สภาเดือดกับเดือนคณะวิศวะสายป่วน•ตอนที่ 1

กฎเหล็กของประธานสภา

ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
แฟ้มหนาเตอะในมือของกรณิศเกือบจะพับงอคามืออยู่แล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะสันปกแข็งๆ ของมันช่วยยันแรงบีบจากปลายนิ้วที่กำลังจิกเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว “พี่กรณ์คะ ยอดลงทะเบียนชมรมดนตรีสากลขาดเอกสารรับรองของอาจารย์ที่ปรึกษาค่ะ แล้วก็นี่... บิลเบิกค่าจัดซื้ออุปกรณ์ของคณะวิศวะ เกินงบอนุมัติไปสามพันแปดร้อยบาทถ้วนค่ะ” เสียงหวานใสของมีน เลขานุการสภาฯ สาวสวยที่ขึ้นชื่อเรื่องความเฉียบขาด ดังแทรกขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องทำงานสภาองค์การนักศึกษา แต่ดูเหมือนว่าสติสัมปชัญญะครึ่งหนึ่งของประธานสภาหนุ่มจะไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขงบประมาณพวกนั้นเสียแล้ว ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาทรงเหลี่ยมกวาดมองข้อความในแท็บเล็ตสลับกับกระดาษรายงานบนโต๊ะ สันจมูกโด่งรั้นเชิดขึ้นเล็กน้อยด้วยความหงุดหงิดที่พุ่งพล่านอยู่ในอกตั้งแต่เจ็ดโมงเช้า นี่เพิ่งจะเป็นวันแรกของการเปิดภาคเรียนสัปดาห์แรกแท้ๆ แต่ทำไมความสงบสุขที่เขาวาดฝันไว้ถึงได้ทำท่าว่าจะสลายหายไปตั้งแต่วันจันทร์แบบนี้ “วิศวะอีกแล้วเหรอมีน” เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันออกมาอย่างอดกลั้น กรณิศถอดแว่นสายตาออกแล้วใช้มืออีกข้างนวดขมับเบาๆ “ฉันเตือนทางนั้นไปรอบหนึ่งแล้วนะเรื่องการส่งเบิกงบประมาณล่วงหน้า ทำไมถึงยังทำตัวไร้ระเบียบวินัยกันได้ขนาดนี้ หรือคิดว่าคำว่า ‘ระเบียบ’ มันแปลว่าคำประดับตึกเฉยๆ” มีนอมยิ้มบางๆ อย่างรู้ทัน เธอแอบดันสมุดบันทึกเล่มเล็กเข้าหาตัวเพื่อซ่อนรอยยิ้มขบขัน “ก็พี่วิน เดือนคณะปีนี้ไงคะ... ที่เป็นคนเซ็นอนุมัติเอกสารชุดนี้ด้วยตัวเอง แถมยังเขียนหมายเหตุมาท้ายกระดาษด้วยลายมือยึกยืออ่านยากๆ ว่า *‘งบส่วนเกินนี้ ถือเป็นการลงทุนเพื่อความบันเทิงของสภาฯ นะครับท่านประธาน’* ค่ะ” เพล้ง! เสียงกระจกในจินตนาการแตกละเอียดดังอยู่ในหัวของกรณิศ ธาวิน... ไอ้เด็กวิศวะหน้ามึน ปากเสีย ที่ชอบทำตัวเหมือนเกิดมาเพื่อท้าทายอำนาจมืดของกฎหมายทุกข้อบนโลกใบนี้! “หึ ลงทุนเพื่อความบันเทิงงั้นเหรอ” กรณิศแค่นหัวเราะในลำคอ ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะเรียบตึงอยู่เสมอบัดนี้บึ้งตึงจนแทบจะเป็นเลขแปด “เดี๋ยวฉันจะทำให้เด็กนั่นรู้ซึ้งเองว่า ความบันเทิงในห้องสอบสวนของสภาฯ มันหน้าตาเป็นยังไง มีน... เรียกตัวคุณธาวินมาพบฉันที่ห้องนี้เดี๋ยวนี้เลยค่ะ” “เอ่อ... คือว่านะพี่กรณ์” มีนทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก นิ้วเรียวชี้ออกไปนอกกระจกใสบานใหญ่ที่มองเห็นลานกิจกรรมหน้าคณะพอดี “ไม่ต้องรอให้เรียกหรอกค่ะ เพราะดูเหมือนว่าเจ้าตัวจะมา... รายงานตัวด้วยตัวเองแล้วล่ะค่ะ” กรณิศขมวดคิ้วมุ่น หันขวับมองตามปลายนิ้วของเลขาฯ สาว ณ บริเวณลานน้ำ fountain หน้าตึกสภาฯ ท่ามกลางสายตาของนักศึกษาปีหนึ่งและปีสองที่เดินกันขวักไขว่ ร่างสูงโปร่งในชุดนักศึกษาถูกระเบียบครึ่งท่อน—เสื้อนิสิตสีขาวสะอาดตาแต่กระดุมเม็ดบนถูกปลดออกอย่างไร้ระเบียบ เนคไทสีเลือดหมูถูกถอดมาผูกไว้ที่ข้อมือแทนเครื่องประดับ—กำลังก้าวเดินเข้ามาด้วยท่าทางกวนโอ๊ยสุดชีวิต ธาวิน... เดือนคณะวิศวะปีสองผู้โด่งดัง เดินเอามือซ้ายล้วงกระเป๋ากางเกง มือขวาถือแก้วกาแฟเย็นยี่ห้อโปรดดูดเสียงดังจวบจาบ ไม่เพียงเท่านั้น บนหัวของเขายังมีหมวกนิรภัยสีเหลืองสดใสของเด็กก่อสร้างสวมทับเส้นผมสีน้ำตาลเข้มที่เซ็ตมาอย่างดี ทั้งๆ ที่นี่คือเขตอาคารเรียนรวมและสถานที่ราชการของมหาวิทยาลัย! “ไอ้คุณวิน!” กรณิศพึมพำลอดไรฟัน ร่างเพรียวในชุดสูททางการของประธานสภาผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวฉับๆ ตรงไปที่ประตูห้องทันทีโดยไม่ต้องรอให้ใครมาเชิญซ้ำสอง ก๊อกๆๆ! เสียงเคาะประตูดังขึ้นสองทีแบบขอไปที ก่อนที่บานไม้สักจะถูกผลักเปิดออกด้วยฝ่ามือหนาของคนที่ถูกพูดถึงเมื่อครู่ ธาวินก้าวเข้ามาในห้องแอร์เย็นฉ่ำด้วยรอยยิ้มมุมปากที่กวนประสาทที่สุดเท่าที่โลกใบนี้เคยสร้างมา “อ้าว สวัสดีครับท่านประธานคนสวย... เอ้ย คนหล่อ!” วินแกล้งทำเป็นอุทานเสียงหลง ดวงตาเรียวรีพราวระยับสำรวจร่างบางตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาที่กรุ้มกริ่มจนน่าหมั่นไส้ “แหม หน้าตึงแต่เช้าเลยนะครับ กลัวริ้วรอยก่อนวัยเหรอครับเนี่ย เดี๋ยวน้องวินซื้อครีมบำรุงมาฝากนะ” กรณิศสูดลมหายใจเข้าปอดลึกที่สุดในชีวิต เพื่อไม่ให้เผลอยกแฟ้มหนาๆ ฟาดหน้าหล่อๆ ของอีกฝ่ายตรงนั้น “ธาวิน! นี่คุณยังจำกฎระเบียบข้อที่สิบสี่ของมหาวิทยาลัยได้อยู่ไหมคะ เรื่องการแต่งกายและความประพฤติในเขตอาคารบริหาร!” “จำได้แม่นยิ่งกว่าสูตรคำนวณสะพานแขวนอีกครับ” วินตอบหน้าตาเฉย เขายกแก้วกาแฟขึ้นดูดอีกอึกใหญ่ก่อนจะวางมันลงบนโต๊ะทำงานกระจกใสของประธานสภาอย่างถือวิสาสะ “แต่ว่านะท่านประธาน... หมวกใบนี้มันเป็นอุปกรณ์เซฟตี้ประจำตัวผมนะ ถ้าผมถอดออกแล้วเกิดอุบัติเหตุสะดุดรักใครแถวนี้หัวฟาดพื้นขึ้นมา ใครจะรับผิดชอบล่ะครับ?” “ธาวิน!” เสียงหวานตวาดลั่นห้องจนมีนที่ยืนอยู่มุมห้องต้องรีบยกมือขึ้นปิดปากกลั้นขำ กรณิศก้าวเข้าไปประชิดตัวร่างสูงที่สูงกว่าเขาเกือบหนึ่งช่วงไหล่อย่างไม่เกรงกลัว ดวงตากลมโตที่ซ่อนความโกรธไว้จนวาวโรจน์จ้องลึกเข้าไปในดวงตาพราวระยับคู่นั้น “คุณคิดว่านี่เป็นเรื่องล้อเล่นเหรอคะ? การที่คุณเดินเข้าเขตสภาฯ ทั้งที่ใส่หมวกกันน็อคและไม่ติดเข็มขัดมหาวิทยาลัย