**10... 9... 8...**
ตัวเลขสีแดงฉานสาดแสงวาบตัดกับความมืดมัวของป่าสนหมอกในเขตเริ่มต้น รัศมีวงกลมแสงดิจิทัลพุ่งทะยานขึ้นจากพื้นดินราวกับกรงขังแห่งข้อมูลที่กำลังรีเซ็ตตัวเอง กวินหรี่ตาลงเล็กน้อย สัญชาตญาณอดีตนักวิเคราะห์เกมอีสปอร์ตระดับประเทศทำงานทันที สมองของเขากำลังประมวลผลรูปแบบการกระพริบของตัวเลขและความหนาแน่นของพิกัดมานาที่บิดเบี้ยวตรงหน้า นี่ไม่ใช่การนับถอยหลังของเควสต์ทั่วไป แต่มันคือสัญญาณเตือนของ "ระบบความเสถียร" ที่กำลังพังทลายลงในพื้นที่รอยต่อระหว่างแผนก
"ถอยออกมาก่อน กวิน!"
เสียงหวานทุ้มที่คุ้นเคยเอ่ยเตือนพร้อมกับแรงดึงเบาๆ ที่แขนเสื้อ อาจารย์ลินดาก้าวเข้ามาขวางหน้าเขาไว้ ร่างอวตารในชุดนักเวทสีครามสะบัดมือเบาๆ เกิดเป็นม่านพลังรูปทรงเรขาคณิตสีฟ้าครามซ้อนทับกันสามชั้นเพื่อดูดซับแรงกระแทกที่กำลังจะมาถึง ดวงตาคู่สวยของเธอจ้องมองไปยังตัวเลขที่ลดลงเหลือ **5... 4...** ด้วยความระแวดระวัง ผิดไปจากมาดนิ่งสงบเช่นเคย
"อาจารย์สังเกตเห็นอะไรไหมครับ?" กวินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แม้สถานการณ์จะบีบคั้น แต่แววตาของเขากลับเป็นประกายด้วยความอยากรู้อยากเห็น "อัตราการรีเฟรชเฟรมของแมปตรงนี้ช้าลง 0.02 วินาทีตั้งแต่เราเดินเลี้ยวพ้นแนวต้นสนโบราณมา... นั่นหมายความว่า พื้นที่ตรงนี้ไม่ได้ถูกเรนเดอร์แบบเรียลไทม์ แต่ถูกโหลดซ้ำมาจากไฟล์สำรองที่ถูกซ่อนไว้"
*3... 2...*
"เจ้าเด็กคนนี้นี่... สมองคิดอะไรอยู่ตอนที่คนอื่นเขากำลังระวังตัวกันเนี่ย" ลินดาถอนหายใจเบาๆ ริมฝีปากบางยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างจนปัญญา "แต่วิเคราะห์ได้ไม่เลวเลย... พื้นที่ตรงนี้ถูกลบออกจากแผนกหลักของเซิร์ฟเวอร์มานานนับร้อยปีแล้ว มันคือ 'เขตอับสัญญาณ' ที่ผู้ดูแลระบบรุ่นก่อนใช้ทดลองระบบคำนวณเวทมนตร์ยุคแรกเริ่ม"
*1...*
**0.**
*ฟึบ!*
เสียงตัดผ่านอากาศดังสนั่นราวกับกระดาษถูกฉีกขาด ม่านหมอกหนาทึบที่ปกคลุมพื้นที่ตรงหน้าพลันสลายวับไปในพริบตา เผยให้เห็นทัศนียภาพที่ถูกซ่อนเร้นมาเนิ่นนาน เบื้องหลังแนวป่าสนคือซากปรักหักพังของหอคอยหินอ่อนสีขาวนวลที่บิดเบี้ยวผิดรูป ยอดหหอคอยหักโค่นลงมาครึ่งหนึ่ง แต่สิ่งที่ทำให้กวินต้องหยุดหายใจไม่ใช่ความโอ่อ่าของสถาปัตยกรรมโบราณ หากแต่เป็น "รหัสโค้ดสีเขียวมรกต" ที่ลอยเคว้งคว้างอยู่กลางอากาศราวกับฝูงหิ่งห้อยดิจิทัล
กวินก้าวเท้าเข้าไปใกล้ซากหอคอยนั้นอย่างช้าๆ รองเท้าบูทหนังเก่าๆ เหยียบลงบนพื้นหญ้าที่ปกคลุมด้วยแผ่นศิลาจารึกอักขระประหลาด เขาย่อตัวลงใช้ปลายนิ้วแตะเบาๆ ที่พื้นผิวศิลา ทันใดนั้น หน้าต่างอินเทอร์เฟซสีฟ้าโปร่งแสงก็เด้งขึ้นมาตรงหน้าเขาโดยไม่มีปุ่มกดรับ
[ตรวจพบสิทธิ์การเข้าถึงระดับรากฐาน (Root Access)]
[ผู้เล่น 'กรวินท์' กำลังเชื่อมต่อกับโหนดความทรงจำที่ 00-A]
[คำเตือน: ข้อมูลนี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ผู้เล่นยุคปัจจุบันเข้าถึง ความเสียหายต่อจิตสำนุกลักษณะเสมือนอาจเกิดขึ้นได้]
"น่าสนใจจริงๆ..." กวินพึมพำกับตัวเอง แววตาสีเข้มสะท้อนแสงสีเขียวของโค้ดระบบที่กำลังวิ่งผ่านเรตินาของเขา "ระบบของเกมนี้ไม่ได้ใช้ AI ควบคุมแบบตายตัว แต่มีโครงสร้างการเรียนรู้ด้วยตัวเอง (Machine Learning) ที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง... ยิ่งเราสำรวจลึกเท่าไหร่ ช่องโหว่ของกฎเกณฑ์ในเกมนี้ก็ยิ่งเด่นชัดมากขึ้นเท่านั้น"
อาจารย์ลินดาเดินตามเข้ามาใกล้ เธอแหงนมองซากหอคอยโบราณนั้นด้วยสีหน้าซับซ้อน ความทรงจำที่เคยถูกผนึกไว้ราวกับถูกกระตุ้นด้วยคลื่นความถี่บางอย่าง นิ้วเรียวยาวของเธอสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อยื่นออกไปสัมผัสกับโค้ดสีเขียวที่ลอยอยู่
"หอคอยนี้... ฉันจำได้เลือนราง" เสียงของลินดาเบาราวกับเสียงกระซิบของสายลม "มันคือ 'หอคอยปะรำพิธีอัคคี' สถานที่ที่พวกเราเคย... ไม่สิ... ที่ผู้สร้างเคยใช้ทดสอบขีดจำกัดของระบบอวตาร แต่มันควรจะถูกลบไปตั้งแต่วันที่เกิดเหตุการณ์มหาภัยพิบัติแล้วนี่นา ทำไมมันถึงยังหลงเหลืออยู่ในเขตเริ่มต้นได้?"
