรยาตัวน้อยที่ยืนหลังตรงไม่ไหวติ่ง ดวงตาคู่สวยคู่นั้นไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัว มีเพียงประกายความท้าทายและความเฉลียวฉลาดที่วับวาวอยู่ในนั้น บรรยากาศภายในห้องตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ ชายหนุ่มขมวดคิ้วมุ่น ความรู้สึกประหลาดบางอย่างกำลังก่อตัวขึ้นในอก... เมียสาวคนนี้ ดูเหมือนจะเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยปากพูดอะไร ร่างกายของฟางเซียนก็เกิดอาการวิงเวียนกะทันหัน ความหิวโหยจากการไม่ได้กินอะไรมาทั้งวันแผ่ซ่านไปทั่วร่าง ท้องไส้ส่งเสียงร้องโครกครากประท้วงอย่างรุนแรง ในวินาทีที่สติกำลังจะเลือนราง เสียงแจ้งเตือนดิจิทัลอันคุ้นเคยก็ดังขึ้นก้องอยู่ในโสตประสาทของเธอ [ติ๊ง! ตรวจพบเจ้าของสิทธิ์ระบบ "มห้างสรรพสินค้าไร้ขีดจำกัด" สมบูรณ์แบบ ระบบออฟไลน์และออนไลน์ระดับ S-Class พร้อมใช้งานแล้ว!] [ปลดล็อกคลังสินค้าสำรองเบื้องต้น: ข้าวหอมมะลิชั้นดี 100 กิโลกรัม, เนื้อวัวเกรดพรีเมียม 20 กิโลกรัม, ไข่ไก่สด 10 แผง, และวัตถุดิบปรุงอาหารครบวงจร!] [คำเตือน: อุณหภูมิในคลังสินค้ากำลังรักษาความสดใหม่ระดับสูงสุด ต้องการเรียกใช้งานอาหารจานด่วนเพื่อฟื้นฟูร่างกายทันทีหรือไม่?] ฟางเซียนลอบสูดลมหายใจเข้าลึกว่า... มิติลับห้างสรรพสินค้าของเธอยังอยู่! แบบนี้ต่อให้ตระกูลฉินจะยากจนข้นแค้นแค่ไหน เธอก็สามารถพลิกฟื้นชีวิตให้กลายเป็นมหาเศรษฐีร้อยล้านได้ในพริบตา! ทว่า ก่อนที่เธอจะได้จัดการกับแม่สามีจอมแสบและสั่งสอนสามีหนุ่มผู้ซื่อบื้อ ท้องฟ้าภายนอกกลับมืดครึ้มลงอย่างกะทันหัน พร้อมกับเสียงเคาะประตูรั้วบ้านดังปังๆ ตามมาด้วยเสียงตะโกนโหวตเหวกโวยวายของชาวบ้านที่กรูเข้ามาล้อมกระท่อม "ผู้ใหญ่บ้านมาแล้ว! บอกว่าบ้านตระกูลฉินลักลอบค้าของเถื่อนในตลาดมืด เตรียมตัวถูกจับเข้าคุกได้เลย!" ฉินอี้เฉินหน้าถอดสีทันที เขาดึงร่างของฟางเซียนเข้ามาชิดแผ่นอกกว้างโดยสัญชาตญาณ ดวงตาสีนิลคมกริบฉายแววอำมหิตขึ้นมาวูบหนึ่ง แต่ฟางเซียนกลับมุมปากกระตุกยิ้มขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ ในมิติของเธอตอนนี้มีทั้งหลักฐาน เงินทอง และสินค้าชั้นยอด... ใครกันแน่ที่จะต้องพังพินาศในเกมนี้? [โปรดติดตามตอนต่อไป] --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่แวะมาเติมพลังใจให้ "สวนส้มปลายฟ้า" เสมอนะคะ
สารจากนักเขียน (สวนส้มปลายฟ้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีเกษตรฉบับตัวร้ายขอวางมือมาเป็นภรรยาสุดที่รักของท่านประธาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%