บัลลังก์ไร้ครองกับรอยหมึกจำลองหัวใจจักรพรรดิ•ตอนที่ 1

รอยร้าวกลางลมหนาว

ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
กลิ่นอายความตายไม่ได้มาพร้อมกับเสียงคำรามของกองทัพ หรือเสียงกรีดร้องของผู้บริสุทธิ์... มันมาในรูปแบบของความเงียบงัน เกวียนม้าไม้สักหุ้มเหล็กสีดำสนิทแล่นผ่านพายุหิมะโปรยปรายที่ชายแดนประจิม ความหนาวยะเยือกบาดลึกผ่านเนื้อผ้าชั้นดีจนแทบแทรกซึมถึงกระดูก กู้เหยียนซูไม่ได้ขยับตัวแม้แต่น้อย ปลายนิ้วเรียวยาวดุจลำหยกของนางกำลังลูบไล้รอยหมึกแห้งกรังบนแผ่นฎีกาเก่าคร่ำคร่า แผ่นกระดาษที่บันทึกคำสั่งประหารเจ็ดชั่วโคตรของตระกูลกู้เมื่อสามปีก่อน รอยหมึกนั้นถูกคัดลอกและจำลองขึ้นอย่างประณีตด้วยฝีมือของนางเอง—มันคือหลักฐานชิ้นเดียวที่จะลากตัว “คนผู้นั้น” ลงมาจากบัลลังก์มังกรได้ แต่ก่อนจะถึงวันนั้น นางต้องรอดชีวิตจากการเดินทางมาถึงดินแดนรกร้างแห่งนี้เสียก่อน “ใต้เท้ากู้... ข้างหน้ามีสิ่งผิดปกติขอรับ” เสียงทุ้มต่ำขององครักษ์เงาเอ่ยกระซิบผ่านม่านผ้าไหมหนาทึบ น้ำเสียงเจือความตื่นตระหนกที่พยายามสะกดกลั้นไว้ กู้เหยียนซูไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้น ดวงตาดอกท้อคู่คมกวาดมองตัวอักษรครั้งสุดท้าย ก่อนจะพับฎีกาม้วนนั้นเก็บเข้าสู่สาบเสื้ออย่างแนบเนียน นางตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย เย็นเยียบราวน้ำค้างแข็ง “รู้ตัวช้าไปสามลมหายใจ... พวกมันไม่ได้มาเพื่อปล้นสะดม แต่มาเพื่อลบชื่อกู้เหยียนซูออกจากแผ่นดินนี้ต่างหาก” สิ้นคำพูดของนาง เสียงหวีดหวิวของลูกธนูเหล็กกล้าแหวกอากาศเข้ามาปะทะหลังคาเกวียนดังสนั่นหวั่นไหว แรงกระแทกมหาศาลทำให้ไม้สักหนาแตกละเอียด เศษไม้กระจายว่อน ทว่าร่างบางกลับดีดตัวหลบออกทางหน้าต่างด้านข้างได้อย่างงดงามราวกับผีเสื้อร่อนลม นางพลิกตัวลงสู่พื้นหิมะสีขาวโพลนอย่างไร้เสียง รองเท้าผ้าปักลายดอกเหมยเหยียดยันมั่นคง ท่ามกลางบรรยากาศรอบกายที่ถูกโอบล้อมด้วยเงาร่างนับสิบในชุดนักฆ่าสีดำสนิท ปิดบังใบหน้าเหลือเพียงดวงตาวาวโรจน์ด้วยจิตสังหาร นักฆ่ากลุ่มนี้ไม่ใช่โจรป่าทั่วไป ท่วงท่าการยืน การถือดาบยาวโค้งรับกับรัศมีปราณฆ่าฟัน บ่งบอกชัดเจนว่าเป็นมือสังหารระดับสูงจากสำนักเงาหลวง หากไม่ใช่เพราะตระกูลกู้ล่มสลายไปแล้ว ใครกันอีกเล่าที่ยังต้องการชีวิตกุนซือตกอับไร้เบื้องหลังอย่างนาง? ดาบเล่มแรกพุ่งเข้าหาลำคอระหงทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้ตั้งตัว กู้เหยียนซูไม่ถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว นางเบี่ยงตัวหลบคมดาบที่เฉียดผ่านผิวเนื้อไปเพียงมิลลิเมตรเดียว กลิ่นคาวเลือดผสมกับความเย็นเยือกของหิมะตลบอบอวลในอากาศ ปลายนิ้วเรียวดีดเข็มเงินอาบยาพิษออกจากแขนเสื้อ ปักเข้าที่จุดตายของนักฆ่าคนแรกอย่างแม่นยำ ร่างนั้นล้มฟุบลงแน่นิ่งโดยไร้เสียงร้อง ทว่า จำนวนที่มากเกินไปกำลังบีบคั้นนางเข้าสู่มุมอับ ปลายดาบอีกสามเล่มพุ่งตรงมาจากด้านหลังพร้อมกันในมุมอับสายตา กู้เหยียนซูกัดริมฝีปากแน่น ยอมรับในใจว่านี่คือขีดจำกัดของการเดินทางเพียงลำพัง นางเตรียมใจรับความเจ็บปวดที่กำลังจะมาถึง แต่ทว่า... *เคร้ง!