"เอกสารกองนี้... นายเป็นคนจัดการเองทั้งหมดใช่ไหม ธาวิน"
เสียงทุ้มต่ำที่ลอดผ่านไรฟันของกรณิศไม่ได้แสดงถึงความโกรธเกรี้ยวแบบที่ใครหลายคนคาดคิด แต่มันเต็มไปด้วยความเย็นยะเยือกชนิดที่ทำเอาคนฟังรู้สึกเหมือนยืนอยู่ท่ามกลางพายุหิมะกลางเดือนเมษายน ประธานสภานักศึกษาหนุ่มแห่งคณะนิติศาสตร์ปรายตามองแฟ้มเอกสารสีฟ้าสดใส—ซึ่งเป็นสีประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์—ที่ถูกโยนลงบนโต๊ะทำงานไม้เนื้อดีด้วยแรงกระแทกพอประมาณ
ธาวินยักไหล่ทีหนึ่งอย่างไม่ยี่หระ ร่างสูงโปร่งในชุดนักศึกษาที่ปลดกระดุมคอเสื้อออกสองเม็ดหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามโดยไม่ได้รับอนุญาต ดวงตาคมกริบพราวระยับด้วยประกายความกวนประสาทที่พร้อมจะแกล้งให้คนตรงหน้าสติหลุดได้ทุกเมื่อ
"ก็ประธานคนเก่งบอกเองไม่ใช่เหรอครับว่า อยากเห็นผลงานจาก 'เดือนคณะ' แบบเน้นๆ เนื้อๆ ไม่เอาน้ำ... ผมก็เลยจัดให้ตามคำขอไงครับคุณประธาน" วินลากเสียงยาวในช่วงท้าย พร้อมกับส่งยิ้มยิงฟันขาวสะอาดที่ชวนให้คนมองอยากจะคว้าไม้บรรทัดเหล็กมาฟาดสักทีสองที
กรณิศสูดหายใจเข้าลึกเพื่อระงับสติอารมณ์ที่กำลังพุ่งปรี๊ดขึ้นจนถึงขีดสุด นิ้วเรียวยาวภายใต้ถุงมือผ้าสีขาวสะอาด—เครื่องหมายการค้าของความเนี๊ยบระดับร้อยเปอร์เซ็นต์—เคาะลงบนโต๊ะเป็นจังหวะเนิบนาบ
ให้ตายเถอะ... นี่มันวันปฐมนิเทศนักศึกษาปีหนึ่งนะ! งานใหญ่ระดับมหาวิทยาลัยที่สภานักศึกษาต้องรับหน้าเสื่อร่วมกับทาง องค์การบริหารส่วนนักศึกษา แต่พ่อหนุ่มวิศวะตัวแสบคนนี้กลับส่งแผนงานจัดซุ้มกิจกรรมที่เต็มไปด้วยความปั่นป่วน ชนิดที่ถ้าเอาไปทำจริง มีหวังสนามฟุตบอลหน้าตึกอธิการบดีคงกลายเป็นสนามรบขนาดย่อมๆ แน่ๆ
"นายคิดว่านี่คือเรื่องตลกเหรอ วิน" กรณิศโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย แววตาดุดันจดจ้องมองคนตรงหน้า "งานปฐมนิเทศวันพรุ่งนี้ สภาต้องรับรองความเรียบร้อยทั้งหมด แต่สิ่งที่นายเสนอมามันคือ... การแข่งกินวิบากผสมมวยปล้ำโคลนในร่มเนี่ยนะ นายใช้สมองส่วนไหนคิดฮะ?"
"ส่วนที่หล่อๆ นี่แหละครับ" วินเอามือเคาะขมับตัวเองเบาๆ หน้าตาเฉยเมยจนมีน เลขาธิการสาวหน้าหวานที่ยืนอยู่มุมห้องต้องยกมือขึ้นปิดปากกลั้นขำจนไหล่สั่น
"มีน! เธอไม่ต้องมาขำเลยนะ!" กรณิศหันไปแหวใส่เพื่อนสนิทที่ทำหน้าที่เป็นเลขาฯ ก่อนจะหันกลับมาคาดโทษคนตัวสูงต่อ "เอาล่ะ ในเมื่อนายอยากเสนอโปรเจกต์นี้มากนัก งั้นก็รับผิดชอบมันซะเอง"
วินเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง สีหน้าขี้เล่นเมื่อครู่เริ่มเจือแววฉงน "หื้ม? หมายความว่ายังไงครับเนี่ย"
"หมายความว่า ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันงานพรุ่งนี้ นาย-ต้อง-มา-เป็น-เบ๊-ให้-ฉัน!" กรณิศประกาศกร้าวทีละคำ ชัดถ้อยชัดคำราวกับพิพากษาคดีในศาล "ทุกหน้าที่ ตั้งแต่แบกโต๊ะ จัดเก้าอี้ ลากสายไฟ ยันไปซื้อชานมไข่มุกให้กรรมการสภา นายต้องทำหมด! เพื่อเป็นการทำโทษที่ส่งเอกสารไร้สาระแบบนี้มาให้ฉันเสียเวลาพิจารณา!"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องสภาอยู่ชั่วอึดใจ วินมองหน้าประธานหนุ่มที่กำลังเชิดคางขึ้นอย่างผู้ชนะ รอยยิ้มมุมปากของวิศวะหนุ่มค่อยๆ ขยายกว้างขึ้น ไม่ได้มีความสะทกสะทอญหรือหวาดกลัวต่อคำสั่งนั้นเลยแม้แต่น้อย กลับกัน... แววตาคู่นั้นกลับพราวระยับยิ่งกว่าเดิม
