กลิ่นอายของหญ้าชิงเฉ่าผสมกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยคละคลุ้งตัดกับกลิ่นอับชื้นของสมุนไพรนับร้อยชนิดที่แขวนเรียงรายอยู่เต็มเพดานเรือนไม้ไผ่
เซี่ยจื่อเวยตวัดพู่กันขนกระต่ายป่าลงบนกระดาษสาด้วยความเร็วและแม่นยำ น้ำหมึกสีดำเข้มข้นถูกเขียนเป็นตัวอักษรจีนหวัดๆ สำหรับบันทึกส่วนผสมของยาพิษสลายกระดูก นางกำลังจะจดสูตรลับตัวสุดท้ายลงไป หากไม่ใช่เพราะเสียงฝีเท้าหนักแน่นที่เหยียบลงบนใบไม้แห้งนอกหน้าต่างดังขึ้นเสียก่อน... เสียงนั้นเงียบกริบ ไร้ที่ติ และเต็มไปด้วยลมปราณอันล้ำลึกที่คนธรรมดาไม่มีทางฝึกฝนได้
*แกร็ก*
บานหน้าต่างไม้ไผ่ถูกผลักเปิดออกโดยไม่ได้รับอนุญาต ลมราตรีพัดกรรโชกวูบหนึ่งจนเปลวเทียนสีส้มสั่นไหวเกือบดับวับ ทว่าสิ่งที่ปรากฏตรงหน้ามิใช่ภูตผีปีศาจ หากแต่เป็นร่างสูงโปร่งของบุรุษในชุดเกราะสีดำสนิท ไร้ซึ่งหมวกเหล็กปกปิดใบหน้า เรือนผมสีดำสนิทถูกรวบตึงอย่างประณีต ทว่าดวงตากลับคมกริบดุจเหยี่ยวและเย็นชาจนแทบจะแช่แข็งหยดน้ำค้างให้กลายเป็นน้ำแข็งได้ในพริบตาเดียว
หลี่จวินเหยา... ท่านแม่ทัพใหญ่ผู้กุมอำนาจครึ่งหนึ่งของแคว้น
ดวงตากลมโตของหมอพิษสาวหรี่แคบลงทันที นางวางพู่กันในมือลงอย่างช้าๆ ไม่มีแววตื่นตระหนก มีเพียงรอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปากที่ถูกยกขึ้นอย่างท้าทาย
"ใต้เท้าหลี่" จื่อเวยเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ความเกรงกลัว "เรือนของข้ามีประตูหน้าเปิดต้อนรับแขกผู้มีเกียรติเสมอ แต่ดูท่าทางแล้ว ท่านคงชื่นชอบการเป็นโจรย่องเบายามวิกาลมากกว่ากระมัง หรือว่าสมองของแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่จะกระทบกระเทือนจากการรบ จนลืมวิธีใช้ประตูไปเสียแล้ว?"
หลี่จวินเหยาไม่ได้สะทกสะท้านต่อวาจาเชือดเฉือนนั้นแม้แต่น้อย เขายกมือขึ้นกุมไหล่ข้างขวาเอาไว้ช้าๆ เนื้อผ้าสีเข้มบริเวณนั้นเปียกชุ่มไปด้วยหยาดโลหิตสีแดงฉานที่ยังคงซึมไหลออกมาไม่ขาดสาย ใบหน้าหล่อเหลาคมคายซีดเซียวลงเล็กน้อย แต่แววตากลับยังคงนิ่งสงบดุจผิวน้ำในบึงลึก
"ฝีมือของเจ้า... ร้ายกาจขึ้นทุกวันนะหมอเซี่ย" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ ขณะที่เขาสืบเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานของนางทีละน้อย "แค่เข็มพิษดอกเดียวเกือบพรากชีวิตทหารเอกของแคว้นไปได้ เจ้าช่างใจคอโหดเหี้ยมสมกับฉายา 'ปีศาจพันพิษ' เสียจริง"
"ข้าแค่ป้องกันตัวจากสุนัขบ้าที่บุกรุกเข้ามาในเขตหวงห้ามต่างหากเล่า" จื่อเวยลุกขึ้นยืนเต็มความสูง นางเชิดหน้าขึ้นสบตากับเขาอย่างไม่เกรงกลัว แม้ส่วนสูงของนางจะอยู่เพียงแค่ระดับอกของเขาเท่านั้น แต่รัศมีดื้อรั้นและถือดีในตัวกลับเจิดจ้าเสียจนคนมองแทบแสบตา "ถ้าข้าตั้งใจเอาชีวิตท่านจริงๆ ป่านนี้ท่านคงกลายเป็นปุ๋ยรดต้นโสมใต้เรือนข้าไปนานแล้ว ไม่มายืนทำหน้าตายด้านอยู่ตรงนี้หรอก"
หลี่จวินเหยาแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ
*พรึบ*
ร่างสูงใหญ่ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ไผ่ฝั่งตรงข้ามอย่างถือวิสาสะ ดวงตาคมกริมจ้องมองนางเขม็ง ราวกับต้องการจะทะลุทะลวงเข้าไปในความคิดของสตรีตรงหน้า "หากข้าตาย เจ้าก็คงจะอดสนุกกับการหาคนมาเป็นเป้าหมายทดลองยาพิษตัวใหม่น่ะสิ... จริงไหม?"