* ประกายไฟสีส้มวาบขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของพายุหิมะ เสียงเหล็กปะทะกันกังวานก้องกังวานบาดแก้วหู ร่างของนักฆ่าทั้งสามกระเด็นถอยหลังไปคนละทิศละทางด้วยแรงกระแทกมหาศาลที่มองไม่เห็นตัวตน กลิ่นอายอันทรงพลังและดุดันแผ่ซ่านกดทับบรรยากาศรอบด้านให้หนักอึ้งลงทันที กู้เหยียนซูชะงักเงยหน้าขึ้นมอง ผ่านม่านหิมะสีขาวโพลน ร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะหนังสีดำสนิทคลุมทับด้วยเสื้อคลุมขนจิ้งจอกสีเทาเข้มกำลังยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ม้าศึกสีดำสนิทข้างกายส่งเสียงฮะฮ่อด้วยความพยศ มือหนากำดาบยาวเล่มใหญ่ที่มีหยดเลือดสีแดงเข้มหยดลงบนพื้นหิมะทีละหยด ดวงตาคมกริบดั่งพญาอินทรีคู่นั้นกวาดมองศัตรูด้วยความเหี้ยมเกรียมและเย้ยหยัน เป็นแววตาของผู้ผ่านสมรภูมิรบมานับร้อยครั้งจนชินชาต่อความตาย นี่คือ... ฉินอี้เฉิน หรือ “อ๋องอี้เฉิน” แม่ทัพผู้ถูกลืมแห่งชายแดนประจิม ผู้ที่ฮ่องเต้ทรงหวาดระแวงจนต้องเนรเทศให้อยู่ไกลห่างจากเมืองหลวง บุรุษผู้มีข่าวลือว่าจิตใจดิบเถื่อนและเย็นชาดั่งน้ำแข็งพันปี อ๋องอี้เฉินไม่แม้แต่จะชายตากล่าวคำทักทาย เขาวาดดาบออกไปอีกครั้งเพียงวูบเดียว คลื่นดาบอันทรงพลังก็กวาดล้างนักฆ่าที่เหลือจนแตกกระเจิงและสิ้นชื่อในพริบตา ความเด็ดขาดและรวดเร็วนี้ทำให้นัยน์ตาคู่สวยของกู้เหยียนซูไหววูบเล็กน้อย นางประเมินบุรุษผู้นี้ใหม่ในใจ—เขาไม่ใช่แค่นายทหารตกอับตามคำเล่าลือ แต่คือสัตว์ป่าจำศีลที่รอเวลาขย้ำเหยื่อต่างหาก ความเงียบงันกลับมาปกคลุมอีกครั้ง ท่ามกลางลมหนาวที่พัดโชย เสียงฝีเท้าหนักแน่นก้าวเข้ามาหยุดตรงหน้ากู้เหยียนซู อ๋องอี้เฉินลดดาบลง ปลายคมดาบยังคงมีหยดเลือดไหลริน เขาก้มลงมองสตรีตัวเล็กที่ยืนตัวตรงไม่ไหวติ่ง แม้เสื้อผ้าจะเปื้อนฝุ่นควันและคราบเลือด แต่แววตาของนางกลับไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงความเยือกเย็นและการคำนวณบางอย่างซ่อนอยู่ มุมปากหยักลึกยกยิ้มเยาะหยัน น้ำเสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบระหว่างคนทั้งสอง “คุณหนูกู้แห่งตระกูลกู้... ล่อเสือออกจากถ้ำมาไกลถึงชายแดนอันตรายเช่นนี้ คงไม่ใช่เพื่อมาให้โจรป่าตัดหัวเล่นกระมัง? หรือว่าเจ้ามีความสามารถพอที่จะเป็นภาระให้กองทัพของเปิ่นหวางต้องเปลืองข้าวสารเพิ่มขึ้นอีกคน?” กู้เหยียนซูเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาโดยตรง ไม่หลบเลี่ยง ไม่สะทกสะท้าน มุมปากบางยกยิ้มบางเบา เป็นรอยยิ้มที่เคลือบยาพิษอย่างสมบูรณ์แบบ นางไม่ตอบคำถามของเขาในทันที แต่กลับก้าวเข้าไปใกล้ร่างสูงขึ้นอีกก้าวหนึ่ง จนกลิ่นอายบุรุษและกลิ่นเลือดเจือจางลอยปะทะจมูก “ท่านอ๋องทรงเข้าใจผิดแล้วเพคะ หม่อมฉันไม่ได้มาเพื่อเป็นภาระ... แต่มาเพื่อเป็นคนเดียวที่จะช่วยดึงดาบที่ปักอยู่บนหลังของท่านออกต่างหาก” อ๋องอี้เฉินชะงักไปเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบหรี่แคบลงอย่างใช้ความคิด รังสีอำมหิตพุ่งเข้าประทะกันกลางอากาศระหว่างคนทั้งสอง—คนหนึ่งคือขุนนางหญิงผู้ถือครองความแค้นระดับพลิกแผ่นดิน อีกคนคือแม่ทัพผู้ถูกหักหลังและรอวันทวงคืนบัลลังก์ สองวิญญาณสีเทามาบรรจบกัน ณ ชายแดนที่หนาวเหน็บที่สุดของอาณาจักร ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด กู้เหยียนซูกลับสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติบางอย่างที่ชายเสื้อคลุมของอ๋องอี้เฉิน—รอยเย็บปักด้วยไหมสีทองลายพยัคฆ์ห้าเล็บ เป็นลวดลายต้องห้ามที่มีเพียงคนในตำหนักในเมืองหลวงเท่านั้นที่ใช้ได้ และเหนือรอยปักนั้น มีคราบผงยาสีขาวชนิดหนึ่งติดอยู่... มันคือ “ผงจันทน์หอมอัคคี” ยาพิษหายากที่ใช้ปลิดชีพองค์รัชทายาทเมื่อสามปีก่อน! หัวใจของกู้เหยียนซูเต้นระรัวขึ้นมาวูบหนึ่ง นางตระหนักได้ทันทีว่าการเดินทางมาครั้งนี้ไม่ได้มีแค่เรื่องล้างมลทินตระกูล แต่กำลังจะเปิดประตูไปสู่ความลับที่ดำมืดที่สุดของราชสำนัก “ดูเหมือนว่า...” กู้เหยียนซูโน้มตัวกระซิบเบาๆ ข้างใบหูของแม่ทัพหนุ่ม น้ำเสียงหวานใสแต่เย็นยะเยือกดั่งใบมีด “...ศัตรูของท่านและศัตรูของหม่อมฉัน จะเป็นคนๆ เดียวกันเสียแล้วเพคะ ท่านอ๋อง” อ๋องอี้เฉินนิ่งงันไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจเป็นครั้งแรก ก่อนที่มุมปากของเขาจะแย้มยิ้มออกมา เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยอันตรายและความพึงพอใจอย่างประหลาด ยามที่ปลายนิ้วหยาบกร้านของแม่ทัพหนุ่มยื่นออกไปเชยคางมนของนางขึ้น บังคับให้ดวงตาทั้งสองคู่ประสานกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ “กล้านักนะ...” อ๋องอี้เฉินกระซิบชิดริมฝีปาก ลลมหายใจร้อนผ่าวปะทะแก้วเนียน “เช่นนั้น... เจ้าก็จงพิสูจน์ให้เปิ่นหวางเห็นเสียก่อน ว่าเจ้ามีค่าพอที่จะรอดชีวิตผ่านคืนนี้ไปได้หรือไม่” สิ้นเสียงนั้น ร่างของเงาดำนับสิบสายก็พุ่งทะยานออกมาจากพายุหิมะเบื้องหลัง พร้อมกับเสียงคำรามก้องของกองทัพปริศนาที่ปิดล้อมเส้นทางถอยทั้งหมดเอาไว้ในพริบตาเดียว! *** ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าพายุหิมะและคมดาบนี้ไปด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ - หมอกเหมยปลายฤดู -
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บัลลังก์ไร้ครองกับรอยหมึกจำลองหัวใจจักรพรรดิ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%