บัลลังก์ไร้ครองกับรอยหมึกจำลองหัวใจจักรพรรดิ•ตอนที่ 2

หมากตัวแรกบนกระดานทราย

ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
กลิ่นอับชื้นของกระดาษสมุดบัญชีเก่าและคราบน้ำมันสนที่แห้งกรังคละคลุ้งไปทั่วห้องคลังเสบียงร้างท้ายค่ายทหาร กู้เหยียนซูไม่ได้สนใจฝุ่นผงที่เกาะอยู่ตามอาภรณ์สีเขียวเข้มของนาง ปลายนิ้วเรียวภายใต้ถุงมือผ้าดิบกำลังไล่ตรวจรอยประทับตราครั่งบนหีบไม้สนทีละใบอย่างละเอียด จังหวะการเคลื่อนไหวของนางนิ่งสงบ ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดที่ซ่อนอยู่ในฝัก “ท่านอ๋องทรงเชื่อหรือคะว่า คนที่คิดสูบเลือดเนื้อกองทัพชายแดน จะโง่เขลาถึงขนาดทิ้งร่องรอยไว้ในบัญชีเปิดเผยเช่นนี้” น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงนัยเสียดสีดังขึ้นท่ามกลางความสลัว กู้เหยียนซูไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองบุรุษผู้ยืนพิงกรอบประตู เงามืดทอดตัวทับร่างสูงใหญ่ของอ๋องอี้เฉิน ดวงตาคมกริบราวเหยี่ยวของเขาจับจ้องแผ่นหลังบอบบางที่ยังคงทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก อี้เฉินก้าวเท้าเข้ามา เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นไม้ดังสะท้อนก้องในความเงียบ เขาโน้มตัวลงเล็กน้อย กลิ่นอายบุรุษและกลิ่นจางๆ ของสนิมดาบเจือกลิ่นเหล้าหมักโชยเข้าจมูกกู้เหยียนซูจนนางต้องชะงักฝ่ามือ “ใต้เท้ากู้... ท่านประเมินความโลภของ ‘หนู’ ในคลังหลวงต่ำเกินไปเสียแล้ว” อี้เฉินกระซิบชิดใบหูของนาง น้ำเสียงทุ้มต่ำและใกล้ชิดจนเกินความจำเป็น “พวกมันไม่ได้โง่หรอก แต่พวกมัน ‘ย่ามใจ’ ต่างหาก คิดว่าอำนาจในเมืองหลวงจะคุ้มหัวพวกมันไปได้ตลอดกาล... เช่นเดียวกับที่เจ้าคิดว่า ตัวคนเดียวจะล้างมลทินให้ตระกูลกู้ได้โดยไม่ต้องพึ่งพา ‘คมดาบ’ ของเปิ่นหวาง” กู้เหยียนซูหันขวับ ดวงตาดำขลับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมของเขา ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งสองมีเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนสัมผัสได้ถึงความตึงเครียดที่ประตูกั้นระหว่างความร่วมมือและความระแวง “หม่อมฉันพึ่งพาความสามารถ ไม่ใช่ความบุ่มบ่ามของใครเพคะ” นางตอบกลับทันควัน นัยน์ตาไม่มีความหวาดหวั่นแม้แต่น้อย “และถ้าเรายังมัวแต่ต่อปากต่อคำกันเช่นนี้ ข้าวสารสิบหมื่นหาบที่หายไปจากบัญชีคงไม่งอกเงยกลับมาเองได้หรอกเพคะ... ท่านอ๋อง” อี้เฉินหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำและทรงเสน่ห์อย่างอันตราย เขายืดตัวขึ้น ถอยห่างออกไปหนึ่งก้าวเพื่อเว้นระยะที่เหมาะสม ทว่าสายตายังคงสำรวจร่างของนางตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยความชื่นชมระคนระแวง “ดี... ปากคอเราะร้ายสมกับเป็นกุนซือผู้ปราดเปรื่อง” อี้เฉินยcatสะบัดชายเสื้อคลุมแล้วนั่งลงบนลังไม้ใกล้ๆ “ในเมื่อเจ้าต้องการหลักฐานที่มัดตัวพวกมันแน่นหนาจนดิ้นไม่หลุด เปิ่นหวางได้เตรียม ‘เหยื่อล่อ’ ไว้ให้เจ้าแล้ว... แต่เงื่อนไขคือ ทุกอย่างต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของเปิ่นหวางเท่านั้น ห้ามตัดสินใจทำอะไรตามอำเภอใจเด็ดขาด” กู้เหยียนซูหรี่ตาลง ประเมินสถานการณ์ในเสี้ยววินาที นางรู้ดีว่าการร่วมมือกับอ๋องอี้เฉินเปรียบเสมือนการเดินอยู่บนเส้นด้ายที่ขึงข้ามปากเหว พลาดเพียงนิดเดียวคือความตาย แต่ในสถานการณ์ที่หลักฐานทั้งหมดถูกทำลายโดยอำนาจมืดเบื้องบน การไม่มีกองกำลังทหารหนุนหลังทำให้นางตกเป็นรองอย่างสิ้นเชิง นางไม่มีทางเลือกอื่น “ตกลงเพคะ” นางเอ่ยสั้นๆ ก่อนจะยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งที่เพิ่งคัดลอกตัวเลขความเสียหายออกมาให้อีกฝ่าย “นี่คือรอยรั่วจุดแรก... บัญชีเสบียงประจำฤดูเหมันต์ระบุว่าข้าวสารเสียหายจากความชื้นร้อยละสามสิบ แต่จากสภาพอากาศและโรงเก็บที่นี่ ไม่มีทางที่ความชื้นจะทำลายข้าวสารได้ในปริมาณดังกล่าว เว้นเสียแต่ว่า... มีการขนย้ายออกไปขายต่อให้ชนเผ่าทางเหนือตั้งแต่ก่อนเข้าฤดูหนาว” อี้เฉินรับแผ่นกระดาษมาพิจารณา แววตาคมปลาบฉายประกายอำมหิตขึ้นวูบหนึ่ง “พวกมันกล้าค้าอาวุธและเสบียงกับศัตรูแผ่นดิน... โทษนี้ต่อให้มีเก้าชีวิตก็ไม่พอชดใช้” บรรยากาศในห้องคลังเสบียงพลันเยียบเย็นลงทันที ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ทั้งสองคนยืนเคียงบ่าเคียงไหล่ มองออกไปนอกหน้าต่างบานเล็กที่เห็นลานฝึกทหารเบื้องล่าง อุดมการณ์ที่แตกต่างและการเมืองราชสำนักที่เน่าเฟะผลักดันให้คนทั้งคู่ต้องมาบรรจบกันในจุดที่อันตรายที่สุด ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ก็ดังขึ้นจากทางเดินด้านนอก มุ่งตรงมายังห้องคลังร้างแห่งนี้ด้วยความเร่งรีบ เสียงเหล็กกระทบกันบ่งบอกถึงการมาถึงของกองกำลังติดอาวุธ อี้เฉินคว้าแขนกู้เหยียนซูด้วยความรวดเร็ว ดึงร่างบางเข้าไปหลบหลังชั้นวางตำราเก่าที่ฝุ่นตลบ พร้อมกับยกนิ้วขึ้นแตะริมฝีปากตัวเองเพื่อส่งสัญญาณเตือนให้เงียบเสียง กู้เหยียนซูหัวใจเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะสัมผัสอุ่นจากมือแกร่งที่กุมข้อมือนาวแน่น และกลิ่นอายเฉพาะตัวของเขาที่โอบล้อมนางไว้ในพื้นที่แคบๆ นัยน์ตาทั้งคู่ประสานกันท่ามกลางความมืด ม่านหมอกแห่งความลับและความปรารถนาอันซับซ้อนก่อตัวขึ้นเงียบๆ ท่ามกลางวิกฤต แสงคบเพลิงสาดส่องลอดรอยแตกของประตูไม้เข้ามา พร้อมกับเสียงเปิดประตูที่ดังเอี๊ยดอาด และเงาร่างของใครบางคนก้าวเข้ามาหยุดอยู่กลางห้อง พร้อมกับถุงเงินหนักๆ ที่ถูกโยนลงกระแทกพื้นเสียงดัง *ตุบ* “ท่านแม่ทัพสั่งมา... คืนนี้จัดการเก็บกวาดหลักฐานทั้งหมดในนี้ให้เกลี้ยง อย่าให้เหลือร่องรอยให้ยัยกุนซือตระกูลกู้นั่นสาวมาถึงตัวพวกเราได้เด็ดขาด!” ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหมอกหนาและเงื่อนงำนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บัลลังก์ไร้ครองกับรอยหมึกจำลองหัวใจจักรพรรดิ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%