"บางที คำตอบอาจจะอยู่ที่นี่ครับ"
กวินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สายตาดั่งเรดาร์กวาดมองไปทั่วบริเวณซากปรักหักพัง เขาสังเกตเห็นความผิดปกติของพิกัดทางเรขาคณิต เสาหินแต่ละต้นไม่ได้ถูกวางไว้ตามหลักสถาปัตยกรรมเพื่อความสวยงาม แต่ถูกจัดเรียงตาม "อัลกอริทึมการเข้ารหัสแบบ RSA" ซึ่งเป็นรูปแบบการเข้ารหัสข้อมูลในโลกความเป็นจริงที่ถูกนำมาประยุกต์ใช้สร้างสนามพลังเวทในเกม VRMMO แห่งนี้
"อาจารย์ครับ ช่วยร่ายเวทวิเคราะห์พิกัดมานาให้ผมหน่อยครับ เอาแบบความถี่ต่ำ เพื่อไม่ให้ระบบตรวจจับการแทรกแซง" กวินหันไปสบตากับอาจารย์สาว น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเชื่อมั่นและจริงจัง
ลินดาพยักหน้ารับอย่างรู้ใจ แม้เธอจะไม่เข้าใจทั้งหมดว่าเด็กหนุ่มคนนี้กำลังจะทำอะไร แต่สัญชาตญาณบอกเธอว่ากวินกำลังมองเห็น "ภาพที่กว้างกว่า" ที่ผู้เล่นทั่วไปไม่มีทางมองเห็น วงเวทสีครามถูกวาดขึ้นกลางอากาศอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบ ละอองแสงมานากระจายตัวออกไปเคลือบ
ทันทีที่ละอองเวทสัมผัสกับเสาหินต้นกลาง โครงสร้างทั้งหมดของซากหอคอยก็สั่นสะเทือนเบาๆ พื้นดินใต้เท้าของพวกเขายยุบตัวลงเล็กน้อย เกิดเป็นทางลาดลงสู่ชั้นใต้ดินมืดมิด กลิ่นอายของความเก่าแก่และกระแสพลังงานอันมหาศาลพัดโชยขึ้นมาปะทะใบหน้า
[ท่านค้นพบ 'ห้องโถงวิจัยลับใต้หอคอยโบราณ']
[ปลดล็อกเควสต์พื้นที่ลับ: 'เศษเสี้ยวแห่งความจริงที่ถูกลืม' (ระดับความยาก: SSS)]
แสงไฟนีออนสีแดงจากระบบฉุกเฉินกะพริบถี่ขึ้นเป็นจังหวะในความมืด พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ดังสะท้อนก้องมาจากเบื้องล่าง ทางเดินแคบๆ ที่ทอดยาวลงไปนั้นไร้ซึ่งแสงสว่าง มีเพียงเงาดำทะมึนของรูปปั้นการ์โกอิลที่ตั้งตระหง่านอยู่สองข้างทางราวกับกำลังจับจ้องผู้บุกรุก
กวินสูดลมหายใจเข้าลึกๆ มือขวาเอื้อมไปจับด้ามจับของมีดสั้นเล่มแรกในกระเป๋าไอเท็ม ขณะที่ก้าวเท้าขวาเตรียมจะเดินนำลงไปในความมืด ทว่า...
*ตึง! ตึง! ตึง!*
เสียงฝีเท้าครั้งสุดท้ายดังสนั่นหวั่นไหวราวกับแผ่นดินแยก และก่อนที่กวินจะได้คำนวณความเป็นไปได้ของการปะทะ แสงไฟสีแดงทั้งหมดก็ดับวูบลงเหลือเพียงความมืดมิดสนิท พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบที่ดังกระซิบอยู่ข้างใบหูของเขาโดยไม่มีร่างของผู้พูด—
*"ยินดีต้อนรับกลับบ้าน... ผู้สังเกตการณ์รุ่นเยิร์น เจ้าใช้เวลานานเกินไปนะ กว่าจะหาทางมาถึงห้องควบคุมนี้..."*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปกับกวินและอาจารย์ลินดานะครับ
เซียนเกมสายคำนวณกับอาจารย์สาวผู้ปิดผนึก•ตอนที่ 2
ร่องรอยแห่งหอคอยโบราณ
ผลงานโดย แม็กซ์ลุยศึกอีสปอร์ต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แม็กซ์ลุยศึกอีสปอร์ต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกมสายคำนวณกับอาจารย์สาวผู้ปิดผนึก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!