“รินรดา! นั่นมันงบประมาณสามปีของแผนกวิจัย หรือเศษขยะที่คุณจะเอาไปทิ้งลงถัง!”
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจที่ตวาดลั่นห้องแล็บทำเอาคนฟังสะดุ้งสุดตัว มือของรินรดาที่กำลังประคองหลอดแก้วบรรจุสารละลายสีนิลค้างเติ่ง แรงสั่นจากปลายประสาททำให้ของเหลวหนืดข้นนั้นกระฉอกออกเพียงเล็กน้อย ทว่ามันกลับร่วงหล่นลงสู่จุดตาย... ช่องระบายความร้อนของเซิร์ฟเวอร์หลักที่กำลังทำงานหนักหน่วง
*ฟู่...*
เสียงสัญญาณเตือนภัยดังแผดก้อง ไฟสีแดงสลับขาวกะพริบถี่รัวไปทั่วห้องทำงานกระจกใสนี่คือความหายนะระดับสิบที่รินรดาไม่เคยคาดคิดว่าจะเกิดขึ้นกับมือตัวเอง
“ฉิบหาย...” รินรดาสบถเบาๆ ก่อนจะพยายามคว้าอุปกรณ์มาเช็ด แต่ช้าไปเสียแล้ว ควันสีขาวจางๆ พุ่งออกมาจากแท่นควบคุม กลิ่นไหม้ของแผงวงจรราคาแพงแตะจมูกจนต้องเบือนหน้าหนี
“ถอยไป!”
แรงกระชากจากด้านหลังทำให้รินรดาเซไปปะทะกับอกแกร่งของ ‘ภาคิน’ ชายผู้เป็นดั่งเจ้าชีวิตของเธอในที่ทำงาน เขากระแทกตัวเข้าหน้าจอคอมพิวเตอร์อย่างร้อนรน นิ้วเรียวยาวพรมลงบนคีย์บอร์ดรัวเร็วเพื่อพยายามกู้คืนข้อมูล แต่ทุกอย่างกลับกลายเป็นหน้าจอสีดำสนิทที่ไร้การตอบสนอง
เขาทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงานของเธอ สายตาเย็นชาที่เคยมองเธอเหมือนสิ่งของไร้ค่าในบัดนี้กลับเต็มไปด้วยเปลวเพลิงแห่งความโกรธแค้น
“คุณรู้อะไรไหมรินรดา โปรเจกต์นี้คือความหวังเดียวของบริษัท และคุณเพิ่งทำให้มันกลายเป็นแค่ขยะอิเล็กทรอนิกส์ในเวลาไม่ถึงสามวินาที” ภาคินพูดเสียงเรียบ หากแต่น้ำเสียงนั้นกลับบาดลึกยิ่งกว่าการตะคอก เขายันกายลุกขึ้นเต็มความสูง กดดันด้วยส่วนสูงที่ทำให้รินรดาต้องแหงนมอง
“ฉันไม่ได้ตั้งใจ... อุบัติเหตุคือสิ่งที่คาดเดาไม่ได้” รินรดาเถียงกลับ แม้ในใจจะรู้ว่าเธอเป็นฝ่ายพลาด แต่ความทรนงในศักดิ์ศรีของเธอก็ไม่ยอมให้ใครมาเหยียบย่ำง่ายๆ เธอเชิดหน้าขึ้น สบตากับดวงตาคมกริบคู่นั้นอย่างไม่เกรงกลัว
“อุบัติเหตุงั้นเหรอ?” ภาคินก้าวเข้ามาประชิดจนแผ่นหลังของรินรดาชนเข้ากับขอบโต๊ะทำงาน แขนแกร่งทั้งสองข้างกักขังเธอไว้ในวงล้อม “สำหรับคนอื่นมันอาจเรียกว่าอุบัติเหตุ แต่สำหรับผม... มันคือความไร้ประสิทธิภาพที่ยอมรับไม่ได้ คุณเป็นนักวิจัยระดับหัวกะทิไม่ใช่เด็กฝึกงานหัดเล่นแล็บ”
“แล้วคุณจะให้ฉันทำยังไง! จะให้คุกเข่าอ้อนวอนหรือจะไล่ออกก็เชิญเลยค่ะ เพราะถึงจะถูกไล่ออกอย่างน้อยฉันก็ไม่ต้องมาทนฟังคนหลงตัวเองอย่างคุณพล่ามเรื่องมาตรฐานจอมปลอมนั่นอีก!”
