"ถ้าคุณคิดว่าการเอาเทปกาวมาตีเส้นแบ่งอาณาเขตครึ่งเตียงในรถบ้าน แล้วบอกว่าห้ามล้ำเข้ามาคือความประสาทแดกที่สุดในสามโลก... กรุณาฟังทางนี้ครับ"
เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ของพายดังลั่นห้องโดยสาร พร้อมๆ กับเสียงเปิดซิปกระเป๋าเป้สะพายหลังที่ดังแคว่กราวกับจะระบายอารมณ์ใส่กระเป๋าแบรนด์เนมใบโปรด สายตาของอินฟลูเอนเซอร์สาวสายลุยจ้องเขม็งไปยังชายหนุ่มผู้กำลังนั่งหลังตรงเป๊ะอยู่หลังพวงมาลัย มือข้างหนึ่งจับพวงมาลัยมั่น ส่วนอีกข้างกำลังเคาะนิ้วเป็นจังหวะเพลงคลาสสิกที่เจ้าตัวเปิดคลอเบาๆ เพื่อรักษาความสงบในจิต
กรณ์... สถาปนิกผู้มีฮาร์ดไดรฟ์ในสมองเป็นระเบียบยิ่งกว่าตู้เอกสารกระทรวง ไม่เพียงแต่สร้างเส้นแบ่งอาณาเขตบนเตียงนอนขนาดควีนไซส์ท้ายรถบ้านรุ่นล่าสุดเท่านั้น แต่เขายังเพิ่งยื่น "สมุดสันห่วงสีดำสนิท" เล่มเท่าฝ่ามือมาให้เธอเมื่อสามนาทีที่แล้ว
สมุดที่ด้านหน้าเขียนด้วยลายมือบรรจงราวกับพิมพ์ว่า... *กฎการใช้ชีวิตร่วมกันระหว่างการเดินทางข้ามประเทศ (ฉบับสมบูรณ์)*
"กิโลเมตรแรกของการเดินทาง คุณเริ่มต้นด้วยการยื่นคัมภีร์มารศาสนาคริสต์หรือไงครับคุณกรณ์" พายกัดฟันกรอด นิ้วเรียวสวยสะบัดสมุดเล่มนั้นออกห่างตัวราวกับมันมีเชื้อโรคระบาด "แล้วนี่อะไร... ข้อหนึ่ง: ห้ามวางแก้วน้ำทิ้งไว้บนโต๊ะทำงานนานเกินห้าสิบวินาทีเพราะจะเกิดคราบน้ำ? ข้อสามสิบ: ห้ามส่งเสียงดังเกินเจ็ดสิบเดซิเบลหลังสี่ทุ่ม เว้นแต่เกิดเหตุฉุกเฉินระดับชาติ? นี่เรามาเที่ยวโรดทริปหรือมาติดคุกทหารรับจ้างเนี่ย!"
กรณ์หันมามองเธอนิ่งๆ แววตาสีเข้มภายใต้กรอบแว่นสายตาทรงเหลี่ยมฉายแววเหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด เขายกยิ้มมุมปาก—รอยยิ้มที่เป็นชนวนเหตุให้หัวใจของพายกระตุกวูบตั้งแต่เมื่อคืน ทว่าในสถานการณ์ปัจจุบัน รอยยิ้มนี้กลับชวนให้อยากหยิบแม่แรงยกรถมาฟาดกบาลเขาเสียเหลือเกิน
"ผมเป็นคนรักความสะอาดและเคารพพื้นที่ส่วนตัวครับคุณรตา" กรณ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มทุบประสาท "การเดินทางระยะยาวเป็นเดือนๆ บนพื้นที่จำกัด ถ้าไม่มีระเบียบวินัยรองรับ เราจะตีกันตายก่อนข้ามไปถึงชายแดนประเทศเพื่อนบ้านแน่นอน และเชื่อผมเถอะครับ ว่ากฎพวกนี้ผ่านการคำนวณสัดส่วนความสุขและความสงบเรียบร้อยมาอย่างดีแล้ว"
"ความสุขของใครไม่ทราบ! ความสุขของคุณคนเดียวล่ะสิ!" พายแทบจะกรี๊ดใส่หน้าจอคอนโซลรถ เธอกอดอกแน่นจนหน้าอกกระเพื่อมตามแรงอารมณ์ "ฉันเป็นคนรักอิสระ เกลียดการถูกจำกัดเวลา และที่สำคัญที่สุด... ฉันเกลียดการโดนบังคับ!"
"งั้นก็เชิญปฏิเสธการเซ็นชื่อในหน้าแรกสิครับ" กรณ์เลิกคิ้วท้าทาย พลางพยักเพยิดไปยังปากกาหมึกซึมราคาแพงที่เหน็บอยู่ตรงปกสมุด "แต่เกรงว่าถ้าคุณไม่เซ็น ผมคงต้องใช้สิทธิ์ตามข้อปฏิบัติฉุกเฉิน... ล็อกความเร็วรถไว้ที่สี่สิบกิโลเมตรต่อชั่วโมงตลอดทริป เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของสภาพจิตใจผมเอง"
"ไอ้... ไอ้คุณสถาปนิกประสาทกลับ!"
