กองเอกสารดีไซน์แบบร่างความหนากว่าสิบท่อถูกกระแทกลงบนโต๊ะทำงานกระจกใสเสียงดัง *ปึก!* จนแก้วกาแฟเซรามิกสีดำสนิทถึงกับกระเพื่อม น้ำสีเข้มกระฉอกเปื้อนขอบถ้วยเล็กน้อย สะท้อนความหงุดหงิดที่เจ้าของสำนักงานตั้งใจระบายออกมาอย่างไร้ความเกรงใจ
"สถาปนิกฝีมือระดับรางวัลของบริษัทเรา ทำงานได้แค่นี้เหรอครับ คุณกันต์ธีร์"
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เย็นเฉียบราวกับถูกแช่แข็งในตู้คอนเทนเนอร์ลอย ริ้วรอยความไม่พอใจฉายชัดผ่านนัยน์ตาคมกริบของคณาธิป ประธานหนุ่มแห่งอาณาจักร "เคเอส พร็อพเพอร์ตี้" เขายืนกอดอกพิงขอบโต๊ะ ร่างสูงใหญ่ในสูทตัดเย็บเนี้ยบกริบทำให้บรรยากาศในห้องประชุมส่วนตัวกดดันจนแทบหายใจไม่ออก
กันต์ธีร์ หรือที่ใคร ๆ ในแผนกสถาปัตย์เรียกติดปากว่า *กันต์* ไม่ได้สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย ชายหนุ่มปรายตามองกองกระดาษพิมพ์เขียวที่ถูกตีกลับ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายตรง ๆ ริมฝีปากบางเฉียบยกยิ้มหยันขึ้นเล็กน้อยอย่างคนที่ไม่เคยคิดจะก้มหัวให้ใคร ไม่ว่าอีกฝ่ายจะมีตำแหน่งใหญ่โตคับฟ้ามาจากไหนก็ตาม
"ถ้าท่านประธานจะกรุณาใช้สายตาที่ปราศจากอคติอ่านบันทึกข้อตกลงและเงื่อนไขหน้าสุดท้ายสักนิด คุณก็จะเห็นว่าดีไซน์ชุดนี้ถูกปรับแก้ตาม 'งบประมาณบีบคั้น' ที่ฝ่ายบริหารอนุมัติมานะครับ... หรือว่าช่วงนี้ความจำสั้น จนจำไม่ได้ว่าตัวเองเซ็นอนุมัติอะไรไปบ้าง?"
น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เชือดเฉือนทุกอณูถูกส่งออกไปอย่างไม่เกรงกลัว คณาธิปถึงกับกรามกระตุก นัยน์ตาคมวาวโรจน์ขึ้นด้วยความไม่พอใจ น้อยครั้งนักที่จะมีพนักงานกล้าต่อปากต่อคำกับเขาด้วยรอยยิ้มเยาะแบบนี้ โดยเฉพาะไอ้สถาปนิกหน้าหวานที่ดื้อดึงคนนี้
"ปากเก่งนักนะ คุณกันต์ธีร์" คณาธิปโน้มตัวลงต่ำ ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งสองลดลงจนแทบสัมผัสได้ถึงไออุ่น ลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นมินต์จาง ๆ ปะทะเข้ากับกรอบหน้าของกันต์ "คิดว่าเถียงผมชนะแล้วงานมันจะเสร็จเองรึไง? โปรเจกต์ 'เดอะ แกรนด์ รีสอร์ท' เลื่อนไม่ได้ ถ้าสัปดาห์หน้าไม่มีแบบร่างที่สมบูรณ์แบบมารายงาน คุณก็เตรียมเก็บของออกจากตึกนี้ได้เลย"
กันต์ธีร์เม้มปากแน่น หัวใจกระตุกวูบด้วยความโกรธระคนคับแค้นใจ เขารู้ดีว่าคณาธิปไม่ได้ขู่ งานนี้คือกุญแจสำคัญที่จะดันบริษัทก้าวขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งของประเทศ แต่การเอาแต่ใจและใช้อำนาจเผด็จการกดขี่คนอื่นมันไม่ใช่สไตล์ที่เขาจะยอมจำนนด้วยง่าย ๆ
"ถ้าผมทำเสร็จตามกำหนด... และมันเพอร์เฟกต์จนท่านประธานหาข้อติไม่ได้ล่ะครับ?" กันต์ธีร์ท้าทายกลับ ดวงตากลมโตเป็นประกายวาววับด้วยความทระนง "คุณจะมีปัญญาทำตามเงื่อนไขของผมสักข้อไหมล่ะครับ ท่านประธานผู้สูงส่ง?"
