กลิ่นกำยานหอมกรุ่นที่เคยอบอวลอยู่ในห้องนอนกลับถูกแทนที่ด้วยกลิ่นฉุนกึกของน้ำมันก๊าดและความร้อนระอุที่แผ่ซ่านเข้ามาจากภายนอกหน้าต่างบานเฟี้ยมไม้สักแกะสลัก หลินเหวินอี้ลืมตาขึ้น ความรู้สึกแรกที่สัมผัสได้ไม่ใช่ความสงบของเตียงนอน แต่เป็นความเจ็บปวดรวดร้าวที่แล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กายราวกับถูกเข็มเล่มเล็กนับพันเล่มทิ่มแทงเข้าสู่เส้นประสาท
"คุณหนูรอง... อย่าได้โทษข้าเลย ท่านเป็นเพียงเบี้ยที่ไร้ค่าในหมากกระดานนี้ การหายไปของท่านจะทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้น"
เสียงแหบพร่าของสตรีวัยกลางคนผู้หนึ่งดังลอดผ่านรอยแยกของประตูไม้เข้ามา เหวินอี้พยายามขยับกาย ทว่าเรี่ยวแรงกลับเหือดหายราวกับถูกสูบสิ้นด้วยพิษร้ายบางอย่าง นางกัดฟันแน่น ความทรงจำที่ไม่คุ้นเคยเริ่มหลั่งไหลเข้ามาประดุจสายน้ำเชี่ยว มันคือความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม... หลินเหวินอี้ บุตรสาวผู้ถูกทอดทิ้งของตระกูลหลิน ผู้ที่ถูกตราหน้าว่าเป็นตัวกาลกิณี และในค่ำคืนนี้ นางถูกหมายหัวให้ตายไปพร้อมกับเรือนไม้หลังเล็กที่กำลังจะกลายเป็นกองเพลิง
เปลวไฟสีส้มอมแดงเริ่มเลียเล็มขอบหน้าต่างไม้ กลิ่นไหม้ของผ้าม่านผ้าไหมปักดิ้นทองขจรขจายไปทั่วห้อง เหวินอี้แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบดุจมีดผ่าตัดของแพทย์หญิงมือหนึ่งแห่งยุคปัจจุบันวาวโรจน์ขึ้นท่ามกลางแสงเพลิง "เหอะ... คิดจะกำจัดข้าในคืนแรกที่ข้ามาถึงอย่างนั้นหรือ? ฝันไปเถิด"
นางใช้แรงเฮือกสุดท้ายผลักร่างลุกขึ้นนั่ง ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปถึงกระดูก แต่ความมุ่งมั่นที่ฝังรากลึกในจิตวิญญาณกลับแข็งแกร่งยิ่งกว่า นางสังเกตเห็นกาน้ำชาบนโต๊ะไม้หอมขัดเงาข้างเตียง มือเรียวบางที่สั่นเทาคว้ามันขึ้นมา แม้จะเป็นเพียงน้ำชาธรรมดา แต่มันคือสิ่งเดียวที่นางสามารถใช้เป็นอาวุธและวิธีหล่อเลี้ยงชีวิตในยามนี้ได้
*เปรี้ยง!*
ไม้ระแนงหลังคาเริ่มถล่มลงมา กองเพลิงโหมกระหน่ำจนความร้อนเกือบจะแผดเผาผิวหนัง เหวินอี้ใช้สติที่เหลืออยู่น้อยนิดกวาดสายตาสำรวจรอบห้องอย่างรวดเร็ว นางพบปิ่นปักผมเงินปลายแหลมที่ตกอยู่ข้างหมอน มือที่เคยจับมีดผ่าตัดอย่างแม่นยำคว้ามันขึ้นมาไว้ในอุ้งมือ ก่อนจะกลิ้งตัวลงจากเตียงด้วยท่วงท่าที่ชำนาญการป้องกันตัวอย่างเงียบเชียบ
นางก้าวผ่านเปลวไฟที่ขวางกั้นด้วยความอดทน ผิวหนังที่ถูกความร้อนแผดเผาส่งผลให้ความเจ็บปวดแล่นเข้าสู่สมองจนแทบขาดใจ แต่เหวินอี้ไม่ส่งเสียงร้องแม้แต่ครึ่งคำ นางพุ่งตัวผ่านประตูไม้ที่กำลังจะพังทลายออกสู่ลานหน้าเรือน ทันใดนั้น เงาร่างหนึ่งก็ก้าวออกมาจากเงามืดของต้นหลิวข้างเรือน เป็นบุรุษผู้หนึ่งที่ดูสูงศักดิ์จนน่าเกรงขาม เสื้อคลุมสีดำสนิทปักลายพยัคฆ์เงินสะท้อนแสงจันทร์ยามต้องเปลวเพลิง นัยน์ตาคมกริบดุจเหยี่ยวคู่นั้นจ้องมองนาง... ผู้ที่เพิ่งรอดพ้นจากกองเพลิงมาได้เพียงเสี้ยววินาที
"เจ้า... มิใช่คนที่จะตายง่ายเพียงนี้สินะ" น้ำเสียงของบุรุษผู้นั้นทุ้มต่ำและเย็นเยียบประดุจน้ำค้างแข็งกลางเหมันต์
เหวินอี้หอบหายใจถี่ สายตาของนางที่มองตอบบุรุษผู้นั้นมิได้มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย แต่มันกลับเต็มไปด้วยการสำรวจและประเมินค่า "ชินอ๋อง จ้าวเฟยหลง... ท่านมาดูผลงานของคนของท่าน หรือมาเพื่อเก็บกวาดสิ่งที่ยังเหลืออยู่กันแน่?"
