เสียงสะท้อนจากการคำนวณซ้ำซ้อนในสมองของผมยังคงดังก้องราวกับเสียงก르ดของฟันเฟืองจักรกลไอน้ำที่ขาดการหล่อลื่น “นั่น... ตัวผมเองงั้นเหรอ?” รินทร์ผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ด้วยความเร็วที่เกินกว่าสัญชาตญาณปกติจะควบคุม ดวงตาเบิกกว้างจ้องมองภาพโฮโลแกรมสามมิติที่บิดเบี้ยวบนหน้าจอคอมพิวเตอร์เมนเฟรม
ในห้องทำงานส่วนตัวที่เงียบสงบยามวิกาล แสงสีฟ้าอมเขียวจากชุดประมวลผลควอนตัมสะท้อนบนใบหน้าที่เม็ดเหงื่อเริ่มผุดพรายขึ้นตามไรผม ข้อมูลไฟล์ลับรหัส *‘Chronos-00’* ที่เพิ่งถูกถอดรหัสออกมาเมื่อครู่ ไม่ได้แสดงเพียงแค่สูตรทางคณิตศาสตร์หรือกราฟความน่าจะเป็นของการสั่นสะเทือนของมิติเวลา แต่มันแสดงภาพเคลื่อนไหวของมนุษย์คนหนึ่ง—มนุษย์ที่มีโครงหน้า รอยแผลเป็นเล็กๆ ที่มุมปากซ้าย และแม้กระทั่งนาฬิกาข้อมือรุ่นโบราณเรือนเดียวกันกับที่ผมสวมอยู่
บุคคลในภาพโฮโลแกรมนั้นกำลังล้มลงพร้อมกับเลือดที่นองพื้น ในขณะที่ริมฝีปากขยับพูดคำบางคำที่ไรเสียง ทว่าระบบ AI วิเคราะห์การเคลื่อนไหวของริมฝีปากกลับแปลออกมาเป็นข้อความตัวอักษรที่ปรากฏบนหน้าจออย่างเลือดเย็น:
*[คำเตือน: วงลูปที่ 4,312 กำลังจะล่มสลาย รีบไปที่ห้องแล็บใต้ดิน B-7 ก่อนที่เธอจะพบคุณ]*
หัวใจของผมเต้นรัวระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความเย็นเยียบแล่นพล่านจากปลายนิ้วลามเลียขึ้นสู่กระดูกสันหลัง นี่ไม่ใช่ความฝัน และไม่ใช่ความผิดพลาดของอัลกอริทึมการคำนวณความน่าจะเป็นที่ผมใช้เวลาพัฒนามาแรมปี แต่มันคือหลักฐานทางกาย ศาสตร์ที่พิสูจน์ว่า... ผมกำลังติดอยู่ในลูปเวลาที่ถูกกำหนดไว้แล้วซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“ห้องแล็บใต้ดิน B-7...” ผมพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงแหบพร่า พื้นที่เขตหวงห้ามระดับสูงสุดของสถาบันวิจัยฟิสิกส์เชิงอนุภาคแห่งนี้ ซึ่งตามกฎข้อบังคับแล้ว ห้ามบุคคลากรระดับนักศึกษาฝึกงานอย่างผมเข้าใกล้ในรัศมีร้อยเมตรเด็ดขาดเนื่องจากอันตรายจากสนามแม่เหล็กไฟฟ้าขนาดยักษ์
แต่ในเมื่อตัวผมในอนาคต—หรือใครก็ตามที่ส่งข้อความนี้—ทิ้งคำเตือนไว้เช่นนี้ การอยู่นิ่งเฉยเท่ากับการรอเวลาให้ความน่าจะเป็นของการรอดชีวิตลดลงสู่ศูนย์
ผมตัดสินใจคว้าเสื้อคลุมแล็บสีขาวมาสวมทับ เสียบการ์ดอนุมัติชั่วคราวที่แอบขโมยมาจากโต๊ะทำงานของศาสตราจารย์อาวุโスเมื่อสัปดาห์ก่อนไว้ที่กระเป๋าเสื้อ ก่อนจะก้าวออกจากห้องทำงานด้วยฝีเท้าที่เงียบเชียบที่สุด ทางเดินยาวเหยียดของสถาบันในยามวิกาลถูกอาบไล้ด้วยแสงไฟฉุกเฉินสีส้มสลัว เงาทอดยาวของผมทาบทับไปกับผนังคอนกรีตเสริมเหล็กหนาเตอะ เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นผิวซีเมนต์ดังสะท้อนก้องกังวาน ราวกับเสียงนาฬิกาชีวิตที่กำลังนับถอยหลัง
