"ถ้าก้าวขาผิดไปแค่เซนติเมตรเดียว ชีวิตของนายใน ‘Etheria Online’ ก็คงจบลงตรงศาลาผุพังแห่งนี้แหละค่ะ คาร์ล"
เสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยแรงกดดันอันเยือกเย็นของอีฟดังขึ้น ท่ามกลางกลิ่นอื้นชื้นของดินหลังฝนและซากปรักหักพังของวิหารโบราณเขตชายขอบ คาร์ลสะดุ้งเล็กน้อย ดวงตากลมโตมองตามปลายนิ้วเรียวยาวที่ชี้ไปยังพื้นหญ้า ซึ่งมีเส้นใยมานาสีครามบางเบาจนแทบมองไม่เห็น ขึงข้ามทางเดินระหว่างเสาหินผุพังไว้อย่างแนบเนียน หากเขาเดินทะลุผ่านมันไปโดยไม่ระวัง สกิลกับดักระเบิดเวทมนตร์ระดับกลางคงเปลี่ยนร่างของเขาให้กลายเป็นแสงสีขาวกระจายหายไปในพริบตา
นี่คือบทเรียนแรกของ "นักเวทผู้เงียบขรึม" ที่ไม่เคยปล่อยให้ลูกศิษย์จำเป็นต้องเรียนรู้จากความตายในเกมจริงๆ เลยสักครั้ง แม้ว่าวิธีการสอนของเธอจะชวนให้หัวใจวายตายก่อนได้เลเวลอัปก็ตามที
เด็กหนุ่มถอนหายใจยาว พยายามปรับจังหวะการหายใจให้เข้ากับสภาวะแวดล้อมตามที่อีฟเคยเคี่ยวเข็ญไว้เมื่อวาน เขาย่อตัวลงต่ำ น้ำหนักทิ้งลงที่ปลายเท้าทั้งสองข้าง สายตาไม่ได้มองแค่เป้าหมายตรงหน้าเหมือนผู้เล่นมือใหม่ทั่วไป แต่กวาดมองตั้งแต่ยอดเสาหิน แสงสะท้อนจากน้ำค้างบนใบไม้ ไปจนถึงทิศทางกระแสลมที่พัดผ่านซากปรักหักพัง เพื่อคาดการณ์จุดอับสายตาและวิถีการเคลื่อนไหวของมอนสเตอร์ประเภทสัตว์ป่ากลายพันธุ์ที่ซ่อนตัวอยู่
"ผมเข้าใจแล้วครับ... เอ้ย! เข้าใจแล้วค่ะ!" คาร์ลเผลอหลุดปากใช้สรรพนามคุ้นเคยเกือบตาย รีบเปลี่ยนเสียงและสำเนียงแก้เก้อเมื่อหันไปสบตาสีเทาราวกับนัยน์ตาของแมวป่าที่มองตรงมาอย่างคาดโทษ อีฟไม่ได้เอ่ยปากด่าทอ แต่ริมฝีปากบางเฉียบนั้นยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ทำให้คนมองรู้สึกหนสันหลังวาบมากกว่าความอบอุ่นเสียอีก
"จำไว้ว่า นักเวทสายสนับสนุนไม่ได้มีหน้าที่แค่ยืนโบกไม้พลองแจกบัฟอยู่แนวหลังแล้วรอรับส่วนแบ่งค่าประสบการณ์นะคะ คาร์ล" อีฟก้าวเท้าเดินผ่านหน้าเขาไปอย่างไร้สุ้มเสียง ราวกับร่างของเธอไร้น้ำหนัก ชุดคลุมสีเทาเข้มสะบัดพลิ้วตามแรงลมเพียงน้อยนิด "ในโลกที่ระบบเกมถูกขับเคลื่อนด้วยสมการและกฎเกณฑ์ที่ซับซ้อน ผู้เล่นที่อ่อนแอที่สุดอย่างพวกเรา คือผู้ที่กุมกุญแจสำคัญในการบิดเบือนสมการเหล่านั้น"
