"สามร้อยโกลด์... แลกกับเศษกระดาษแผ่นเดียวเนี่ยนะ นายแน่ใจเหรอว่าไม่ได้โดนเจ้าของร้านมือสองต้มตุ๋นเข้าให้อีกแล้ว คาร์ล?"
เสียงทุ้มต่ำแต่เจือแววเย้าแหย่ดังขึ้น พร้อมกับร่างโปร่งแสงในชุดคลุมนักเวทสีชาครึ้มที่ค่อยๆ ลอยตัวลงมาจากกิ่งไม้ใหญ่ ปลายชายผ้าคลุมของเธอพลิ้วไหวตามแรงลมเสมือนไม่มีน้ำหนัก ดวงตากลมโตภายใต้ฮู้ดสีเข้มเหลือบมองแผ่นหนังเก่าคร่ำคร่าในมือของเด็กหนุ่มด้วยความระคนขบขันและสงสัย
คาร์ลหัวเราะแห้งๆ เขาใช้นิ้วหัวแม่มือปัดฝุ่นหนาที่เกาะอยู่ตามรอยแตกของแผ่นหนังเทียมสัตวแพทย์โบราณนั้นเบาๆ กลัวว่ามันจะสลายกลายเป็นผุยผงไปเสียก่อน ดวงตาสีน้ำตาลเข้มของเด็กหนุ่มเป็นประกายระยับด้วยความตื่นเต้นอย่างปิดไม่มิด แม้ว่าสถานะทางการเงินในเกม *Aethelgard Online* ของเขาตอนนี้จะเหลือตัวเลขสามหลักท้ายตารางที่น่าเวทนาก็ตาม
"โธ่ อีฟ มันไม่ใช่เศษกระดาษธรรมดาสักหน่อย นี่คือ 'บันทึกภาคสนามของนักสำรวจผู้สาบสูญ' เลยนะ ดูรอยประทับเวทมนตร์จางๆ นี่สิ ต่อให้ระบบจะจัดให้มันอยู่ในหมวดหมู่ไอเทมขยะไร้ค่า แต่สัญชาตญาณนักสะสมของฉันมันบอกว่าของชิ้นนี้แหละที่จะพาเราไปเจอสมบัติลับในป่าเริ่มต้นนี่"
คาร์ลเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงร่าเริง เขากวาดสายตามองรอบกาย ป่าสนเงิน (Silver Pine Forest) แหล่งเก็บเลเวลเริ่มต้นของผู้เล่นใหม่กำลังทอแสงระยิบระยับยามบ่าย แสงอาทิตย์ที่ลอดผ่านกลุ่มใบไม้สีเงินตกกระทบลงบนพื้นหญ้านุ่มราวกับพรมธรรมชาติ เสียงลมพัดหวีดหวิวผสานกับเสียงคำรามต่ำๆ ของมอนสเตอร์เลเวลน้อยอย่าง 'ป่ากระต่ายเขี้ยวเงิน' ดังแว่วมาเป็นระยะ
นี่คือโลก VRMMO เต็มรูปแบบที่สมจริงที่สุดในประวัติศาสตร์ มิติความกว้างใหญ่ของมันไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่กรอบสี่เหลี่ยมของหน้าจอคอมพิวเตอร์อีกต่อไป แต่กลายเป็นสภาพแวดล้อมที่ผู้เล่นสามารถสัมผัส กลิ่นอาย และความเหนื่อยล้าได้เกือบจะร้อยเปอร์เซ็นต์ ผ่านอุปกรณ์เนิร์ฟเกียร์รุ่นล่าสุด และสำหรับคาร์ลแล้ว การได้ก้าวเข้ามาสู่โลกใบนี้ไม่ใช่เพื่อการไต่อันดับเป็นที่หนึ่ง หรือการเข้าร่วมกิลด์ใหญ่โตที่มีอิทธิพล แต่คือการได้ออกเดินทางเพื่อสำรวจทุกซอกทุกมุมที่หลงลืมของโลกกว้างต่างหาก
อีฟถอนหายใจเบาๆ เสียงถอนหายใจของเธอนั้นราบเรียบและเย็นเยียบตามสไตล์ของนักเวทสายซัพพอร์ตผู้รอบรู้—หรือที่คาร์ลแอบเรียกว่า 'อาจารย์สาวจอมจุกจิก' ในใจ เธอลอยเข้ามาใกล้ พร้อมกับใช้นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนหน้าผากของคาร์ลเบาๆ ผ่านระบบโฮโลแกรม
"ความอยากรู้อยากเห็นน่ะเป็นเรื่องดี คาร์ล แต่ความดื้อรั้นอย่างไร้เหตุผลมักจะพาไปพบกับยมบาลก่อนวัยอันควรเสมอ ลืมไปแล้วหรือไงว่าพวกเราเพิ่งก่อตั้งกิลด์ 'ก้าวแรกสู่เหว' ขึ้นมาเมื่อชั่วโมงก่อน และตอนนี้ในคลังกิลด์ของเรามีเงินทุนเหลืออยู่แค่หรียญทองแดงกับเศษขนมปังขึ้นราครึ่งก้อนเท่านั้น"
"โห พูดซะเห็นภาพอนาคตอันมืดมนเลยนะท่านอาจารย์" คาร์ลยิ้มกว้าง เขาไม่ได้รู้สึกสะท้านกับคำเตือนนั้นแม้แต่น้อย ความยืดหยุ่นและไหวพริบคืออาวุธประจำตัวที่ทำให้เขาเอาตัวรอดมาได้ตลอด "อีกอย่าง ใครบอกว่าเราจะไปตายล่ะ ฉันแค่อ่านรหัสลับบนแผ่นหนังนี่ออกต่างหาก"