มันคือการหยียบยفกกฎระเบียบซ้ำแล้วซ้ำเล่า!” “ผมไม่ได้เหยียบสักหน่อยครับ” วินก้มมองรองเท้าผ้าใบสีดำเปื้อนฝุ่นของตัวเองแล้วเงยหน้าขึ้นสบตาตรงๆ รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นที่มุมปากหยัก “ผมแค่เดินเข้ามาเฉยๆ... แต่ถ้าท่านประธานอยากให้ผม ‘เหยียบ’ อะไรให้มันชัดเจนกว่านี้ ผมว่าเรามาคุยกันนอกรอบดีกว่านะ ตรงนี้คนเยอะ เดี๋ยวท่านประธานจะเสียฟอร์มเวลาโดนผมจีบ” “ไอ้...!” กรณิศหน้าแดงก่ำ ไม่ใช่เพราะเขิน แต่เป็นเพราะความโกรธที่พุ่งปรี๊ดจนสมองแทบระเบิด มือบางเอื้อมไปคว้าปกเสื้อนิสิตของอีกฝ่ายไว้แน่น หมายจะเขย่าให้สติกลับคืนมา “เลิกเล่นไม่เข้าเรื่องสักที! เซ็นใบตักเตือนนี่ซะ ไม่งั้นฉันจะหักคะแนนกิจกรรมคณะวิศวะของคุณให้เป็นศูนย์ในเทอมนี้เลย คอยดู!” ธาวินไม่ได้ขัดขืนปล่อยให้มือบางกระชากปกเสื้อจนยับยู่ยี่ กลับกัน เขากลับโน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนที่มีกลิ่นมิ้นท์อ่อนๆ เป่ารดอยู่ข้างแก้มของประธานสภาจนขนลุกชัน “หักคะแนนผมได้เลยครับท่านประธาน...” เสียงทุ้มกระซิบแผ่วเบาข้างใบหูขาวสะอาด น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ที่ทำเอาหัวใจคนฟังกระตุกวูบ “แต่ถ้าหักคะแนนแล้ว... ช่วยเปลี่ยนเป็นลงโทษให้ผมมานั่งทำงานรับใช้ท่านประธานตัวต่อตัวทุกเย็นแทนได้ไหมครับ? ผมว่าอันนี้น่าจะคุ้มกว่านะ” กรณิศชะงักกึก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อสัมผัสได้ถึงปลายนิ้วอุ่นจัดของอีกฝ่ายที่เอื้อมมาปอยผมหน้าที่หลุดลุ่ยของเขาออกให้อย่างแผ่วเบา โดยที่เขายังไม่ทันได้ตั้งตัว ประธานสภาหนุ่มก็รู้สึกเหมือนสติหลุดลอยไปชั่วขณะ ในจังหวะที่บรรยากาศในห้องเงียบงันจนได้ยินเสียงหัวใจเต้นโครมคราม หน้าจอสมาร์ทโฟนบนโต๊ะทำงานของกรณิศก็สว่างวาบขึ้นมาพร้อมกับเสียงแจ้งเตือนข้อความแชตจากกลุ่มสภานักศึกษา... *ภีม (วิศวะ): "เฮ้ยไอ้วิน มึงอยู่ในห้องสภาฯ นานเกินไปละนะ หรือว่ากำลังโดนท่านประธานปล้ำอยู่ ถึงได้เงียบหายไปแบบนี้วะ มึงสารภาพรักเขาไปยังวะเพื่อน!"* กรณิศก้มลงมองหน้าจอแทบจะทันที สมองประมวลผลไม่ทันกับข้อความปริศนาที่เด้งขึ้นมากลางวงสนทนา ขณะที่ธาวินเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อเห็นว่าเพื่อนตัวแสบดันพิมพ์อะไรลงมาในกลุ่มที่เชื่อมต่อกับหน้าจอแท็บเล็ตหลักของห้องทำงาน “เหี้ยละ...” วินสบถเบาๆ ก่อนจะพยายามพุ่งตัวไปคว้าแท็บเล็ตบนโต๊ะ “หยุดนะ!” กรณิศผลักอกแกร่งออกเต็มแรง ใบหน้าหวานขึ้นสีจัดด้วยความโกรธปนความตกใจสุดขีดเมื่ออ่านข้อความนั้นจบ “นี่พวกคุณ... แอบวางแผนอะไรกันลับหลังฉันอีก!” ที่คั่นหนังสือสีชมพูหวังว่ารี้ดเดอร์จะอมยิ้มและลุ้นไปกับความโบ๊ะบ๊ะของคู่นี้เสมอนะคะ!
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สภาเดือดกับเดือนคณะวิศวะสายป่วน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%