มือเรียวบางสะบัดขึ้นกลางอากาศ ปรากฏวงแหวนเวทสีฟ้าครามสَวأงวาบขึ้นในพริบตา ไม่มีร่ายคาถาอันยาวเหยียด ไม่มีเสียงเอฟเฟกต์อลังการ—มีเพียงละอองแสงละมุนที่ลอยละล่องเข้าปกคลุมร่างของคาร์ลอย่างเงียบเชียบ
*ติ๊ง!*
[ระบบแจ้งเตือน: คุณได้รับสถานะ ‘Aura of Insight’ (ระดับ 1) — เพิ่มอัตราการรับรู้สิ่งผิดปกติรอบตัว 35% เป็นเวลา 180 วินาที]
[คำเตือนพิเศษจากสกิล: ตรวจพบสิ่งแปลกปลอมซ่อนตัวอยู่ใต้ซากอิฐบล็อกห่างออกไป 12 นาฬิกา ระยะ 15 เมตร]
คาร์ลเบิกตากว้างขึ้นทันที โลกในสายตาของเขาเปลี่ยนไปชั่วพริบตา เสียงลมที่เคยเงียบเชียบกลับชัดเจนขึ้น เสียงการหายใจแผ่วเบาของบางสิ่งใต้ซากปรักหักพังดังสะท้อนเข้ามาในโสตประสาท ความรู้สึกอึดอัดและตื่นตระหนกถูกแทนที่ด้วยความตื่นตัวอย่างถึงขีดสุด นี่คือพลังที่แท้จริงของสกิลสนับสนุนขั้นสูงที่อีฟกำลังถ่ายทอด—ไม่ใช่แค่การเพิ่มพลังโจมตีหรือพลังป้องกันดึงดูดความสนใจ แต่มันคือการ ‘เชื่อมต่อ’ ประสาทสัมผัสของผู้ใช้ให้เข้ากับสภาพแวดล้อมรอบตัวได้อย่างไร้รอยต่อ
"สัมผัสได้แล้วใช่ไหมคะ?" เสียงกระซิบของอีฟดังอยู่ข้างหู ชิดเสียจนคาร์ลรู้สึกได้ถึงไอเย็นจางๆ ที่ลอยมากับสายลม "การอ่านทางหนีทีไล่ ไม่ใช่การวิ่งหนีเมื่อภัยมาถึงตัว แต่เป็นการมองเห็น ‘เส้นทางที่ยังไม่ถูกสร้างขึ้น’ ตั้งแต่ก่อนที่ศัตรูจะขยับตัวด้วยซ้ำ... สังเกตเงาของก้อนหินก้อนนั้นสิคะ"
เด็กหนุ่มทำตามอย่างเคร่งครัด เขามองไปยังซากอิฐบล็อกตามที่ได้รับคำเตือน เงาของมันทอดตัวยาวผิดปกติในมุมที่แสงอาทิตย์ยามบ่ายส่องไม่ถึง นั่นไม่ใช่เงาธรรมชาติ แต่มันคือโครงร่างของ ‘สเกาต์โกเลม’ มอนสเตอร์ระดับมินิบอสเฝ้าเขตแดนที่ขึ้นชื่อเรื่องความเร็วและการล่องหนชั่วขณะ
หากเป็นคาร์ลคนก่อน เขากคงพุ่งเข้าไปฟันด้วยดาบสั้นคู่ใจจนติดกับดักและโดนตบตายในทีเดียว แต่ในตอนนี้ สมองของเขากลับประมวลผลอย่างรวดเร็วราวกับถูกเร่งสปีดด้วยระบบของอีฟ—มุมอับสายตา ทิศทางลม ระยะเวลาคูลดาวน์ของสกิลหลบหลีก และทางหนีทีไล่ผ่านซอกเสาหินที่พังทลาย ทั้งหมดถูกร้อยเรียงเข้าด้วยกันเป็นแผนยุทธ์ศาสตร์ขนาดจิ๋วภายในเวลาไม่ถึงสามวินาที
"ทางออกอยู่ด้านซ้ายหลังเสาหินต้นที่สาม..." คาร์ลพึมพำกับตัวเองด้วยรอยยิ้มมุมปาก ความมั่นใจที่เคยหายไปถูกเติมเต็มด้วยองค์ความรู้ที่ได้รับจากอาจารย์สาวลึกลับ "และถ้าผมใช้สกิล ‘Wind Step’ ที่เพิ่งคราฟต์มาผสมกับบัฟความเร็วที่อาจารย์เพิ่งร่ายให้..."