พูดจบ คาร์ลก็พลิกแผ่นหนังในมือขึ้น ด้านหลังของมันมีรอยจารึกตัวอักษรโบราณที่เลือนรางจนแทบมองไม่เห็น หากไม่ใช่เพราะทักษะติดตัว 'สายตาคมกริบของผู้สังเกตการณ์' ที่เขาบังเอิญปลดล็อกได้จากการทำเควสต์ย่อยเก็บขยะในเมืองหลวงเมื่อวานนี้ เขาก็คงคิดว่ามันเป็นแค่รอยเปื้อนธรรมดาจริงๆ
คาร์ลหลับตาลงตั้งสติ รวบรวมสมาธิเพื่อกระตุ้นพลังงานมานาปริมาณน้อยนิดในร่างให้ไหลเวียนไปยังปลายนิ้ว จากนั้นจึงแตะลงบนรอยสลักนั้นตามลำดับที่คำนวณไว้
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นในโสตประสาท เป็นเสียงใสๆ ที่นักเล่นเกมคุ้นเคย แต่สิ่งที่ตามมาหลังจากนั้นกลับทำให้บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไปในพริบตา
รอยสลักบนแผ่นหนังเปล่งแสงสีฟ้าครามจางๆ ออกมา ก่อนที่ตัวอักษรเหล่านั้นจะลอยหลุดจากแผ่นหนังแล้วพุ่งเข้าสู่ดวงตาของคาร์ลโดยตรง!
ร่างของเด็กหนุ่มชะงักกง คาร์ลเบิกตากว้าง ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อข้อมูลมหาศาลไหลทะลักเข้าสู่สมอง ความรู้สึกเจ็บแปลบที่ขมับแล่นพล่านราวกับมีเข็มเล่มเล็กๆ นับร้อยกำลังทิ่มแทง แต่มันเกิดขึ้นเพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น ก่อนจะแทนที่ด้วยความรู้สึกโปร่งโล่งสบาย และแผนที่สามD แบบโฮโลแกรมก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า ลอยเคว้งคว้างกลางอากาศโดยมีจุดสีแดงกะพริบระบุพิกัดชัดเจน
อีฟที่ยืนกอดอกมองอยู่ก่อนแล้ว หรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มบางๆ ที่มุมปากจางหายไปแทนที่ด้วยความจริงจังที่หาได้ยากยิ่ง
"นั่นมัน... แผนที่นำทางเขตแดนต้องห้าม?" เสียงของอีฟแผ่วเบาจนแทบจะกลืนหายไปกับสายลม "แปลกจริง ฉันคิดว่าข้อมูลส่วนนั้นถูกลบออกจากเซิร์ฟเวอร์หลักไปตั้งแต่ช่วงทดสอบ Closed Beta รอบแรกแล้วเสียอีก ทำไมมันถึงมาอยู่ในมือของเด็กกิลด์ปลายแถวอย่างเธอได้ล่ะ คาร์ล"
คาร์ลหอบหายใจเล็กน้อยจากการรับข้อมูลปริมาณมาก แต่รอยยิ้มมุมปากของเขากลับกว้างขึ้นจนปิดไม่มิด เขากวาดนิ้วมือปัดหน้าต่างโฮโลแกรมนั้นเบาๆ เพื่อซูมดูรายละเอียดของจุดหมายปลายทาง
"กิลด์ปลายแถวแล้วยังไงล่ะอีฟ? บางที... ของขยะที่คนอื่นโยนทิ้ง อาจจะเป็นกุญแจดอกสำคัญที่คนทั้งเซิร์ฟเวอร์กำลังตามหาก็ได้นะ"
เด็กหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงมั่นอกมั่นใจ เขาสะพายเป้ใบเก่าขึ้นบ่ากระชับสายให้แน่น หยิบดาบสั้นสนิมเขรอะเล่มโปรดขึ้นมาถือไว้ในมือ พร้อมกับหันไปพยักหน้าให้กับอาจารย์สาวผู้รอบรู้
"ไปกันเถอะอาจารย์ ได้เวลาไปดูหน่อยแล้วว่า 'รุ่งอรุณ' ของกิลด์เรามันหน้าตาเป็นยังไง"
อีฟแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคออย่างเอือมระอา แต่เธอก็ยอมขยับกายลอยตามหลังเด็กหนุ่มผู้ไม่เคยกลัวฟ้ากลัวดินไปติดๆ ท่ามกลางแมกไม้หนาทึบที่ยิ่งเดินลึกเข้าไป บรรยากาศก็ยิ่งเงียบสงบและวังเวงขึ้นเรื่อยๆ ราวกับโลกอีกใบกำลังรอคอยพวกเขาอยู่เบื้องหน้า
