"ถ้านายยังขยับตัวเข้าใกล้มากกว่านี้อีกเพียงเซนติเมตรเดียว ฉันรับรองว่าเกราะเวทมนตร์ของฉันจะแผดเผาเสื้อผ้าของนายให้กลายเป็นจุลโดยไม่ต้องรอให้ร่ายคาถาบทที่สองเลยนะ เรย์"
น้ำเสียงของเซราฟิน่าราบเรียบ ทว่าสั่นเครือเล็กน้อยจนแทบจับสังเกตไม่ได้ มันไม่ใช่คำขู่เพื่อความปลอดภัยยามค่ำคืนในห้องสมุดต้องห้ามของสถาบันเวทมนตร์แห่งนี้ แต่มันคือสัญญาณเตือนจากสัญชาตญาณของทายาทตระกูลขุนนางโบราณผู้เย่อหยิ่ง ซึ่งบัดนี้แผ่นหลังบางแนบชิดติดกับชั้นหนังสือโบราณทรงสูง จนมุมโดยสมบูรณ์
เรย์ชะงักมือที่กำลังยื่นไปหยิบตำราเวทธาตุเงาเล่มหนาบนชั้น เขาก้มมองสถานการณ์ปัจจุบันด้วยความรู้สึกถอนหายใจใน1ใจ ใบหน้าของเซราฟิน่าอยู่ห่างจากเขาเพียงคืบ กลิ่นหอมจางๆ คล้ายดอกไวโอเล็ตป่าลอยวนเวียนอยู่ปลายจมูก ท่ามกลางแสงสลัวจากคบเพลิงเวทมนตร์ที่สั่นไหว ดวงตาสีไพลินคู่คมของเธอกำลังจ้องมองเขาเขม็ง ราวกับพยายามค้นหาพิรุธบางอย่างจากเด็กหนุ่มผู้สวมหน้ากากแห่งความไร้ตัวตนคนนี้
"ผมแค่จะหยิบหนังสือครับ รุ่นพี่" เรย์ตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลและสุขุมตามเคย ดวงตาสีนิลของเขาไม่มีความตื่นตระหนกเจืออยู่เลยแม้แต่น้อย แม้ว่าระบบประหลาดในหัวจะส่งเสียงเตือน *ติ๊ง! ค่าความใกล้ชิดพุ่งทะยานสู่จุดวิกฤต!* รัวเป็นชุดก็ตาม
"หนังสือเล่มนั้น... นายอ่านมันจบไปตั้งแต่สามนาทีที่แล้วแล้ว เรย์" เซราฟิน่าหรี่ตาลงเล็กน้อย เธอยังคงตรึงร่างของเขาไว้ด้วยท่าทางป้องกันตัว แม้ว่าเรียวขาภายใต้กระโปรงเครื่องแบบนักเรียนจะเริ่มสั่นน้อยๆ จากความเหนื่อยล้าในการวิจัยคาถาข้ามคืน "นายจงใจแกล้งฉัน หรือนายแค่อยากหาข้ออ้างเข้าใกล้ฉันกันแน่?"
คำถามนั้นตรงไปตรงมาเสียจนเรย์ต้องเป็นฝ่ายหลบสายตาไปเสี้ยววินาที
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับคุณหนูตระกูลเวทมนตร์ผู้โดดเดี่ยวคนนี้ก้าวข้ามเส้นแบ่งระหว่าง "เพื่อนร่วมกลุ่มวิจัย" ไปไกลโขแล้ว จากเดิมที่เป็นเพียงการพึ่งพาอาศัยกันเพื่อเอาตัวรอดจากสายตาจับผิดของอาจารย์และสภานักเรียน กลับกลายเป็นความคุ้นเคยที่น่าประหลาด เซราฟิน่าผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร กลับยอมนั่งเงียบๆ ข้างกายเขา ปล่อยให้กลิ่นอายความสงบของเขาช่วยกล่อมเกลาจิตใจอันพายุโหมกระหน่ำจากแรงกดดันของวงศ์ตระกูล
และในทางกลับกัน... เรย์ผู้ซึ่งตั้งใจจะใช้ชีวิตเป็นเพียง "ตัวประกอบ" ไร้ตัวตน เพื่อหลีกหนีจากความวุ่นวายทั้งหมด กลับพบว่าสายตาของตนเองมักจะคอยมองหาเรือนผมสีเงินสลวยนั่นโดยอัตโนมัติ
"ถ้าผมบอกว่าอยากหาข้ออ้าง... รุ่นพี่จะลงโทษผมด้วยคาถาอะไรล่ะครับ" เรย์กระซิบเบาๆ น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือแววหยอกเย้าเล็กน้อย ซึ่งเป็นมุมหายากที่เขาไม่ค่อยแสดงให้ใครเห็น
เซราฟิน่าชะงักไป ดวงตาสีไพลินเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความร้อนผ่าวระเรื่อขึ้นบนพวงแก้มขาวเนียนอย่างรวดเร็ว แม้เธอจะพยายามรักษามาดคุณหนูผู้สูงศักดิ์ไว้เพียงใด แต่ปฏิกิริยาทางร่างกายกลับทรยศเธอจนหมดสิ้น ในโลกที่เต็มไปด้วยการชิงดีชิงเด่นและการคำนวณผลประโยชน์ ไม่มีผู้ชายคนไหนกล้าต่อปากต่อคำกับเธอในระยะประชิดเช่นนี้ และที่สำคัญ... ไม่มีใครทำให้หัวใจที่เย็นชาของเธอเต้นผิดจังหวะได้รุนแรงเท่าเด็กหนุ่มตรงหน้าอีกแล้ว
