"ถ้าคุณคิดว่าแค่ส่งคนมาขัดขวางการประชุมแล้วจะทำให้ฉันถอนหุ้น... คุณก็ประเมินฉันต่ำไปค่ะคุณพ่อ"
เสียงหวานใสแต่ทรงพลังเหยียดยิ้มเย็นชาใส่หน้าชายวัยกลางคนผู้มีศักดิ์เป็นบิดา แววตาของพิมพ์พิชชาไม่มีความหวาดกลัวเหลืออยู่เลย มีเพียงความแข็งกร้าวที่ถูกหล่อหลอมขึ้นมาจากเศษซากความผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่า ร่างเพรียวในชุดสูทเข้ารูปยืนหยัดอยู่กลางห้องรับรองพิเศษของโรงแรมหรู ท่ามกลางบรรยากาศที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก
นี่ไม่ใช่การปะทะฝีปากธรรมดา แต่เป็นสงครามประสาทครั้งใหญ่ที่ครอบครัวพยายามใช้ 'สายเลือด' มาเป็นโซ่ตรวนล่ามเธอไว้กับผลประโยชน์ทางธุรกิจที่เธอไม่ได้มีส่วนร่วมด้วยตั้งแต่ต้น
บิดาของเธอยกยิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยัน สายตากวาดมองบุตรสาวหัวดื้อตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความดูถูก "แกมันก็แค่เด็กผู้หญิงตัวคนเดียว คิดเหรอว่าจะเอาชนะอำนาจตระกูลเราได้? เลิกทำตัวเป็นภาระแล้วเซ็นเอกสารโอนหุ้นซะ ก่อนที่ฉันจะทำให้คนรักของแก... ไม่เหลือแม้แต่ที่ยืนในสังคม"
หัวใจของพิมพ์พิชชาสะท้อนวูบ คำขู่ที่พาดพิงถึง 'ใครบางคน' ทำให้ปลายนิ้วที่กำเอกสารในมือสั่นระริกโดยอัตโนมัติ ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนก่อนที่เลขาหนุ่มพรวดพราดเข้ามาเห็นเธอกำลังยืนคลอเคลียอยู่กับคริษฐาในมุมมืดของงานเลี้ยงยังคงติดตา ข่าวฉาวระดับพรีเมียมถูกส่งต่อไปยังโทรศัพท์ของบิดาเธอด้วยความรวดเร็ว และนั่นคือเหตุผลที่เขายืนอยู่ตรงนี้เพื่อใช้มันเป็นไพ่ตาย
แต่ทว่า... ความกลัวที่เคยเกาะกุมหัวใจกลับถูกปัดเป่าให้มลายหายไปในเสี้ยววินาที เมื่ออ้อมแขนอุ่นคุ้นเคยเอื้อมเข้ามาโอบกอดรอบเอวบางไว้จากด้านหลังอย่างถือวิสาสะ พร้อมกับกลิ่นหอมเย็นของน้ำหอมแบรนด์โปรดที่คุ้นจมูก
"ขอโทษนะคะ... พอดีว่าคนของฉัน 'ที่ยืน' กว้างขวางพอจะโอบอุ้มทั้งบริษัทของคุณและตัวพิมพ์ได้สบายๆ โดยไม่ต้องงدงายเงินสกปรกจากใครค่ะ"
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจเอ่ยแทรกขึ้นท่ามกลางความตึงเครียด คริษฐาก้าวออกมาจากเงาสลัวของมุมห้อง ยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับพิมพ์พิชชาอย่างสง่างาม ดวงตาคู่คมกริบราวกับพญาเสือดาวจ้องมองชายวัยกลางคนตรงหน้าด้วยแววตานิ่งสนิท แต่แฝงไปด้วยรังสีความน่ากลัวที่ทำให้อุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันที
บิดาของพิมพ์หน้าถอดสีไปชั่วขณะเมื่อเห็นหน้าประธานสาวผู้ทรงอิทธิพลแห่งอาณาจักรธุรกิจยักษ์ใหญ่ "คุณ... คุณคริส เรื่องนี้มันเป็นเรื่องภายในครอบครัวของเรา..."
"ครอบครัวเหรอคะ?" คริษฐาสบถหัวเราะในลำคอเบาๆ น้ำเสียงเยียบเย็นจนน่าขนลุก "เท่าที่ฉันเห็น มีแต่พ่อผู้เห็นแก่ตัวที่พยายามเอาลูกสาวตัวเองไปแลกกับผลประโยชน์ทางธุรกิจมากกว่านะคะ ถ้าคุณยังไม่อยากให้ฉันใช้กำลังภายในทั้งหมดที่มีกวาดล้างบริษัทของคุณจนไม่เหลือแม้แต่เศษอิฐ... ก็เชิญก้าวออกไปจากห้องนี้ซะ ก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนใจไม่ฟ้องร้องเรื่องที่คุณส่งคนบุกรุกเข้ามาคุกคามคนของฉัน"
คำพูดเฉียบคมราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้งทำให้บิดาของพิมพ์ถึงกับมุมปากกระตุก เขาชี้หน้าบุตรสาวสลับกับประธานสาวด้วยความโกรธจัด แต่เมื่อเจอสายตาดุดันที่ส่งกลับมาพร้อมบอดี้กارد์ชุดสูทดำที่ก้าวเข้ามาคุมเชิงบริเวณประตู เขาก็จำต้องกลืนก้อนความแค้นลงคอสะบัดหน้าพรืดเดินหนีออกไปอย่างหัวเสีย
ปัง!