"ฉลาดนี่คะ" อีฟเอ่ยชมด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าแววตากลับพึงพอใจอย่างเห็นได้ชัด "แต่ทฤษฎีจะไม่มีความหมายอะไรเลย ถ้าภาคปฏิบัติจริงทำให้นายกลายเป็นศพ... เริ่มบทเรียนภาคสนามกันเถอะค่ะ คาร์ล"
สิ้นเสียงคำสั่ง ร่างของมินิบอสสเกาต์โกเลมก็พุ่งทะยานออกมาจากเงาดำพร้อมเสียงคำรามก้องกังวาน แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว เศษหินและฝุ่นผงปลิวว่อนตามแรงปะทะ
คาร์ลไม่ถอยหลัง เขาก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าวตามหลักการที่อีฟเพิ่งเคี่ยวเข็ญ ดวงตาจ้องมองคมดาบหินที่กำลังพุ่งตรงมายังลำคอด้วยสติที่นิ่งสนิท ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่เขากำลังจะกระโดดหลบไปยังทิศทางที่คำนวณไว้... พื้นดินใต้ฝ่าเท้าของเขากลับสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงโดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า!
รอยแยกสีดำสนิทปรากฏขึ้นกลางวิหารร้างอย่างฉับพลัน พร้อมกับกลุ่มควันสีม่วงเข้มที่พวยพุ่งขึ้นมากลบรัศมีของสเกาต์โกเลมจนมองไม่เห็นแม้แต่เงา และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ... ระบบแจ้งเตือนตรงหน้าจอวิชวลของคาร์ลไม่ได้มาจากมอนสเตอร์ตรงหน้า แต่มันเป็นข้อความสีแดงฉานที่สั่นกระพริบด้วยความถี่สูงจนน่ากลัว
[ระบบแจ้งเตือนฉุกเฉินระดับสูงสุด: ตรวจพบความผิดปกติของข้อมูลเซิร์ฟเวอร์โซน 404]
[คำเตือน: ผู้เล่น ‘อีฟ’ และ ‘คาร์ล’ ได้ก้าวเข้าสู่เขตอาณาเขตต้องห้าม... ผู้ดูแลระบบนิรนามกำลังเข้าสู่พื้นที่]
อีฟที่เคยยืนสงบนิ่งอยู่ข้างกายเสมอ กลับชะงักฝีเท้าลง สีหน้าเย็นชาของเธอแปรเปลี่ยนเป็นความเคร่งเครียดอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ดวงตาสีเทากวาดมองไปยังใจกลางรอยแยกสีดำด้วยความระแวดระวังสูงสุด ก่อนที่เธอจะเอ่ยประโยคที่ทำให้ลมหายใจของคาร์ลต้องสะดุดกักค้าง
"แย่แล้ว... ดูเหมือนว่า ‘แขกไม่速之客’ ที่เราพยายามหลบเลี่ยงมาตลอด... จะหาพวกเราพบเร็วกว่าที่คิดเสียอีกค่ะ"
ขอขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันเสมอมานะคะ!
- ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน -
กิลด์ปลายแถวกับอาจารย์สาวสายบัฟที่โลกต้องจำ•ตอนที่ 3
บทเรียนแรกจากนักเวทผู้เงียบขรึม
ผลงานโดย ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กิลด์ปลายแถวกับอาจารย์สาวสายบัฟที่โลกต้องจำ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