"นาย... ชักจะกำแหงใหญ่แล้วนะ เรย์" เธอกัดริมฝีปากล่างเบาๆ พยายามดันอกเสื้อของเขาออกห่าง แต่เรย์กลับไม่ขยับเขยื้อน เขายังคงยืนนิ่งราวกับภูผาที่มั่นคง สายตาที่มองเธอนั้นเต็มไปด้วยความลึกซึ้งเกินกว่าที่เด็กหนุ่มวัยเดียวกันควรจะมี
"ผมก็แค่พูดความจริงครับ... รุ่นพี่เองต่างหาก ที่มองผมด้วยสายตาแบบนั้น" เรย์เอ่ยเบาๆ พร้อมกับเลื่อนมือข้างหนึ่งขึ้นไปแตะขอบชั้นหนังสือเหนือศีรษะของเธอ เป็นการปิดกั้นทางหนีทีไล่อย่างสมบูรณ์แบบ "สายตาที่ทำให้ผมรู้สึกว่า... การเป็นแค่ตัวประกอบมันช่างยากเย็นเหลือเกิน"
บรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดนิ่ง เสียงฟั่นเฟือนของกองตำราเวทมนตร์ด้านนอกเงียบลง เหลือเพียงเสียงลมหายใจที่สอดประสานกันท่ามกลางความเงียบงัน เซราฟิน่ารู้สึกได้ถึงความอบอุ่นแผ่ซ่านมาจากร่างของเด็กหนุ่ม ความรู้สึกแปลกประหลาดที่เรียกว่า 'ความไววางใจ' และ 'ความหวั่นไหว' กำลังกัดเซาะกำแพงน้ำแข็งที่เธอสร้างขึ้นมาทั้งชีวิตทีละน้อย
มือเรียวบางของเธอที่ยันอกเขาไว้ค่อยๆ 1อ่อนแรงลง นิ้วเรียวขยับเข้ามาใกล้เนื้อผ้าเสื้อของเรย์โดยไม่รู้ตัว ดวงตาทั้งสองคู่ประสานกันอย่างมีความหมาย ความเงียบระหว่างพวกเขากำลังบอกเล่าเรื่องราวที่เกินกว่าตัวอักษรในตำราเล่มไหนจะบรรยายได้
ทว่า... ในวินาทีที่ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งสองกำลังลดลงจนเหลือเพียงลมหายใจกั้น
*ติ๊ง! แจ้งเตือนจากระบบพิเศษระดับ SSS!*
*ตรวจพบการบุกรุกพื้นที่เขตหวงห้ามระดับสูงสุดของสถาบัน!*
*พลังงานมานาแปลกปลอมกำลังพุ่งเข้าสู่ห้องสมุดใต้ดิน ภายในระยะ 50 เมตร... 40 เมตร...*
เรย์สะดุ้งเล็กน้อย ดวงตาสีนิลกลับมาคมกริบและเย็นเยียบในพริบตา เขารวบสติกลับมาอย่างรวดเร็วและดันตัวถอยหลังเว้นระยะห่างทันที ขณะที่เซราฟิน่าเซเล็กน้อย ดวงตาของเธอยังคงฉายแววตื่นตระหนกปนความเสียดายจางๆ ก่อนที่สัญชาตญาณนักเวทจะทำงาน
"ไม่ใช่ฝีมือของนักเรียน..." เซราฟิน่าเอ่ยเสียงเครียด ใบหน้าเปลี่ยนเป็นจริงจังในทันที เธอยกมือขึ้นร่ายเวทป้องกันรอบตัว
ประตูกลไม้โบราณที่นำไปสู่ชั้นใต้ดินลึกที่สุดของห้องสมุดส่งเสียงกรีดร้องลั่น ก่อนที่บานประตูจะระเบิดออกเป็นจุล พร้อมกับร่างเงาทมิฬในชุดคลุมสีดำสนิทนับสิบที่พุ่งทะยานเข้ามา พร้อมออร่าความมืดอันน่าสะพรึงกลัวที่แผ่ขยายปกคลุมไปทั่วอาณาบริเวณ!
และที่น่าตกใจยิ่งกว่า คือผู้นำกลุ่มเงาทมิฬนั้น... คือบุคคลที่ควรจะถูกคุมขังอยู่ในคุกใต้ดินของสภาเวทมนตร์เมื่อสามเดือนก่อนอย่างไร้ข้อกังขา!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมติดตามและสนับสนุนการเดินทางของเรย์และเซราฟิน่านะครับ
ไมโลกับภูตน้อย
ขอเป็นแค่ตัวประกอบที่โดนเมิน แต่ดันติดบั๊กค่าพลังเต็มแม็กซ์•ตอนที่ 14
รุ่นพี่ครับ อย่ามองผมด้วยสายตาแบบนั้น
ผลงานโดย ไมโลกับภูตน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไมโลกับภูตน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอเป็นแค่ตัวประกอบที่โดนเมิน แต่ดันติดบั๊กค่าพลังเต็มแม็กซ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!