เสียงประตูปิดลงพร้อมกับความเงียบที่กลับคืนมา ทว่าหัวใจของพิมพ์พิชชากลับเต้นรัวแรงยิ่งกว่าเดิม ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะสัมผัสอุ่นจากฝ่ามือเรียวของคนที่ยืนซ้อนหลังอยู่ ที่ค่อยๆ เลื่อนขึ้นมาโอบกระชับเอวเธอแน่นขึ้น พร้อมกับคางมนที่เกยลงบนลาดไหล่บาง
"เก่งมากค่ะเด็กดื้อ... วันนี้ทำได้ดีมาก"
เสียงกระซิบพร่าแผ่วเบาข้างใบหู ทำเอาขนลุกซู่ไปทั้งร่าง พิมพ์พิชชาผ่อนลมหายใจยาวเหยียด ปล่อยให้ความตึงเครียดทั้งหมดไหลออกจากตัว ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับคนที่ยืนยันจะยืนเคียงข้างเธอเสมอไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
"ถ้าเมื่อกี้คุณมาช้ากว่านี้อีกนิด ฉันอาจจะเผลอซัดหน้าพ่อตัวเองไปแล้วก็ได้นะคะ" พิมพ์พิชชาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตเป็นประกายระยับ แม้ริมฝีปากจะยังคงเจือรอยยิ้มอวดดี แต่ขอบตากลับร้อนผ่าวด้วยความซาบซึ้งที่พยายามกลั้นไว้
คริษฐายกมือขึ้นเกลี่ยปอยผมที่ระแก้มให้อย่างเบามือ สายตาดุดันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนลุ่มลึกจนใจสั่น "ฉันจะยอมให้ใครหน้าไหนมาทำร้ายคนของฉันได้ยังไงคะ... หืม? จำไว้ว่าต่อให้ทั้งโลกหันหลังให้พิมพ์ คริสก็ยังจะยืนอยู่ตรงนี้ ข้า/ง/แก/เส/มอ"
คำพูดที่หนักแน่นและจริงจังทำเอาพิมพ์พิชชาถึงกับพูดไม่ออก เคมีที่ตลบอบอวลไปด้วยความคลั่งรักแบบเงียบๆ แต่วาจาเชือดเฉือนคนอื่นอย่างไร้ความปรานีของประธานสาวคนนี้ มักจะทำให้เธอใจละลายได้ทุกครั้งสิน่า
"ปากหวานแบบนี้... อยากได้อะไรเป็นรางวัลคะประธานคริส" พิมพ์พิชชาแกล้งเอียงคอถามด้วยรอยยิ้มยั่วเย้า ดวงตาสื่อความหมายแพรวพราวเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอายที่กำลังแผดเผาแก้มใส
"รางวัลเหรอคะ..." คริษฐายิ้มเจ้าเล่ห์ ดวงตาพราวระยับด้วยประกายความปรารถนาที่ถูกจุดติดขึ้นมาอีกครั้ง ร่างสูงโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดริมฝีปากของกันและกันจนแทบไม่เหลือระยะห่าง "คืนนี้... ย้ายไปนอนห้องฉันสคะ แล้วฉันจะบอกว่าอยากได้อะไรเป็นรางวัล"
บรรยากาศหวานซึ้งกำลังจะทวีความเร่าร้อนขึ้นเรื่อยๆ ทว่า...
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะ ทำเอาทั้งสองคนสะดุ้งเล็กน้อย พิมพ์พิชชาดันอกอีกฝ่ายให้ออกห่างอย่างรวดเร็ว ขณะที่คริษฐาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความขัดเคืองใจอย่างปิดไม่มิด
ประตูกลุ่มวีไอพีถูกผลักเปิดออกช้าๆ พร้อมกับร่างของเลขาหนุ่มคนเดิมที่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนกยิ่งกว่าเดิม ในมือของเขายังคงถือแท็บเล็ตเครื่องพิมพ์รายงานข่าวที่สั่นระริก
"ท่านประธานครับ... เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!" เลขาหนุ่มละล่ำละลักพูดด้วยน้ำเสียงหอบเหนื่อย "ภาพที่คุณคริสต์กับคุณพิมพ์อยู่ด้วยกันเมื่อคืน... ถูกปล่อยหลุดออกไปตามสื่อบันเทิงออนไลน์ขนาดใหญ่แล้วครับ ตอนนี้แฮชแท็กติดเทรนด์อันดับหนึ่ง และ... และที่สำคัญที่สุด..."
คริษฐาหรี่ตามองด้วยความหงุดหงิด "สำคัญอะไรอีก พูดมาให้จบสิคะ!"
เลขาหนุ่มกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเจ้านายสาวด้วยแววตาหวาดผวา
"คนที่ออกมาโพสต์ประกาศตัวว่าเป็น 'คู่หมั้นตัวจริง' ของคุณคริส... กำลังบินกลับมาถึงประเทศไทยแล้วครับตอนนี้!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "สการ์เล็ตโรส" มาจนถึงตอนนี้ เตรียมตัวรับแรงกระแทกในตอนต่อไปกันได้เลยนะคะ!
เล่ห์ร้ายพ่ายรักยัยตัวแสบ•ตอนที่ 39
บททดสอบสุดท้าย
ผลงานโดย สการ์เล็ตโรส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สการ์เล็ตโรส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์ร้ายพ่ายรักยัยตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!