เมื่อมาถึงลิฟต์ขนของตัวเก่าที่ซ่อนอยู่หลังกองลังอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เสื่อมสภาพ ผมหยิบแท็บเล็ตส่วนตัวขึ้นมาเพื่อเชื่อมต่อกับระบบควบคุมประตู ชelคเกอร์อิเล็กทรอนิกส์ในมือส่งเสียงร้องเตือนเบาๆ *ติ๊ด... ติ๊ด...* หน้าจอแสดงผลโค้ดสีแดงฉานที่บ่งบอกถึงการป้องกันระดับสูง
“ระบบรักษาความปลอดภัยหนาแน่นสมเป็นที่ซ่อนความลับสินะครับ...” ผมพึมพำพลางขยับแว่นตา นิ้วเรียวยาวรัวลงบนแป้นพิมพ์เสมือนจริงด้วยความเร็วสูง สมองคำนวณค่าความแปรปรวนของกระแสไฟฟ้าเพื่อเจาะช่องโหว่ในระบบอัลกอริทึมของประตู
*0.3 วินาที... 0.2 วินาที...*
ก๊ิก!
เสียงกลไกแม่เหล็กไฟฟ้าปลดล็อกดังขึ้น ประตูเหล็กหนาหนักค่อยๆ เลื่อนเปิดออกอย่างช้าๆ กลิ่นอัปชื้นผสมกับกลิ่นฉุนของก๊าซโอโซนพุ่งปะทะเข้าจมูกทันที ความมืดมิดภายในอุโมงค์บันไดวนเบื้องล่างดูราวกับปากเหวไร้ก้นบ่อที่พร้อมจะกลืนกินทุกสิ่งที่ก้าวล่วงเข้าไป
ผมสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ บีบกระชับไฟฉายในมือแน่น แล้วก้าวเท้าเดินลงสู่ความมืดเบื้องล่าง ทีละก้าว... ทีละก้าว...
การเดินทางผ่านบันไดวนเหล็กหล่อกินเวลาเกือบสิบนาที เสียงฝีเท้าของผมเป็นเพียงสิ่งเดียวที่ทำลายความเงียบงันอันน่าอึดอัดนี้ จนกระทั่งในที่สุด ปลายทางของบันไดก็พาผมมาหยุดอยู่หน้าประตูบานเลื่อนโลหะขนาดมหึมาที่มีสัญลักษณ์เตือนภัยกัมมันตภาพรังสีสีเหลืองสดสลักไว้เด่นชัด
เหนือประตูมีป้ายเหล็กขึ้นสนิมระบุข้อความไว้ว่า: *[Sector B-7: Quantum Anomaly Lab]*
แปลก... ทั้งที่ระบบป้องกันภายนอกควรจะล็อกตายสนิท แต่ประตูบานนี้กลับเปิดแง้มไว้เล็กน้อย มีแสงสีฟ้าเรืองรองเล็ดลอดออกมาจากรอยแยก พร้อมกับเสียงฮัมเบาๆ ของเครื่องยนต์พลังงานสูงที่กำลังทำงานอย่างเต็มกำลัง
ผมหยุดยืนนิ่งอยู่หน้าประตู หัวใจเต้นระทึกจนแทบจะทะลุออกมานอกอก สัญชาตญาณการเอาตัวรอดร้องเตือนว่าถอยหลังตอนนี้ยังทัน แต่ความอยากรู้อยากเห็นและภาระผูกพันกับปริศนาของลูปเวลากลับมีมากกว่า ผมใช้ปลายนิ้วดันบานประตูเหล็กหนักอึ้งให้เปิดออกอย่างระมัดระวัง
ภาพที่ปรากฏเบื้องสายตาทำให้ผมถึงกับลมหายใจสะดุด
ภายในห้องแล็บใต้ดินขนาดใหญ่ที่ควรจะร้างราผู้คน กลับเต็มไปด้วยจอภาพโฮโลแกรมจำนวนนับไม่ถ้วนที่ลอยเคว้งคว้างกลางอากาศ ทุกจอแสดงผลกราฟสมการคณิตศาสตร์ที่ซับซ้อนเกินกว่าหลักสูตรมหาวิทยาลัยจะจินตนาการถึง ตรงกลางห้องมีแท่นวงแหวนเหล็กขนาดยักษ์ที่กำลังหมุนวนด้วยความเร็วสูง ก่อให้เกิดสนามพลังงานสีฟ้าครามที่สั่นพริ้วราวกับคลื่นใต้น้ำ