"อืม... เป็นการลงโทษที่น่าสนใจดีนะครับ" วินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายยาวก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานของอีกฝ่ายจนกรณิศต้องเผลอเอนหลังหนีโดยอัตโนมัติ "ได้ใกล้ชิดกับท่านประธานคนสวย เอ๊ย ประธานคนเนี๊ยบตลอด 24 ชั่วโมงแบบนี้... ผมปฏิเสธไม่ลงหรอกครับ"
"ใครประธานคนสวยฟะ! ถอยไปไกลๆ เลยนะ!" กรณิศหน้าแดงแจ๋ด้วยความโมโหปนเขินที่เผลอหลุดอาการลนลานออกมา
"อุ๊ย ประธานพูดเองนะว่าสวย ผมไม่ได้พูดนะเนี่ย" วินหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี "โอเคครับคุณประธาน ในเมื่อท่านมีบัญชามา บ่าวผู้ตาดำๆ อย่างกระผมก็พร้อมจะพลกายรับใช้... แต่บอกไว้ก่อนนะว่า แรงงานเกรดพรีเมียมอย่างผม ค่าตัวแพงมากนะครับ"
"แพงบ้าบออะไร! ไป! เริ่มงานแรกเลย ไปยกกองลังน้ำดื่มที่หลังตึกคณะนิติฯ มาไว้ที่นี่เดี๋ยวนี้!" กรณิศชี้มือไปยังประตูทางออก ออกคำสั่งไล่ตะردอย่างหมดความอดทน
วินยักิ้มกวนๆ ส่งให้1ที ก่อนจะหันหลังเดินฮัมเพลงเดินออกจากห้องไปอย่างสบายใจเฉิบ ทิ้งให้กรณิศทรุดตัวลงนั่งกับเก้าอี้ ถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความเหนื่อยอ่อนที่ยังไม่ทันเริ่มงานจริงก็รู้สึกเหมือนอายุสั้นลงไปสิบปี
ผ่านไปเกือบชั่วโมง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งตามมารยาท ก่อนที่ร่างสูงท่วมไปด้วยเหงื่อบางๆ ของธาวินจะก้าวเข้ามาพร้อมกับลังน้ำดื่มซ้อนกันสองลังในมือเดียว ท่าทางสบายๆ เหมือนยกกล่องกระดาษทิชชูทำเอาบรรดาคณะกรรมการสภาที่นั่งอยู่แถวนั้นถึงกับอึ้ง
"ส่ง-Gives! น้ำเย็นๆ มาเสิร์ฟแล้วครับท่านประธานผู้ทรงเกียรติ" วินวางลังน้ำลงเสียงดังโครมจนโต๊ะสะเทือน เจ้าตัวใช้หลังมือปาดเหงื่อที่ซึมตามไรผมเล็กน้อย ภาพความเซอร์และดูดิบเถื่อนนิดๆ นั้นทำเอาเลขาฯ มีนแอบสะกิดแขนเพื่อนข้างๆ แล้วส่งเสียงกรี๊ดเบาๆ ในลำคอ
กรณิศเหลือบมองขวดน้ำในลัง สลับกับใบหน้าของคนส่งของที่ตอนนี้มีรอยเปื้อนฝุ่นนิดหน่อยตรงแก้ม ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีแวบเข้ามาในหัวเล็กน้อย—หรือเขาจะใช้งานหนักเกินไปหน่อยนะ?
"อะแฮ่ม... ทำได้เร็วกว่าที่คิดนี่" กรณิศหยิบกระดาษทิชชูออกจากกล่องบนโต๊ะ ยื่นไปข้างหน้าส่งๆ โดยไม่สบตา "อ่ะ... เช็ดเหงื่อซะ หน้าตาเลอะหมดแล้ว"
วินชะงักไปนิดเมื่อเห็นกระดาษทิชชูในมือเรียว ดวงตาคมมองใบหน้าเนียนใสที่แสร้งทำเป็นมองไปทางอื่นเพื่อซ่อนรอยฝาดสีชมพูจางๆ บนพวงแก้ม มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์
"โอโห ประธานเป็นห่วงผมเหรอเนี่ย? ชื่นใจจัง แรงฮึดมาเต็มเลย" วินแกล้งทำเสียงออดอعน
"ใครเป็นห่วงนาย! ฝันไปเถอะ! แค่ไม่อยากให้หน้าตาคณะวิศวะเขาเสียหายเพราะมาเป็นเบ๊ให้ฉันต่างหากเล่า!" กรณิศเสียงดังกลบเกลื่อนความเขิน
"ครับๆ ตามใจประธานเลย" วินหัวเราะร่วน รับกระดาษทิชชูมาถือไว้ แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้เช็ดเหงื่อ เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อกั๊กของกรณิศก็แผדเสียงดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน
กรณิศหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู หน้าจอแสดงข้อความแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันแชตยอดฮิต เป็นข้อความจาก 'อาจารย์ที่ปรึกษา' ที่นัดให้ไปพบด่วนเรื่องงบประมาณจัดงานปฐมนิเทศ
"ตายละ..." กรณิศอุทานเบาๆ ลุกขึ้นยืนพรวดพราด "มีน ฝากดูเอกสารตรงนี้ทีนะ ฉันต้องไปพบอาจารย์ที่ปรึกษาด่วน!"
