หัตถ์โอสถพลิกแผ่นดิน: รอยจารึกใต้เงาจันทร์•ตอนที่ 3

หมากตาแรกในจวนแม่ทัพ

ผลงานโดย นักเล่าประวัติศาสตร์
“หากท่านแม่ทัพยังคงหลับตาข้างหนึ่งต่อเรื่องงบประมาณจัดซื้อเสบียงกรังของกองทัพที่หายไปเกินกว่าครึ่ง... วันหน้าเมื่อเสียงกลองศึกดังขึ้น เกรงว่าท่านคงต้องให้ทหารหาญควบขี่พยัคฆ์หิวโหยไปออกรบแทนม้าศึกแล้วล่ะครับ” คำกล่าวราบเรียบดุจผิวน้ำที่ไร้ระลอกคลื่น ทว่ากลับบาดลึกดั่งคมมีดสั้นที่กรีดลงบนหัวใจของแม่ทัพหลินเจิ้นหนาน หลินเหวินอี้วางสมุดบัญชีฉบับคัดลอกลงบนโต๊ะไม้จันทน์หอมเสียงดัง ‘ปึก’ อย่างแผ่วเบา ทว่าในห้องโถงใหญ่ของจวนแม่ทัพที่เงียบงันจนได้ยินเสียงลมหายใจ เสียงนั้นกลับดังก้องกังวานราวกับเสียงประกาศิตจากขุมนรก อนุภรรยาจางผู้มีใบหน้างดงามดั่งดอกเหมยในเหมันต์บัดนี้กลับซีดเผือด นางสะดุ้งสุดตัว มือที่ถือถ้วยน้ำชาสั่นระริกจนกระเบื้องเคลือบกระทบกันดังแกร๊ก นางพยายามควบคุมสติแล้วเค้นเสียงหัวเราะเยาะออกมา “ท่านพี่... ท่านคงไม่เชื่อคำนังเด็กไร้ค่าที่เพิ่งจะกลับจากเรือนบรรพชนหรอกใช่ไหมเจ้าคะ? เหวินอี้ นางคงอิจฉาที่ข้าได้รับความไว้วางใจให้ดูแลงานในจวน จึงกุเรื่องน้ำเน่าเหล่านี้ขึ้นมาใส่ร้ายข้า!” หลินเหวินอี้ไม่ได้หันไปมองสตรีที่กำลังร้อนรน นางเพียงเลื่อนสายตาไปยังแม่ทัพหลินผู้เป็นบิดา ชายผู้ผ่านร้อนผ่านหนาวในสนามรบมาค่อนชีวิต ดวงตาคู่นั้นของเขามีร่องรอยของความเหนื่อยล้าและความลังเลที่ไม่อาจปิดบัง “ข้ามิได้ใส่ร้ายท่านหรอกครับท่านอาสะใภ้” หลินเหวินอี้กล่าวพลางเอื้อมมือไปหยิบพู่กันขึ้นมาเขียนตัวเลขสองชุดลงบนกระดาษแผ่นบาง “ในบันทึกของร้านผ้าไหมตระกูลสวีที่ท่านเป็นคนสั่งซื้อผ้าไหมเนื้อดีมาตัดชุดให้บ่าวไพร่ในเรือนนั้น ราคาสูงกว่าท้องตลาดถึงสามเท่า และที่สำคัญที่สุด... รอยประทับตราบนใบกำกับสินค้าใบนี้ เป็นรอยตราประจำตัวของท่านอาสะใภ้ที่หายไปเมื่อสามเดือนก่อนใช่หรือไม่ครับ?” อากาศในห้องดูจะเบาบางลงอย่างกะทันหัน แม่ทัพหลินคว้ากระดาษแผ่นนั้นมาดู นิ้วที่หยาบกร้านจากการจับดาบสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อไล่สายตาอ่านตัวเลขที่ถูกคำนวณไว้แจ่มชัด บัญชีที่ดูเหมือนไม่มีพิษมีภัยในสายตาคนนอก กลับซ่อนเล่ห์กลของการโยกย้ายเงินหลวงเข้าสู่กระเป๋าตนเองผ่านการเบิกจ่ายเสบียงลวง “นางจาง... เจ้ามีอะไรจะแก้ตัวหรือไม่” เสียงของแม่ทัพหลินทุ้มต่ำและเต็มไปด้วยความกดดัน อนุภรรยาจางทิ้งตัวลงกราบแทบเท้า สองตาแดงก่ำราวกับผู้ถูกปรักปรำ “ท่านพี่! ข้าถูกใส่ร้าย! นาง... นางต้องไปร่วมมือกับคนนอกแน่ๆ คนผู้นั้น... ชินอ๋องจ้าวเฟยหลง! ตั้งแต่นางกลับมา ข้าเห็นนางติดต่อกับคนของจวนอ๋องอยู่บ่อยครั้ง!” หลินเหวินอี้แค่นยิ้มบางเบา นางย่อตัวลงนั่งในระดับเดียวกับอนุภรรยาจาง กลิ่นหอมจางๆ จากตัวนางที่คล้ายกลิ่นสมุนไพรหายากทำให้ผู้ที่ได้กลิ่นรู้สึกผ่อนคลาย แต่ทว่าในยามนี้มันกลับแฝงความอันตรายจนน่าขนลุก “ท่านอาสะใภ้ครับ การกล่าวอ้างถึงพระนามของชินอ๋องถือเป็นโทษมหันต์ ท่านแน่ใจแล้วหรือว่าจะใช้ข้ออ้างนี้เบี่ยงเบนความผิดของตนเอง?” ขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดจนถึงขีดสุด บานประตูจวนก็ถูกผลักออกอย่างแรง เงาร่างสูงใหญ่ในชุดสีดำสนิทปักดิ้นทองประณีตย่างกรายเข้ามาดั่งพญามัจจุราช กลิ่นอายความเย็นชาแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ จังหวะการก้าวเดินนั้นหนักแน่นและทรงพลัง ทุกสายตาต่างจับจ้องไปที่บุรุษผู้กุมอำนาจกองทัพพยัคฆ์—จ้าวเฟยหลง “หมากตาแรกของเจ้าดูจะรุนแรงเกินไปหน่อยนะเหวินอี้” เสียงทุ้มต่ำนั้นเอ่ยขึ้นโดยไม่มองใคร ทว่าสายตากลับตรึงไว้ที่ใบหน้าของหญิงสาวเพียงผู้เดียว “หากจะถอนรากถอนโคนต้นไม้ใหญ่ ต้องรู้จักรอเวลาให้ลมพัดแรงกว่านี้เสียก่อน” หลินเหวินอี้ลุกขึ้นยืนประสานมือคารวะอย่างสุภาพ ทว่าแววตาของนางกลับมีความซุกซนแฝงอยู่ “ท่านอ๋อง ท่านมาเร็วกว่าที่หม่อมฉันคาดไว้หนึ่งเค่อครับ” จ้าวเฟยหลงกวาดสายตามองอนุภรรยาจางที่บัดนี้ตัวสั่นเทาเหมือนใบไม้ต้องลม ก่อนจะหยิบจดหมายลับฉบับหนึ่งออกมาจากแขนเสื้อแล้วโยนลงบนโต๊ะต่อหน้าแม่ทัพหลิน “ท่านแม่ทัพ บัญชีทุจริตเพียงแค่นี้อาจจะเล็กน้อยเกินไป หากท่านได้อ่านจดหมายฉบับนี้... ท่านคงจะทราบว่า เหตุใดกองทัพของท่านถึงขาดแคลนอาวุธชั้นดีในยามที่ศัตรูประชิดชายแดน” แม่ทัพหลินคลี่จดหมายออกอ่าน สีหน้าของเขาเปลี่ยนจากความโกรธเกรี้ยวเป็นความตื่นตระหนกจนถึงขีดสุด เขาเงยหน้าขึ้นมองอนุภรรยาของตนด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง—ไม่ใช่ความรักหรือความสงสารอีกต่อไป แต่เป็นความขยะแขยงที่ฝังลึก “เจ้า... เจ้าขายข้อมูลการเดินทัพให้แคว้นศัตรู!” แม่ทัพหลินคำรามลั่น จวนทั้งหลังสั่นสะเทือนด้วยอำนาจโทสะ หลินเหวินอี้ขยับยิ้มที่มุมปาก นางเดินถอยหลังออกมาหนึ่งก้าว ปล่อยให้สถานการณ์คลี่คลายไปตามทางที่นางวางแผนไว้ ทว่าในจังหวะที่ความวุ่นวายกำลังพุ่งถึงขีดสุด ข้ารับใช้คนสนิทของอนุภรรยาจางก็พุ่งตัวเข้ามาพร้อมอาวุธลับในมือหมายจะปลิดชีพหญิงสาว ฉับพลันนั้นเอง กายของหลินเหวินอี้ถูกดึงเข้าสู่อ้อมแขนแกร่งของชินอ๋อง ก่อนที่ใบดาบเย็นเฉียบจะเฉียดผ่านปลายจมูกนางไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด “หมากตานี้เจ้าเดินพลาดไปหนึ่งจุดเหวินอี้” จ้าวเฟยหลงกระซิบข้างหูนาง เสียงนั้นแหบพร่าทว่าเปี่ยมไปด้วยความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ใต้ความดุดัน “เจ้าลืมไปว่าในจวนหลังนี้... ยังมีงูพิษที่พร้อมจะฉกกัดเจ้าทุกเมื่อ” ก่อนที่หลินเหวินอี้จะทันได้ตอบโต้อะไร ประตูโถงใหญ่ก็ถูกปิดลงพร้อมกับเสียงฝีเท้าของทหารรักษาการณ์ที่ล้อมจวนไว้ทุกด้าน ในจังหวะนั้นเอง ข้ารับใช้คนสนิทของอนุภรรยาจางที่ถูกจับตัวได้ก็หัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง ก่อนจะกัดฟันกรอดแล้วกระอักเลือดสีดำออกมาจนสิ้นใจพร้อมกับถุงยาพิษที่ตกอยู่แทบเท้าท่านแม่ทัพ หลินเหวินอี้ก้มลงมองศพนั้นด้วยสายตาเรียบเฉย ก่อนจะสังเกตเห็นบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในรอยแยกของพื้นไม้ข้างศพ—ตราประทับลับของ ‘หน่วยพยัคฆ์เงา’ ซึ่งเป็นกองกำลังลับที่ควรจะขึ้นตรงต่อฮ่องเต้เท่านั้น ไม่ใช่ใครคนอื่น! ความลับที่นางเพิ่งเปิดโปงอาจเป็นเพียงแค่ยอดภูเขาน้ำแข็ง และดูเหมือนว่า... หมากตาต่อไปที่นางต้องเดิน อาจนำพาชีวิตของนางและท่านอ๋องไปสู่จุดจบที่คาดไม่ถึง ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมในหน้าประวัติศาสตร์บทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (นักเล่าประวัติศาสตร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หัตถ์โอสถพลิกแผ่นดิน: รอยจารึกใต้เงาจันทร์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%