ป่าเริ่มต้นที่เคยสว่างไสวค่อยๆ ถูกกลืนหายไปกับเงาไม้ใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขาทึบหนา แสงอาทิตย์ยามบ่ายถูกบดบังจนเหลือเพียงแสงสลัวสีครามรากับยามพลบค่ำ กลิ่นอายของความชื้นและกลิ่นอลูมิเนียมจางๆ ลอยมาแตะจมูก บ่งบอกว่าพวกเขากำลังก้าวล่วงเข้าสู่เขตแดนที่อยู่นอกเหนือจากระบบแผนที่มาตรฐานของเกม
คาร์ลชะלוเท้าลงเล็กน้อยเมื่อรองเท้าบูทหนังเก่าๆ ของเขาเหยียบลงบนพื้นผิวที่ให้ความรู้สึกแปลกประหลาด มันไม่ใช่ดินโคลนหรือรากไม้ แต่เป็นแผ่นศิลาเรียบเนียนที่สลักลวดลายประหลาด รอยต่อของศิลาเปล่งแสงสีม่วงอ่อนระเรื่อเป็นจังหวะ ราวกับมันกำลัง... หายใจ
*พรึบ!*
ทันใดนั้น แผนที่โฮโลแกรมที่ลอยอยู่ตรงหน้าก็สะดุดกึก ตัวอักษรสีฟ้าครามทั้งหมดแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานกระพริบถี่รัว พร้อมกับเสียงเตือนจากระบบที่ดังขึ้นด้วยโทนเสียงต่ำทุ้มผิดปกติ—ไม่ใช่เสียงแจ้งเตือนเควสต์ทั่วไป แต่เป็นเสียงไซเรนเตือนภัยระดับสูงสุดที่สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งช่องสนทนาของระบบ
[⚠️ คำเตือนระบบ: ผู้เล่น 'คาร์ล' และสมาชิกปาร์ตี้ ได้บุกรุกเข้าสู่พื้นที่ลับระดับตำนาน: *ซากปรักหักพังแห่งมหาวิหารดาราดับสูญ* (Forbidden Zone)]
[⚠️ ตรวจพบไอเทมกุญแจ: 'บันทึกภาคสนามของนักสำรวจผู้สาบสูญ' ทำการปลดล็อกเงื่อนไขพิเศษอัตโนมัติ]
[⚠️ ประกาศจากระบบโลก: เงื่อนไขการปลดล็อก 'ดันเจี้ยนระดับ SSS' ถูกกระตุ้นเป็นครั้งแรกในเซิร์ฟเวอร์...]
คาร์ลเบิกตากว้าง รอยยิ้มขี้เล่นบนใบหน้าแข็งค้างไปในทันที เขารีบหันกลับไปมองอีฟเพื่อขอความเห็น แต่ทว่า... ร่างโปร่งแสงของอาจารย์สาวลึกลับในตอนนี้กลับหยุดนิ่งสนิท ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววเย้าแหย่ บัดนี้กลับทอประกายแสงสีทองเจิดจ้าแปลกตา เธอยกนิ้วขึ้นแตะริมฝีปากเป็นเชิงห้ามปราม ก่อนที่เสียงกระซิบอันแผ่วเบาและเย็นเยียบจะดังขึ้นข้างหูของเขาโดยตรง
"เงียบก่อน... คาร์ล ดูเหมือนว่าเจ้าบ้านของที่นี่ จะต้อนรับการมาเยือนของเรา... ด้วยการลืมตาตื่นขึ้นมาพอดีเลยล่ะนะ"
พื้นศิลาเบื้องล่างสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เสียงคำรามกึกก้องที่ราวกับเสียงคำรามของมังกรโบราณดังสะท้อนมาจากใต้พื้นดินลึก พร้อมกับแรงกดดันมหาศาลที่กดทับลงบนบ่าจนแทบทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น และในความมืดมิดเบื้องหน้า ดวงตาสีแดงฉานขนาดมหึมาคู่หนึ่งก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้นจ้องมองตรงมายังพวกเขา!
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันเสมอมานะคะ!
กิลด์ปลายแถวกับอาจารย์สาวสายบัฟที่โลกต้องจำ•ตอนที่ 1
ล็อกอินสู่รุ่งอรุณแห่งพันธะ
ผลงานโดย ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ผู้พิทักษ์มอนสเตอร์ป่วน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กิลด์ปลายแถวกับอาจารย์สาวสายบัฟที่โลกต้องจำ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