พูดจบท่านประธานหนุ่มก็คว้าแฟ้มเอกสารอีกเล่มแล้วกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกจากห้องสภาไปทันที โดยลืมสนิทว่ายังมี 'เบ๊จำเป็น' อย่างธาวินยืนมองตามหลังอยู่
วินมองตามแผ่นหลังบางที่หายลับไปจากประตู รอยยิ้มขี้เล่นเมื่อครู่ค่อยๆ เลือนหายไป แทนที่ด้วยแววตาครุ่นคิดบางอย่าง มือหนากดเปิดโทรศัพท์มือถือของตัวเองขึ้นมา นิ้วเรียวพิมพ์ข้อความบางอย่างยิกๆ ลงในหน้าจอแชตส่วนตัวที่เปิดค้างไว้กับชื่อของ 'ประธานคนเนี๊ยบ'
ณ ทางเดินหน้าห้องประชุมใหญ่ที่เงียบสงบ กรณิศกำลังเดินเร่งฝีเท้าเพื่อไปให้ทันนัดหมายจู่ๆ เสียงแจ้งเตือนข้อความในมือถือก็ดังขึ้น 'ติ๊ง!'
กรณิศก้มลงมองหน้าจอขณะเดิน โดยไม่ทันได้สังเกตสิ่งกีดขวางเบื้องหน้า
*ธาวิน: "เดินเร่งรีบระวังสะดุดขาตัวเองล้มนะคับตัวเล็ก... อ้อ แล้วก็ ระหว่างที่ไม่อยู่เนี่ย รู้ตัวไหมครับว่าเผลอทำตัวน่ารักใส่ผมไปกี่รอบแล้ว?"*
กรณิศชะงักกึก อ่านข้อความนั้นซ้ำไปซ้ำมาสองรอบ ใบหน้าที่มักจะนิ่งสนิทเรียบเฉยบัดนี้ร้อนผ่าวขึ้นมาจนลามไปถึงใบหู หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับมีกลองชุดมาตีอยู่ข้างใน
*ให้ตายสิ! หมอนี่มัน... มันกล้าดียังไงมาหยอดกันกลางวันแสกๆ แบบนี้เล่า!*
นิ้วเรียวรีบกดแป้นพิมพ์เพื่อตอบกลับไปด้วยความฉุนเฉียวปนเขินอายชนิดที่แยกไม่ออก
*กรณิศ: "ใครตัวเล็กฮะ! แล้วใครทำตัวน่ารักใส่คุณ อย่ามามั่วซ้ำสองนะธาวิน! เดี๋ยวจะโดนเพิ่มโทษ—"*
พิมพ์เสร็จยังไม่ทันได้กดส่ง นิ้วซุ่มซ่ามของกรณิศดันไปกดโดนปุ่ม 'ส่งสติกเกอร์รูปหัวใจรัวๆ' และตามด้วยข้อความที่เผลอพิมพ์ค้างไว้โดยไม่ได้ตั้งใจ... แถมยังพิมพ์ชื่อเล่นที่สนิทสนมเกินเลยออกไปอีกต่างหาก!
*กรณิศ: "วิน... รีบตามมาช่วยหน่อยสิ ตรงนี้คนเยอะ... ฉัน... คิดถึงนายจะแย่แล้วนะ"*
*กรณิศ unsent a message.*
*กรณิศ unsent a message.*
ความเงียบสงบในทางเดินราวกับหยุดนิ่ง กรณิศเบิกตากว้างเท่าไข่ห่าน ใบหน้าขาวเนียนซีดเผือดสลับกับแดงก่ำจนแทบจะระเบิด มือบางสั่นเทาจนแทบทำโทรศัพท์ร่วงหล่นลงพื้น
*ชิบหายแล้ว... กดยกเลิกไม่ทัน! หมอนั่นต้องเห็นแล้วแน่ๆ เลย!*
กรณิศยืนแข็งทื่อเป็นหินอยู่กลางทางเดิน หัวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม พร้อมๆ กับเสียงฝีเท้าหนักแน่นที่กำลังเดินตรงเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จากด้านหลัง...
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมลุ้นไปกับความป่วนชวนใจเต้นนี้ด้วยกันนะคะ!
สภาเดือดกับเดือนคณะวิศวะสายป่วน•ตอนที่ 3
งานแรกก็งานช้าง
ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สภาเดือดกับเดือนคณะวิศวะสายป่วน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!