รินรดาโต้กลับพลางหายใจหอบแรง ความโกรธเคืองแล่นพล่านไปทั่วร่าง เธอเกลียดท่าทางที่เขามองลงมาเหมือนเธอเป็นเพียงมดปลวก แม้ความจริงที่ว่าสารเคมีตัวนี้คือผลงานชิ้นโบแดงที่เธอทุ่มเทมาตลอดหกเดือนจะพังทลายลงไปพร้อมกับเซิร์ฟเวอร์นั้นจะทำให้ใจเธอแทบขาดก็ตาม
ภาคินนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง จ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่สั่นระริกด้วยความอัดอั้น เขาโน้มใบหน้าลงมาจนปลายจมูกเกือบจะแตะกัน กลิ่นหอมจางๆ ของไม้กฤษณาจากตัวเขาปะทะกับกลิ่นสารเคมีที่ติดตัวเธอ มันเป็นความขัดแย้งที่เซ็กซี่และอันตรายจนน่าใจหาย
“ผมไม่ไล่คุณออกหรอก” ภาคินกระซิบ เสียงของเขาเปลี่ยนไป มันแหบพร่าและสั่นไหวด้วยอารมณ์ที่อ่านไม่ออก “เพราะคุณต้องรับผิดชอบด้วยชีวิตการทำงานที่เหลืออยู่ทั้งหมด... มาที่ห้องทำงานของผม เดี๋ยวนี้”
เขาทิ้งท้ายแค่นั้นก่อนจะเดินหันหลังกลับไปโดยไม่รอคำตอบ รินรดายืนตัวแข็งทื่อ หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ไม่ใช่เพราะความโกรธอย่างเดียว แต่มันคือความรู้สึกหวาดหวั่นที่แปลกประหลาด
เธอเดินตามหลังเขาไปอย่างเลี่ยงไม่ได้ แต่เมื่อก้าวผ่านประตูห้องทำงานของซีอีโอเข้ามา บรรยากาศภายในกลับเงียบเชียบจนน่าอึดอัด ภาคินไม่ได้นั่งลงบนเก้าอี้หรูของเขา แต่เขากลับยืนรออยู่หลังประตูที่ปิดสนิทลงพร้อมเสียงล็อกกริ๊ก
เขาสาวเท้าเข้าหาเธอด้วยท่าทีคุกคาม รินรดาถอยกรูดจนแผ่นหลังพิงกับประตูที่เพิ่งปิดลง “คุณ... คุณจะทำอะไร”
“รับผิดชอบไงครับ” ภาคินเอื้อมมือมาคว้าข้อมือของเธอไว้แน่น สายตาที่เคยมองเห็นแต่ความผิดพลาดตอนนี้กลับจดจ้องที่ริมฝีปากของเธอราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังหิวโหย “ผมเพิ่งได้ข้อมูลลับมาว่า... โปรเจกต์ที่คุณทำมันไม่ได้มีแค่เรื่องสารเคมี”
ภาคินโน้มตัวลงมาใกล้จนเธอไม่มีที่ไป มืออีกข้างของเขาไล้ไปตามกรอบหน้าของเธออย่างแผ่วเบา ต่างจากน้ำเสียงดุดันก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง “คนในบริษัทที่ส่งคุณเข้ามา ไม่ได้หวังดีกับคุณหรอกนะ รินรดา... พวกเขาต้องการให้คุณเป็นแพะรับบาปตั้งแต่ต้นแล้ว”
คำพูดนั้นทำเอารินรดาชะงัก ลมหายใจสะดุดกึก ความสับสนถาโถมเข้ามาแทนที่ความโกรธ ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างแรง ตามมาด้วยร่างของเลขาคนสนิทที่พรวดพราดเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต
“ท่านประธานคะ! แขกจากกลุ่มทุนต่างชาติมาถึงแล้วค่ะ และเขา... เขามาพร้อมกับตำรวจ”
ภาคินผละออกจากเธอทันที ใบหน้าหล่อเหลากลับมาเย็นชาดุจน้ำแข็งในชั่วพริบตา เขาหันไปมองรินรดาด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา ก่อนจะก้าวไปหยุดข้างตัวเธอแล้วกระซิบด้วยเสียงที่ได้ยินเพียงสองคน
“อย่าพูดอะไรทั้งนั้น ถ้าไม่อยากติดคุกหัวโต... จับมือผมไว้ แล้วทำตามที่บอก”
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความสัมพันธ์อันแสนอันตรายนี้กับ ‘กำมะหยี่สีแดง’ นะคะ
เซฟโซนของผมมีไว้ให้คุณคนเดียว•ตอนที่ 1
ความผิดพลาดราคาแพง
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของผมมีไว้ให้คุณคนเดียว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