และที่ใจกลางสนามพลังงานนั้น... ร่างระหงของหญิงสาวในชุดกาวน์สีขาวสะอาดตากำลังยืนหันหลังให้ เธอกำลังควบคุมแผงควบคุมหลักด้วยความคล่องแคล่ว เส้นผมสีเงินยวงยาวสลวยสะท้อนกับแสงไฟจากหน้าจอโฮโลแกรม ดูงดงามและโดดเดี่ยวในเวลาเดียวกัน
ดร. เอเลน่า... อาจารย์สาวลึกลับผู้หายตัวไปจากสถาบันนานกว่าสามเดือน และเป็นบุคคลที่ถูกบันทึกไว้ในฐานข้อมูลว่าเสียชีวิตจากอุบัติเหตุในห้องทดลองเมื่อปีก่อน!
“คุณไม่ควรเข้ามาที่นี่นะ รินทร์”
เสียงหวานใสแต่แฝงไปด้วยความเหนื่อยล้าดังขึ้นโดยที่เธอยังไม่หันกลับมามอง ราวกับว่าเธอล่วงรู้การมาของผมอยู่แล้วตั้งแต่ต้น
ผมสะดุ้งสุดตัว ก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว มือยังคงกำไฟฉายแน่น “อาจารย์... เอเลน่า? เป็นไปได้ยังไงครับ? ทุกคนบอกว่าอาจารย์...”
ดร. เอเลน่าค่อยๆ หมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับผม ดวงตาสีอำพันคู่นั้นไม่ได้ฉายแววตกใจแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันกลับเต็มไปด้วยความเศร้าสร้อยและความรู้แจ้งที่ลึกซึ้งเกินกว่ามนุษย์ทั่วไปจะเข้าใจ เธอยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่ผสมผสานความอ่อนโยนและความเยือกเย็นเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว
“ความจริงแล้ว... ฉันไม่ได้รอคุณในฐานะอาจารย์หรอกนะ รินทร์” เธอเอ่ยเสียงเรียบ พลางยกมือขึ้นแตะหน้าจอโฮโลแกรมเบื้องหน้า ซึ่งภาพกราฟิกทั้งหมดก็แปรเปลี่ยนเป็นเส้นกราฟสีแดงฉานที่พุ่งดิ่งลงสู่จุดวิกฤตทันที “แต่ฉันกำลังรอ... ผู้ที่จะมาปิดสวิตช์ทำลายล้างวงลูปนี้เป็นคนสุดท้าย... ก่อนที่กาลเวลาจะรีเซ็ตตัวมันเองอีกครั้ง”
ก่อนที่ผมจะได้เอ่ยปากซักถามข้อสงสัยใดๆ เสียงแจ้งเตือนจากระบบคอมพิวเตอร์หลักก็ดังขึ้นทำลายความเงียบด้วยโทนเสียงที่เฉียบคมและน่าสะพรึงกลัว:
*[Warning: System anomaly detected. Protocol Omega activated. Target locked: Quantum Core destruction in 10... 9... 8...]*
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาไปกับผม แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าด้วยความตื่นเต้นที่เข้มข้นยิ่งกว่าเดิมนะครับ
อัลกอริทึมแห่งอนาคตกาล: ตรรกะของผมกับอาจารย์สาวผู้อยู่เหนือเวลา•ตอนที่ 2
ห้องแล็บใต้ดินที่ถูกลืม
ผลงานโดย ควอนตัมคอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควอนตัมคอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมแห่งอนาคตกาล: ตรรกะของผมกับอาจารย์สาวผู้อยู่เหนือเวลา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!