พายอ้าปากค้าง เธออยากจะก้านคอผู้ชายคนนี้จริงๆ ให้ตายเถอะ ตั้งแต่ตัดสินใจรับคำท้าของจ๋าเพื่อนสนิทตัวแสบ ที่ยุยงให้เธอแบกเป้ร่วมทริปสี่สิบวันกับเพื่อนสมัยเด็กที่ไม่ได้เจอกันนานอย่างกรณ์ ชีวิตของเธอก็เหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในเขาวงกตที่เต็มไปด้วยระเบียบวินัยเฮงซวยนี่ซะแล้ว
บรรยากาศภายในรถบ้านเคลื่อนตัวไปตามถนนหลวงสายยาวที่ทอดยาวออกไปสู่นอกเมือง สองข้างทางเริ่มเปลี่ยนจากตึกรามบ้านช่องเป็นทุ่งหญ้ากว้างและแนวเขาเขียวขจี แสงแดดสายส่องกระทบกระจกหน้ารถสาดประกายระยิบระยับ ทว่าความอบอุ่นของบรรยากาศข้างนอกกลับสวนทางกับอุณหภูมิความเดือดดาลในรถอย่างสิ้นเชิง
พายสะบัดหน้าหนีออกไปมองนอกหน้าต่าง เธอหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเพื่อระบายความอัดอั้นตันใจลงในแอปพลิเคชันสนทนากับเพื่อนรักทันที
*(แชต)*
**พายเองจ้า:** อีย๋า อีเพื่อนทรยศ อีงูพิษในคราบปะשות! มึงส่งกูมาติดคุกเคลื่อนที่กับอีตาบ้ากรณ์ได้ยังไงวะ!
**จ๋าตัวแม่:** อ้าวๆๆ คุณหญิงพาย เป็นไรคะคุณพี่ รถบ้านคันละหลายล้าน วิวหลักล้าน ผู้ชายงานดีระดับเกรดเอซดได้ไม่มีเบื่อ บ่นอะไรอีกละแม่
**พายเองจ้า:** ผู้บ้าอะไรล่ะมึง! นี่มันหุ่นยนต์ติดแว่นชัดๆ! ออกรถมายังไม่ทันพ้นเขตกรุงเทพฯ นางเล่นแจกสมุด "กฎเหล็ก 50 ข้อบนรถบ้าน" ให้กูเซ็นเหมือนสัญญาขายวิญญาณเลยเนี่ย! มีขู่ด้วยนะว่าจะขับรถความเร็วสี่十ถ้ากูไม่ทำตาม! กูอยากจะกระโดดถีบยอดอกเขาสักทีจริงๆ!
**จ๋าตัวแม่:** 555555555 สมน้ำหน้า อยากซ่าไปทริปกับสถาปนิกสายเนิร์ดเองช่วยไม่ได้ เอาน่า... ถือว่าไปฝึกความอดทน เผื่อได้สามีเป็นตัวเป็นตนกลับมาไงแก
**พายเองจ้า:** สามีพ่อมึงสิ! ถ้ากูไม่ฆ่าเขาก่อนนะ กูยอมเอาหัวโขกพวงมาลัยเลยเอ้า!
พายพิมพ์ข้อความส่งท้ายด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะโยนโทรศัพท์มือถือลงบนเบาะข้างตัวเสียงดังปึก เธอหันกลับมามองคนขับที่ยังคงรักษาฟอร์มหน้านิ่งขับรถอย่างสุขุมนุ่มลึกราวกับพระเอกซีรีส์เกาหลี แต่ติดตรงที่นิสัยจู้จี้จุกจิกเหมือนคุณยายวัยแปดสิบ
"มองหน้าผมแบบนี้ มีอะไรสงสัยเกี่ยวกับกฎข้อไหนเป็นพิเศษไหมครับ" กรณ์เอ่ยขึ้นโดยไม่ละสายตาจากถนน มุมปากข้างขวากระตุกขึ้นนิดหน่อยอย่างรู้ทัน
"ฉันสงสัยว่าสมองส่วนไหนของคุณที่คิดกฎข้อสิบสามขึ้นมาได้" พายหรี่ตาแคบ "ข้อที่บอกว่า *'ห้ามส่งเสียงหัวเราะเกินแปดสิบเดซิเบลในขณะที่คนขับกำลังใช้สมาธิ'*... นี่คุณเห็นฉันเป็นนกแก้วรึไง ถึงต้องควบคุมระดับเสียงด้วย"
"สำหรับคุณรตา... เสียงหัวเราะมักมาพร้อมกับพลังงานทำลายล้างรอบข้างครับ" กรณ์ตอบเสียงเรียบ "โดยเฉพาะเวลาที่คุณหัวเราะสะใจตอนแกล้งผมสำเร็จ เสียงมันจะแหลมสูงจนแก้วหูผมแทบแตก และนั่นเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์อย่างมาก"
"โอ้โห! นี่โบ้ยความผิดให้ฉันเหรอคะคุณสถาปนิก!" พายหัวเสียจนเผลอหลุดเสียงดังเกินพิกัด เธอโน้มตัวเข้าไปใกล้เขามากขึ้น กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ แนว Woody ผสมกับกลิ่นความสะอาดสดชื่นลอยเข้าแตะจมูกเธออย่างจัง จนพายต้องชะงักไปชั่วขณะ "ฉันเป็นคนเสียงดังธรรมชาติเว้ย! ถ้าอึดอัดนักก็ใส่ที่อุดหูไปเลยไป!"