จ้าวเฟยหลงเลิกคิ้วเล็กน้อย รอยยิ้มหยันที่มุมปากปรากฏขึ้นชั่วครู่ "สตรีที่ถูกเขาลือว่าไร้สมอง กลับมีสายตาที่เฉียบคมจนข้าคาดไม่ถึงเสียจริง"
"ถ้าหากท่านไม่ได้มาเพื่อจะเผาข้าซ้ำ ก็จงหลีกทางเสีย เพราะข้ายังไม่มีเวลามาเล่นละครตบตากับท่าน" เหวินอี้กล่าวจบก็ก้าวขาจะเดินผ่านเขาไป ทว่าบุรุษผู้เป็นดั่งเทพสงครามกลับคว้าข้อมือของนางไว้แน่น ความร้อนที่แผ่ออกมาจากมือของเขานั้นช่างขัดแย้งกับไอเย็นเยียบที่แผ่ออกจากแววตาของเขาอย่างประหลาด
"เจ้าบาดเจ็บหนัก หากเดินออกไปตอนนี้ เจ้าได้ขาดใจตายก่อนถึงปากประตูจวนแน่" จ้าวเฟยหลงกระซิบข้างใบหูของนาง เสียงนั้นชวนให้สั่นสะท้านอย่างห้ามไม่ได้ "มากับข้า... ข้าต้องการคำตอบ ว่าเหตุใดแพทย์หญิงที่ควรจะตายไปในกองเพลิง ถึงได้รู้แจ้งในเล่ห์กลของข้ามากถึงเพียงนี้"
ท่ามกลางแสงเพลิงที่มอดไหม้จนเหลือเพียงเศษซาก เงามืดของจวนตระกูลหลินเริ่มมีความเคลื่อนไหวของกลุ่มนักฆ่าในชุดดำที่พุ่งทะยานออกมาจากเงามืดนับสิบชีวิต เป้าหมายของพวกมันมีเพียงหนึ่งเดียว คือร่างของสตรีที่ยืนอยู่เคียงข้างชินอ๋อง จ้าวเฟยหลงขยับยิ้มเย็นพลางชักกระบี่ประจำกายออกมา เสียงคมเหล็กกระทบอากาศดังก้องไปทั่วอาณาบริเวณ
"หากอยากรอดชีวิตจากคืนนี้ ก็จงจำไว้ว่า... การเป็นคนของข้า มิได้ง่ายดายเหมือนการถูกเผาในเรือนหรอกนะ"
คำพูดของเขาจางหายไปพร้อมกับการปะทะที่เริ่มขึ้น ทว่าในวินาทีที่คมกระบี่ของนักฆ่าพุ่งเข้ามา จ้าวเฟยหลงกลับหันหลังมาดึงตัวนางเข้าสู่อ้อมกอดที่เย็นเยียบและแข็งแกร่ง ก่อนจะกระซิบคำถามที่ทำให้หัวใจของนางกระตุกวูบ "บอกข้ามาหลินเหวินอี้... ผู้ที่ส่งยาพิษมาในถ้วยชาของเจ้าก่อนที่เรือนจะถูกเผา คือใครกันแน่?"
หวังว่าทุกท่านจะเพลิดเพลินไปกับปฐมบทของการหักเหลี่ยมชิงไหวพริบในครั้งนี้นะครับ
หัตถ์โอสถพลิกแผ่นดิน: รอยจารึกใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 1
ฟื้นตื่นท่ามกลางกองเพลิง
ผลงานโดย นักเล่าประวัติศาสตร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นักเล่าประวัติศาสตร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หัตถ์โอสถพลิกแผ่นดิน: รอยจารึกใต้เงาจันทร์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
