เซฟเฮาส์หัวใจของยัยสถาปนิกจอมเหวี่ยงกับท่านประธานสายกวน•ตอนที่ 2

แบบที่แก้ไม่ได้ใจ

ผลงานโดย เมล่อนโซดา
เสียงแฟ้มเอกสารหนาปึึกที่ถูกกระแทกลงบนโต๊ะกระจกใสราคาเจ็ดหลักดังปังจนแก้วกาแฟเซรามิกสั่นสะเทือน กาแฟสีดำสนิทกระฉอกออกมาเล็กน้อย เปื้อนขอบกระดาษพิมพ์เขียวโครงการ 'The Aetherium' ที่รินรดานั่งหลังขดหลังแข็งปั่นมาตลอดเจ็ดสัปดาห์เต็ม "รอบที่สามแล้วนะคะคุณธันวา" รินรดาเงยหน้าขึ้นจากหน้าจอไอแพด แววตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาดีไซน์เฉี่ยวฉายประกายไฟแล่บ เธอไม่ได้สะดุ้งสะเทือนกับแรงอารมณ์ของซีอีโอหนุ่มมหาลัยเดียวกันเมื่อหลายปีก่อนแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เธอกลับส่งยิ้มหวานหยดที่เคลือบยาพิษไปให้ "ถ้าคุณอ่านหนังสือภาษาอังกฤษไม่ออก หรือสมองส่วนความจำมีปัญหาเรื่องมิติสัมพันธ์ ดิฉันแนะนำให้ไปจ้างเด็กอนุบาลมาช่วยกางกระดาษต่อจิ๊กซอว์แทนที่จะมานั่งเป็นประธานบริษัทนะคะ" บรรยากาศในห้องประชุมใหญ่เย็นยะเยือกจนน่าขนลุก ทีมวิศวกรและผู้บริหารฝ่ายพัฒนาโครงการต่างพากันกลืนน้ำลายลงคอด้วยความยากลำบาก ไม่มีใครกล้าหายใจแรง แม้กระทั่งเลขาฯ หน้าห้องยังต้องถอยกรูดไปชิดมุมผนัง คีย์ ธันวา เอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังแท้ราคาแพง ใบหน้าหล่อเหลาคมคายราวนิยายปั้นแต่งเรียบเฉย ไร้รอยยิ้ม ดวงตาสีเข้มดั่งเหยี่ยวจ้องมองสถาปนิกสาวผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครอย่างพิจารณา ริมฝีปากหยักลึกยกยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็น "ปากเก่งไม่เปลี่ยนเลยนะคะ คุณรินรดา" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มน่าฟัง แต่แฝงไปด้วยแรงกดดันมหาศาล "แต่ความอวดดีของคุณ มันไม่ได้ช่วยให้โครงสร้างฐานรากตึกระฟ้าต้านทานแผ่นดินไหวระดับแปดริกเตอร์ได้หรอกนะ แบบที่คุณแก้มาครั้งนี้... มันใช้งานจริงไม่ได้" "ใช้งานไม่ได้ตรงไหนคะ?" รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือเรียวบางตบลงบนโต๊ะประชุมบ้าง แรงสะเทือนไม่เท่าเขา แต่แววตาและพลังงานที่แผ่ออกมากลับข่มขวัญคนทั้งห้องได้ราบคาบ "คานรับน้ำหนักตรงโซน North Wing ฉันคำนวณตามหลักวิศวกรรมสากลเผื่อไว้ถึงสามร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วค่ะคุณธันวา! ถ้าคุณจะสั่งแก้เพราะแค่ไม่ชอบหน้าฉัน หรืออยากเอาคืนเรื่องเก่าๆ สมัยมหาลัย ก็กรุณาใช้ข้ออ้างอื่นที่มันดูฉลาดกว่านี้เถอะค่ะ เสียเวลาทำมาหากินของคนอื่น!" เสียงฮือฮาดังขึ้นเบาๆ ในห้องประชุม ไม่มีใครคาดคิดว่าสถาปนิกอิสระตัวเล็กๆ จะกล้าเปิดฉากปะทะคารมกับซีอีโอผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในวงการอสังหาริมทรัพย์แบบตาต่อตาฟันต่อฟันเช่นนี้ ธันวาหรี่ตามองผู้หญิงตรงหน้า หัวใจกระตุกวูบอย่างประหลาด ทุกครั้งที่เธอทำท่าทางพยศราวกับลูกแมวป่าแบบนี้ มันไม่ได้ทำให้เขารู้สึกโกรธเลยแม้แต่น้อย กลับกัน... เขากลับรู้สึกว่าหัวใจที่ด้านชามานานนับปีของเขากำลังถูกปลุกเร้าด้วยความท้าทายที่หาไม่ได้จากไหนอีกแล้ว แต่ทว่า... เกมนี้เขายังต้องเล่นต่อให้จบ เพื่อดึงเธอให้อยู่ในกำมือของเขาไปตลอดกาล "ดีมากค่ะ" ธันวาหัวנסในลำคอเบาๆ ก่อนจะดีดนิ้วสั่งการ "ในเมื่อคุณมั่นใจในฝีมือตัวเองนัก ฉันก็จะให้โอกาสคุณพิสูจน์ตัวเองอีกรอบ... แต่ไม่ใช่ในห้องประชุมแอร์เย็นๆ นี่หรอกนะ" ประตูกระจกห้องประชุมถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของมิรา ไฮโซสาวทายาทตระกูลดังที่เดินนวยนาดเข้ามาด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ย ชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพงระยับสั่นไหวตามจังหวะก้าวเดิน เธอมองรินรดาด้วยหางตาก่อนจะทรุดตัวลงนั่งข้างกายธันวาอย่างสนิทสนม "แหม... น้องรินคะ อย่าเพิ่งหัวเสียไปเลยค่ะ" มิราเอ่ยด้วยน้ำเสียงดัดจริตน่าหมั่นไส้ "คุณธันวาเขาก็แค่ต้องการงานที่สมบูรณ์แบบที่สุดสำหรับโปรเจกต์หมื่นล้านนี้ ถ้าฝีมือมันห่วยแตกจนแก้สามรอบยังไม่ผ่าน ก็ควรจะรู้จักเจียมตัวถอนตัวไปซะนะคะ ไม่ใช่มาเห่าใส่ประธานบริษัทแบบนี้ มันดูไร้คลาสค่ะ" รินรดากวาดสายตามองมิราหัวจรดเท้าด้วยแววตาสมเพชเวทนา เธอไม่ได้โกรธคำดูถูกของไฮโซสมองกลวงคนนี้เลยสักนิด เพราะสำหรับเธอแล้ว การเสียเวลากับคนประเภทนี้ถือเป็นการลดคุณค่าของตัวเอง "คนที่มีคลาสเขาไม่เอาเวลาว่างมานั่งอวดรวยแย่งสามีชาวบ้านหรอกนะคะคุณมิรา" รินรดายิ้มหวานหยาดเยิ้มสวนกลับทันควันจนมิราหน้าเจื่อน สีหน้าเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำด้วยความโกรธจัด "อ้อ... แล้วก็ช่วยกรุณากรอกตาดูดีๆ ด้วยนะคะว่าโปรเจกต์นี้บริษัทฉันชนะการประกวดแบบมาด้วยคะแนนเอกฉันท์ ไม่ใช่ได้งานมาเพราะเดินตามก้นผู้ชายต้อยๆ เหมือนใครบางคน" "นี่เธอ!" มิรากรี๊ดลั่น ยกมือขึ้นชี้หน้ารินรดาด้วยความลืมตัว "ธันวาค่ะ! ดูมันสิคะ! มันหยามหน้ามิรา หยามหน้าบริษัทเราขนาดนี้ คุณจะปล่อยให้มันลอยนวลอยู่ร่วมโปรเจกต์นี้อีกไม่ได้แล้วนะ!" ธันวายังคงนิ่งสงบ เขายกมือขึ้นห้ามมิราด้วยท่าทีเรียบเฉย สายตาคมกราบมองรินรดาที่เชิดหน้าท้าทายเขาอย่างไม่เกรงกลัว ดวงตากลมโตคู่นั้นไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย มีแต่ไฟแห่งความพั้นช์ที่พร้อมจะแผดเผาทุกคนที่ขวางทาง "คุณรินรดา" ธันวาเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบ "พรุ่งนี้เช้า... เรามีนัดลงพื้นที่ไซต์งานจริงที่เกาะร้างฝั่งอันดามัน" รินรดากะพริบตาปริบๆ ด้วยความแปลกใจ "เกาะร้าง? ไซต์งานอะไรของคุณ?" "โครงการรีสอร์ทลับมูลค่าห้าพันล้านที่กำลังจะเปิดประมูล" ธันวาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงโปร่งก้าวเข้าไปใกล้รินรดาเรื่อยๆ จนเธอต้องถอยหลังไปชนขอบโต๊ะประชุม กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสานกับความกดดันรอบตัวทำให้รินรดาต้องกลืนน้ำลาย "ถ้าคุณเก่งจริง และมั่นใจว่าแบบของคุณไร้ที่ติ พรุ่งนี้... ไปพิสูจน์ให้ฉันเห็นบนเกาะนั้น ว่าคุณจะยังปากเก่งแบบนี้ได้อีกนานแค่ไหน" รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึก ตั้งสติแล้วเงยหน้าสบตาเขาตรงๆ ไม่มีทางที่เธอจะถอย เธอเหนื่อยยากกับการออกแบบนี้มาตั้งเท่าไหร่ จะให้มายอมแพ้เพราะผู้ชายกวนประสาทคนนี้ไม่มีทางเด็ดขาด! "ก็ได้ค่ะ!" รินรดาเชิดหน้าขึ้นท้าทาย "พรุ่งนี้เจอกันค่ะคุณประธานจอมเรื่องมาก หวังว่าคุณจะมีมุกอะไรใหม่ๆ มาแกล้งฉันอีกนะ เตรียมตัวแพ้ทางจนต้องคุกเข่าขอโทษฉันได้เลย!" ธันวายิ้มกริ่ม รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยเล่ห์กลและความเจ้าเล่ห์ที่ทำเอารินรดาใจกระตุกอย่างหาสเหตุผลไม่ได้ ในขณะที่รินรดากำลังจะหันหลังหยิบกระเป๋าเอกสารเพื่อเดินสะบัดออกนอกห้องนั้น เสียงแจ้งเตือนข้อความบนโทรศัพท์มือถือของเธอก็ดังขึ้นพร้อมกัน *ติ๊ง!* รินรดาก้มลงมองหน้าจอ ข้อความจากธนาคารแจ้งเตือนยอดเงินฝากเข้าบัญชีส่วนตัวของเธอด้วยตัวเลขเจ็ดหลัก... พร้อมกับข้อความแนบท้ายจากเบอร์แปลกที่ทำให้เธอต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ **"ค่าจ้างล่วงหน้าสำหรับภรรยาในนาม... ยินดีต้อนรับสู่เกาะส่วนตัวของผมครับ คุณสถาปนิกคนสวย"** หวังว่ารี้ดเดอร์ทุกคนจะฟินและจิกหมอนไปกับความกวนประสาทของท่านประธานคีย์และความสู้คนของยัยรินรดากันนะคะ เมล่อนโซดาขอตัวไปชงน้ำหวานกินแก้เครียดก่อน แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์หัวใจของยัยสถาปนิกจอมเหวี่ยงกับท่านประธานสายกวน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%