"รู้ดีนักนะ" จื่อเวยแค่นเสียงฮึดฮัด นางเดินอ้อมโต๊ะทำงานหยิบกล่องไม้ใส่เวชภัณฑ์และขวดกระเบื้องเคลือบสีขาวสำหรับถอนพิษออกมา กระแทกมันลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่นจนขวดกระเบื้องแทบจะล้มคว่ำ "ถอดเสื้อออกซะ"
คำสั่งห้วนสั้นและตรงไปตรงมาทำเอาคนฟังถึงกับเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย หลี่จวินเหยาชะงักไปชั่วอึดใจ มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ แววตานิ่งสงบเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นประกายระยิบระยับด้วยความสนุกสนานที่ได้แกล้งหยอกล้อ
"หมอเซี่ย... ใจร้อนถึงเพียงนี้เชียวหรือ? แม้ข้าจะรูปงามและมีร่างกายกำยำล่ำสันเป็นที่หมายปองของสตรีทั่วเมืองหลวง แต่การให้บุรุษถอดเสื้อต่อหน้าสตรีในยามวิกาลเช่นนี้ เกรงว่ามันจะ... เร็วเกินไปหน่อยกระมัง?"
เพล้ง!
ความอดทนของเซี่ยจื่อเวยขาดผึ้งลงทันที นางหยิบขวดหยกบรรจุผงระงับพิษขึ้นมาหมุนฝาออกแล้ววางกระแทกกลับลงไปแรงกว่าเดิม "ถ้าท่านยังมีแรงมาพ่นวาจาลามกไร้สาระเช่นนี้ แสดงว่าพิษสลายกระดูกยังกระจายตัวไม่ถึงหัวใจกระมัง งั้นก็เชิญท่านนั่งให้พิษมันกัดกินจนแขนขวาใช้งานไม่ได้ไปเลยเถอะ ข้าไม่รักษาให้แล้ว ไสหัวไปซะ!"
ว่าแล้วนางก็หมุนตัวเตรียมจะเดินหนีเข้าห้องด้านใน ทว่าเร็วกว่าความคิด มือหนาข้างที่บาดเจ็บกลับเอื้อมมากระชับข้อจ้อมเรียวเล็กของนางเอาไว้แน่น แรงบิดจากฝ่ามืออุ่นจัดทำให้จื่อเวยสะดุ้งสุดตัว นางหันขวับกลับมาถลึงตาใส่
"ปล่อยนะ!"
"เจ้าสร้างแผลนี้ขึ้นมาเอง เจ้าก็ต้องรับผิดชอบสิ" หลี่จวินเหยากล่าวเสียงนุ่ม ทว่าดวงตากลับฉายแววดื้อดึงอย่างไม่ยอมแพ้ "อีกอย่าง... มือขวาของข้าขยับไม่ได้แล้วจริงๆ เจ้านี่ช่างใจร้ายนัก ลงมือกับว่าที่สามีในอนาคตได้อย่างลงคอ"
"ใครเป็นสามีท่าน! อย่ามาพูดจาเพ้อเจ้อแถวนี้!" จื่อเวยหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ (และบางอย่างที่นางปฏิเสธที่จะยอมรับในใจ) นางพยายามบิดข้อมือให้หลุดจากการเกาะกุม แต่แรงของแม่ทัพหนุ่มกลับดุจคีมเหล็กที่ไม่มีวันหลุดรอด
"ถ้าไม่ใช่สามี เหตุใดเจ้าจึงยอมให้ข้าบุกรุกเข้ามาในเรือนส่วนตัวยามวิกาลโดยไม่เรียกทหารองครักษ์เล่า?" หลี่จวินเหยาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ จนลมหายใจอุ่นร้อนที่มีกลิ่นอายบุรุษเจือจางปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียนนุ่มของนาง ระยะห่างระหว่างทั้งสองลดลงจนแทบไม่มีช่องว่าง ดวงตาคมกริมคู่นั้นจ้องมองริมฝีปากที่กำลังขยับเถียงของนางนิ่งนาน ราวกับถูกสะกดจิต
จื่อเวยลมหายใจสะดุด หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวผิดจังหวะจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก ความร้อนแล่นริ้วขึ้นมาบนใบหน้าอย่างห้ามไม่อยู่ นางเม้มริมฝีปากแน่น สมองขาวโพลนไปหมด ชั่วขณะหนึ่งเคมีอันตรายระหว่างทั้งสองก็ระเบิดความร้อนแรงพุ่งทะลุปรอทจนอากาศรอบตัวราวกับจะร้อนระอุขึ้นมาจริงๆ
"หลี่... หลี่จวินเหยา ถอยไปนะ ไม่อย่างนั้นข้าจะ..."
*ปัง!*
เสียงถีบประตูด้านนอกดังสนั่นหวั่นไหวจนบานไม้ไผ่หลุดออกจากสลักและพังทลายลงมา เสียงฝีเท้าก้าวเข้ามาพร้อมกับกระบี่นับสิบเล่มที่ถูกชักออกจากฝักสะท้อนแสงไฟวับวับ
"จับตัวคนร้ายไว้! องค์ชายสามมีรับสั่งให้ตรวจสอบเรือนหมอเซี่ย ห้ามผู้ใดหลบหนีเด็ดขาด!"
---
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเข้าสู่โลกอันหอมหวานและเชือดเฉือนนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
ท่านแม่ทัพผู้เย็นชาโปรดหยุดถอนพิษข้าเสียที•ตอนที่ 1
แขกไม่ได้รับเชิญยามวิกาล
ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านแม่ทัพผู้เย็นชาโปรดหยุดถอนพิษข้าเสียที นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!