กรณ์เหลือบสายตามามองเธอแวบหนึ่ง ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่เหลือเพียงไม่กี่คืบ แววตานิ่งสงบของเขาเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นประกายบางอย่างที่อ่านไม่ออก มันลึกซึ้ง และอบอุ่นจนพายรู้สึกว่าหัวใจที่เต้นรัวด้วยความโกรธเมื่อครู่... เริ่มเปลี่ยนจังหวะไปอย่างกะทันหัน
"ที่อุดหูเหรอครับ..." กรณ์กระซิบเสียงต่ำ ทุ่วนุ่มละมุนจนคนฟังรู้สึกวูบวาบในท้อง "ผมไม่จำเป็นต้องใช้หรอกครับ... เพราะถึงเสียงคุณจะน่ารำคาญแค่ไหน แต่ถ้าแลกกับการได้ยินมันไปตลอดทาง... ผมว่าผมทนได้สบายมาก"
พายชะงักกึก ลมหายใจสะดุดกึกลงไปอยู่ที่คอหอย สมองที่เคยประมวลผลคำด่าทอเก่งกาจกลับโล่งโถงขาวโพลนขึ้นมาดื้อๆ เธอกระพริบตาปริบๆ สมองพยายามประมวลคำพูดกำกวมเมื่อครู่ของอีกฝ่าย ว่ามันคือมุกตลกกวนประสาท หรือเป็นการหยอกล้อที่ล้ำเส้นเกินกว่าเพื่อนสมัยเด็กควรทำ
ก่อนที่พายจะทันได้อ้าปากเถียงหรือหาคำมาตอกกลับหน้าตายกวนๆ ของเขา กรณ์ก็กดปุ่มควบคุมบนพวงมาลัยเพื่อเปิดเพลงเบาๆ กลบความเงียบที่เริ่มก่อตัวขึ้นในรถ
ทว่า ในจังหวะที่พายกำลังจะถอยร่นตัวกลับมานั่งพิงเบาะตามเดิม สายตาของเธอกลับเหลือบไปเห็นหน้าจอแท็บเล็ตนำทางที่ติดอยู่คอนโซลกลาง มันแสดงเส้นทาง GPS ของรถบ้านคันนี้ ซึ่งจุดหมายปลายทางที่ปักหมุดไว้... ไม่ใช่เส้นทางท่องเที่ยวธรรมชาติยอดฮิตตามที่เธอเข้าใจตั้งแต่แรก
แต่มันคือเส้นทางลัดเลาะผ่านแนวเขาที่เชื่อมต่อไปยัง "หมู่บ้านเล็กๆ" บนชายแดนทางเหนือ ซึ่งเป็นสถานที่ที่พายเคยเขียนไว้ในไดอารีส่วนตัวเมื่อสามปีที่แล้ว ว่าเธออยากมาเยือนสักครั้งในชีวิต... สถานที่ที่เธอไม่เคยบอกใคร แม้กระทั่งจ๋า
พายเบิกตากว้าง หัวใจกระตุกวาบด้วยความตกใจระคนสงสัย เธอหันขวับกลับมามองหน้ากรณ์อีกครั้งอย่างลืมตัว
"นี่คุณ... รู้เรื่องนี้ได้ยังไง?"
กรณ์ไม่ได้ตอบคำถาม เขายังคงมองตรงไปข้างหน้า รอยยิ้มมุมปากที่กว้างขึ้นอย่างมีเลศนัยเมื่อคืนนี้ ปรากฏขึ้นอีกครั้งชัดเจนยิ่งกว่าเดิม พร้อมกับคำพูดที่ทำให้ลมหายใจของพายแทบหยุดนิ่ง
"กฎข้อที่ห้ามไม่ได้เขียนไว้ในสมุดเล่มนั้น... คือห้ามมีความลับกับคนขับรถครับคุณพาย"
(ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "แบกเป้ท่องโลก" เสมอนะครับ)
ทริปนี้ไม่มีแผน แต่มีแฟนซะงั้น•ตอนที่ 2
กฎเหล็ก 50 ข้อบนรถบ้าน
ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทริปนี้ไม่มีแผน แต่มีแฟนซะงั้น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