คณาธิปแค่นหัวเราะในลำคอ ใบหน้าหล่อเหลาขึ้นสันกรามเด่นชัด "ฝันไปเถอะว่าคุณจะมีปัญญาทำมันให้เสร็จทันเวลา... แต่ถ้าปาฏิหาริย์มีจริง แล้วคุณทำได้ อยากได้อะไร ว่ามาเลย"
"ผมขอ 'อิสระ' ในการตัดสินใจแบบแปลนทั้งหมดโดยปราศจากการแทรกแซงงี่เง่าของคุณ... ตลอดโปรเจกต์นี้"
"ตกลง" คณาธิปสวนกลับทันทีโดยไม่ต้องคิด ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยราวกับจะกลืนกิน "แต่ถ้าคุณแพ้... คุณต้องมาเป็นเลขาฯ ส่วนตัว คอยอยู่รับใช้วาระเร่งด่วนของผมตลอด 24 ชั่วโมง... ห้ามปฏิเสธแม้แต่คำเดียว"
รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากของประธานหนุ่ม ท่าทางเย่อหยิ่งและสายตากรุ้มกริบที่ส่งมาทำเอาสถาปนิกหนุ่มถึงกับชะงัก รู้สึกได้ถึงลางสังหรณ์ประหลาดที่วิ่งพล่านไปตามสันหลัง แต่มันก็สายเกินกว่าจะถอนคำพูดเสียแล้ว
"ดีครับ... งั้นเรามาดูกันว่าใครจะคุกเข่าก่อนกัน" กันต์ธีร์เชิดหน้าขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้
ร่างบางคว้ากองเอกสารบนโต๊ะกลับมาถือไว้แน่น หมุนตัวเตรียมก้าวเดินออกจากห้องเพื่อเริ่มสงครามประสาทครั้งใหม่ที่เดิมพันด้วยศักดิ์ศรี แต่ทว่า... ก่อนที่มือเรียวจะได้เอื้อมไปหมุนลูกบิดประตู เสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจก็ดังขัดขึ้นมาจากด้านหลังเสียก่อน
"เดี๋ยวก่อน คุณกันต์..." คณาธิปเอ่ยเสียงเรียบ แต่แฝงความหมายบางอย่างที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไปฉับพลัน
กันต์ธีร์ชะงักฝีเท้า หันกลับไปมองด้วยความฉงน "มีอะไรอีกครับ หรือกลัวผมจะชนะเร็วกว่ากำหนด?"
คณาธิปไม่ได้ตอบคำถามนั้น ทว่าขายาว ๆ ของร่างสูงกลับก้าวเข้ามาประชิดตัวทีละน้อยอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งแผ่นหลังบางชนเข้ากับบานประตูไม้เนื้อแข็งอย่างไร้ทางหนี มือหนาทั้งสองข้างยกขึ้นทาบลงบนบานประตู กักขังร่างของสถาปนิกหนุ่มไว้ในอาณาเขตของตัวเองอย่างเบ็ดเสร็จ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางแต่ทรงเสน่ห์โชยเข้าแตะจมูกจนกันต์ธีร์เผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว
ดวงตาคมกริบก้มลงมองใบหน้าหวานที่อยู่ห่างกันเพียงคืบ ปลายนิ้วเรียวของประธานหนุ่มเอื้อมไปปัดปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากเนียนออกให้อย่างแผ่วเบา สัมผัสอุ่นร้อนที่แตะผ่านผิวเนื้อทำให้หัวใจของกันต์เต้นผิดจังหวะอย่างรุนแรง
"ผมแค่จะเตือน..." เสียงทุ้มกระซิบแผ่วเบaชิดริมหใบหู ร้อนผ่าวจนขนลุกซู่ "ว่างานนี้... คุณไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากเตรียมตัวมาสยบแทบเท้าผม... ในฐานะของ 'คนพิเศษ' ของท่านประธานคนนี้เท่านั้น"
ยังไม่ทันที่กันต์ธีร์จะได้อ้าปากด่าทอหรือผลักไสอกแกร่งออกไป เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งตามด้วยการเปิดผางเข้ามาอย่างไร้มารยาทของใครบางคน
"เฮียกรณ์! แย่แล้วครับ... คุณมีนาราบุกมาที่ห้องทำงานส่วนตัวแล้ว บอกว่ามีเรื่องด่วนเกี่ยวกับงานแต่งงานที่ต้องเคลียร์ให้รู้เรื่องเดี๋ยวนี้!"
ร่างของปกรณ์เพื่อนสนิทพ่วงตำแหน่งเลขาฯ คนสนิทพุ่งพรวดเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก ก่อนจะเบรกเอี๊ยดอ้าดเมื่อเห็นภาพเบื้องหน้า... ภาพที่ประธานหนุ่มมาดขรึมกำลังยืนคร่อมกักขังคู่กัดตัวฉกาจไว้ติดประตูในระยะประชิดสนิท
คณาธิปสบถเบา ๆ ในลำคอด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะสำคัญ ขณะที่กันต์ธีร์อาศัยจังหวะชุลมุนนี้ดันอกแกร่งออกสุดแรง หลุดพ้นจากการพันธนาการได้อย่างหวุดหวิด
ดวงตากลมโตช้อนขึ้นมองหน้าประธานหนุ่มจอมซึนด้วยรอยยิ้มเยาะที่มุมปากอีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยกระซิบด้วยน้ำเสียงเย้าแหย่ที่ได้ยินกันแค่สองคน
"ดูเหมือน 'คู่หมั้น' ของคุณจะมารอรับใช้ท่านประธานแล้วนะครับ... เชิญตามสบายเถอะครับ ผมไม่กวนเวลาสวีทของคุณแล้ว!"
พูดจบ สถาปนิกหนุ่มก็เปิดประตูเดินสวนปกรณ์ออกไปอย่างไร้เยื่อใย ทิ้งให้คณาธิปยืนหน้าดำคร่ำเครียด กำหมัดแน่นด้วยความขัดใจ สายตาคมกริบมองตามแผ่นหลังบางที่ลับตาไปด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่สุมแน่นอยู่ในอก... *ให้ตายสิ... ทำไมเขาถึงอยากเอาชนะไอ้เด็กปากเก่งคนนี้ มากกว่าการไปเคลียร์กับคู่หมั้นซะอีกวะเนี่ย!*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาติดกับดักความซึนของเฮียกรณ์ด้วยกันนะครับ!
ท่านประธานครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นแฟนผมที•ตอนที่ 1
ข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้
ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นแฟนผมที นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!